brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

หน้าใส ไร้สิวและจุดด่างดำ มีวิธีการดูแลอย่างไร

การดูแลผิวให้ หน้าใส ไร้สิวและจุดด่างดำ รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูสุขภาพดี อาจทำได้หลายวิธี เช่น การทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกจากบ้าน การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิว และการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำ ช่วยป้องกันสิวอักเสบรุนแรง และเพิ่มความมั่นใจเมื่อพบเจอผู้คนมากขึ้น

หน้าใส ไร้สิวและจุดด่างดำ มีวิธีการดูแลอย่างไร

หน้าใส คืออะไร

หน้าใส คือ ผิวหน้าที่มีสุขภาพผิวดี ไม่หมองคล้ำ ผิวดูอิ่มน้ำ ไร้สิวและจุดด่างดำ ซึ่งเป็นผิวที่ใครหลาย ๆ คนอาจต้องการ เพราะอาจช่วยให้แต่งหน้าติดทนหรือแต่งหน้าน้อยลง ลดปัญหาการเกิดสิวรุนแรง และช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อออกไปพบเจอผู้คนมากมาย

วิธีดูแลผิวให้หน้าใส

วิธีดูแลผิวให้หน้าใส อาจทำได้ดังนี้

  1. รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ ผัก และธัญพืช ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ซึ่งอาจช่วยทำให้ผิวดูสุขภาพดี หน้าใส และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง เพราะอาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น นำไปสู่การเกิดสิว และรอยแผลเป็นหลังสิวหาย
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการอดนอนอาจทำให้ผิวใต้ตาดำคล้ำ ผิวดูโทรม อีกทั้งยังอาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคผิวหนังและการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำน้อยอาจส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำและผิวแห้งกร้านได้ จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ และอาจช่วยให้หน้าใส
  4. หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านในช่วงเวลาแดดจัด และควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 อย่างน้อย 20 นาที ก่อนออกจากบ้าน หรือสวมหมวกและแว่นตากันแดด เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าหมองคล้ำ ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว รอยด่างดำ ฝ้า กระ และช่วยปกป้องผิวที่ไวต่อแสงแดดโดยเฉพาะผู้ที่กำลังใช้ยารักษาสิว
  5. ล้างหน้าเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า สิ่งสกปรก และน้ำมันส่วนเกินที่อุดตันในรูขุมขนออก และควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดความระคายเคือง ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว และช่วยให้หน้าใส
  6. หลีกเลี่ยงการขัดผิวหน้าอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้ผิวบาดเจ็บ และระคายเคือง เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดสิวและรอยแผลเป็นบนใบหน้า
  7. เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิว ผู้ที่มีผิวมันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำมัน ผู้ที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ โจโจ้บาร์ออยล์ นอกจากนี้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “Non-comedogenic” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมที่อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสิว และช่วยให้หน้าใส
  8. หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า และควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนนอน ไม่ควรนอนข้ามคืนทั้งที่แต่งหน้า เพื่อป้องกันการอุดตันของเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกในรูขุมขน ทำให้รูขุมขนอักเสบที่อาจนำไปสู่การเกิดสิวและรอยสิว
  9. ทำความสะอาดของใช้ที่สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง เช่น ผ้าขนหนู ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดหน้า เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตันจากสิ่งสกปรก อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย
  10. หยุดสูบบุหรี่ เพราะสารพิษในบุหรี่อาจทำลายคอลลาเจนซึ่งเป็นเส้นใยในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น อีกทั้งยังขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวซีด ผิวหมองคล้ำ และเกิดริ้วรอย หากสูบบุหรี่เป็นเวลานานยังอาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง
  11. ใช้ยารักษาสิวตามที่คุณหมอแนะนำ เช่น อะดาพาลีน (Adapalene) เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) เตรทติโนอิน (Tretinoin) แดปโซน (Dapsone) เพื่อรักษาสิว ลดการอักเสบของสิว และช่วยให้ผิวหน้าใส
  12. รักษารอยสิวและจุดด่างดำ สำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นจากสิวและจุดด่างดำ อาจรักษาด้วยเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูงยิงเข้าสู่ผิวที่มีปัญหาโดยตรง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วย กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) และกรดไฮดรอกซี (Hydroxyl acids) เพื่อช่วยทำให้รอยสิวและจุดด่างดำจางลง และช่วยให้หน้าใส
medical
แพทย์หญิงอัญชิสา กาญจโนมัย
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
โรคผิวหนัง · พรเกษมคลินิก
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 23/11/2022