brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 8
สัปดาห์ที่ 8
สัปดาห์ที่ 9
สัปดาห์ที่ 9
สัปดาห์ที่ 10
สัปดาห์ที่ 10
สัปดาห์ที่ 11
สัปดาห์ที่ 11
สัปดาห์ที่ 12
สัปดาห์ที่ 12
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์ที่ 14
สัปดาห์ที่ 14
สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์ที่ 17
สัปดาห์ที่ 17
สัปดาห์ที่ 18
สัปดาห์ที่ 18
สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์ที่ 20
สัปดาห์ที่ 20
สัปดาห์ที่ 21
สัปดาห์ที่ 21
สัปดาห์ที่ 22
สัปดาห์ที่ 22
สัปดาห์ที่ 23
สัปดาห์ที่ 23
สัปดาห์ที่ 24
สัปดาห์ที่ 24
สัปดาห์ที่ 25
สัปดาห์ที่ 25
สัปดาห์ที่ 26
สัปดาห์ที่ 26
สัปดาห์ที่ 27
สัปดาห์ที่ 27
สัปดาห์ที่ 28
สัปดาห์ที่ 28
สัปดาห์ที่ 29
สัปดาห์ที่ 29
สัปดาห์ที่ 30
สัปดาห์ที่ 30
สัปดาห์ที่ 31
สัปดาห์ที่ 31
สัปดาห์ที่ 32
สัปดาห์ที่ 32
สัปดาห์ที่ 33
สัปดาห์ที่ 33
สัปดาห์ที่ 34
สัปดาห์ที่ 34
สัปดาห์ที่ 35
สัปดาห์ที่ 35
สัปดาห์ที่ 36
สัปดาห์ที่ 36
สัปดาห์ที่ 37
สัปดาห์ที่ 37
สัปดาห์ที่ 38
สัปดาห์ที่ 38
สัปดาห์ที่ 39
สัปดาห์ที่ 39
สัปดาห์ที่ 40
สัปดาห์ที่ 40

สัปดาห์ที่ 21

ลูกน้อยเริ่มขยับตัวมากขึ้น

ส่วนสูงปัจจุบันของคุณ 26.7 cmน้ำหนักปัจจุบันของคุณ 0.36 kg

แบ่งปัน

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 21

 พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 21 ในช่วงเวลานี้ทารกในครรภ์จะมีขนาดเท่ากับแครอท ลำตัวยาวประมาณ 26.7 เซนติเมตรโดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า และมีน้ำหนักประมาณ 340 กรัม อวัยวะต่าง ๆ เริ่มทำงานอย่างเป็นระบบ เช่น ลำไส้พัฒนาจนสามารถดูดซึมน้ำตาลในรูปของเหลว ผ่านทางระบบลำไส้ใหญ่ได้บ้างแล้ว และเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้นทำให้สามารถรับรู้ถึงอาการดิ้นได้อย่างชัดเจน

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 21

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 21

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ในช่วงเวลานี้ทารกในครรภ์จะมีขนาดเท่ากับแครอท คือมีความสูงประมาณ 26.7 เซนติเมตรโดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า และมีน้ำหนักประมาณ 340 กรัม

ลำไส้ของทารกได้พัฒนาจนสามารถดูดซึมน้ำตาลในรูปของเหลว ผ่านทางระบบลำไส้ใหญ่ได้บ้าง แต่หลัก ๆ แล้วยังรับสารอาหารผ่านทางสายรกอยู่

ตับและม้ามของทารกจะทำหน้าที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขึ้นมา ไขกระดูกได้รับการพัฒนาจนสามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดขึ้นได้ และกลายเป็นอวัยวะหลักที่ใช้ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง เมื่อตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน และหลังคลอด โดยตับอ่อนจะหยุดผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงในสัปดาห์ที่ 30 ของการตั้งครรภ์ และตับจะหยุดผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ก่อนถึงกำหนดคลอดประมาณสองถึงสามสัปดาห์

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

หญิงตั้งครรภ์อาจรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นในช่วงเวลานี้ หน้าท้องไม่ใหญ่จนเกินไป และความรู้สึกอึดอัดจากการตั้งครรภ์มักหายไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีปัญหาอื่นที่อาจต้องเผชิญ เช่น ปัญหาสิว ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น การลดปัญหาสิว ควรทำความสะอาดผิวด้วยสบู่หรือคลีนเซอร์ชนิดอ่อนโยนต่อผิววันละสองครั้ง และควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิว รวมทั้งเลือกใช้เครื่องสำอาง ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยารักษาสิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวใด ๆ ที่ไม่ได้สั่งจากแพทย์หรือเภสัชกรโดยตรงก่อน เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ได้

นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ 21 หญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มที่จะมีเส้นเลือดขอดด้วย เนื่องจากทารกที่กำลังเติบโตนั้นจะสร้างแรงกดมากขึ้นต่อเส้นเลือดในบริเวณขา ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้เส้นเลือดอ่อนแอลงด้วย

นอกจากนี้ อาจเสี่ยงที่จะมีเส้นเลือดขอด ถ้าสมาชิกในครอบครัวเคยเป็น ซึ่งอาการเส้นเลือดขอดจะแย่ลง ถ้าเคยตั้งครรภ์มากกว่า 2 ครั้งและมีอายุมากขึ้น สำหรับการป้องกันและลดปัญหาเส้นเลือดขอดนั้น ควรออกกำลังกายทุกวัน ยกขาและเท้าขึ้นเมื่อมีโอกาส ตอนตะแคงซ้าย และใส่เข็มขัดพยุงครรภ์

นอกจากนั้น ในบางราย อาจมีอาการของกลุ่มเส้นเลือดฝอยบนผิวหนังด้วย โดยเฉพาะในบริเวณข้อเท้า หลังเท้า หรือใบหน้า โดยปกติก็มักจะหายไปเองหลังคลอด

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

ในช่วงพัฒนาการของทารก สัปดาห์ที่ 21 สิ่งที่หญิงตั้งครรภ์ควรระมัดระวังและดูแลตนเอง ควรปฏิบัติดังนี้

  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีความหวานมากเกินไป อาจดื่มน้ำผลไม้แทน
  •  หลังปัสสาวะ พยายามเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อป้องกันการติดเชื้อในช่วงนี้
  • ปัสสาวะก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่รัดแน่นเกินไป
  • ควรสวมใส่ชุดชั้นผ้าฝ้าย และไม่ควรสวมชุดที่รัดแน่นเกินไปโดยเฉพาะบริเวณอกและหน้าท้อง

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

ถึงแม้จะยังอีกหลายเดือนกว่าจะถึงกำหนดคลอด แต่เต้านมอาจเริ่มคัดตึง ในบางรายอาจเกิดอาการท่อน้ำนมอุดตันได้ ควรใช้ลูกประคบอุ่น ๆ นวดเบา ๆ ซึ่งจะช่วยสลายสิ่งอุดตันในท่อน้ำนมได้ รวมทั้งควรสังเกตและสำรวจเต้านมตัวเองเป็นประจำทุกเดือนเพื่อตรวจดูเนื้องอก เนื่องจากเต้านมมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างการตั้งครรภ์ หากคลำพบก้อนที่กลิ้งไปมาบริเวณเต้านม ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อเข้ารับการตรวจและวินิจฉัย

การทดสอบใดที่ควรรู้

ในช่วงเวลาหลังจากนี้ อาจจำเป็นต้องพบคุณหมอบ่อยขึ้น ซึ่งคุณหมออาจตรวจร่างกายด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • ชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดมดลูกโดยการคลำจากภายนอก เพื่อคำนวณหาวันเวลาที่ครบกำหนดคลอด
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • ตรวจสอบอาการบวมของมือและเท้า รวมทั้งตรวจหาเส้นเลือดขอดบริเวณขาด้วย
  • สอบถามอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอาการที่ไม่ปกติ
  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยหรือปัญหา ที่ต้องการพูดคุยหรือสอบถามคุณหมอ

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

คาเฟอีนและสารทดแทนความหวาน

หญิงตั้งครรภ์สามารถดื่มน้ำอัดลมชนิดน้ำตาลน้อยได้ ตราบใดที่ไม่บริโภคคาเฟอีนมากเกินไป ทั้งนี้ ควรจำกัดการบริโภคคาเฟอีนแค่วันละ 200 มก. การดื่มเครื่องดื่มที่ใช้สารทดแทนความหวานนั้นถือว่าค่อนข้างปลอดภัย ตราบใดที่ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และควรดื่มน้ำ นม และน้ำผลไม้ด้วย เพื่อเติมน้ำและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

อาหารที่มีส่วนผสมของตับ

ตับสัตว์นับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีน แต่มีวิตามินเอชนิดไม่เปลี่ยนรูป (หรือเรียกอีกอย่างว่าเรตินอล) ในปริมาณที่สูงด้วย วิตามินชนิดไม่เปลี่ยนรูปนี้มักพบในอาหารที่มาจากสัตว์ อย่างเช่น ไข่ นม และตับ การกินวิตามินชนิดนี้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ลูกน้อยเสี่ยงต่อการเป็นโรคพิการแต่กำเนิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ ในตับวัวยังมีวิตามินเอที่ไม่เปลี่ยนรูปมากเป็นสามเท่า ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดที่คุณหมอแนะนำให้รับประทานต่อวัน ฉะนั้น จึงไม่ควรบริโภคตับทุกวัน

fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ · แก้ไขล่าสุด 13/05/2022