backup og meta

โภชนาการผู้สูงอายุ กินอย่างไรให้ได้สารอาหารครบ

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของผู้สูงวัยมักเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน ทั้งระบบเผาผลาญที่ลดลง มวลกล้ามเนื้อที่ลดลง การเคี้ยว การกลืน การย่อยอาหาร รวมถึงความอยากอาหารที่อาจไม่เหมือนเดิม บางคนกินได้น้อยลง เบื่ออาหารง่าย หรือเลือกกินอาหารซ้ำ ๆ จนอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนในระยะยาว

โภชนาการผู้สูงอายุ กินอย่างไรให้ได้สารอาหารครบ

ดังนั้น โภชนาการผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาหารที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รักษากล้ามเนื้อ ช่วยเรื่องการขับถ่าย และลดความเสี่ยงของภาวะทุพโภชนาการ ผู้สูงอายุยังควรกินอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะกับกิจกรรมและสุขภาพของแต่ละคน โดยทั่วไปความต้องการพลังงานของผู้สูงอายุอาจอยู่ราว 1,400–1,800 กิโลแคลอรีต่อวัน ขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนัก ส่วนสูง และการใช้พลังงานในแต่ละวัน

ทำไมโภชนาการผู้สูงอายุจึงสำคัญ

อาหารไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้อิ่ม แต่ยังมีผลต่อความแข็งแรงของร่างกาย ภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ กระดูก สมอง และคุณภาพชีวิตโดยรวม หากผู้สูงวัยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาจมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภูมิคุ้มกันลดลง แผลหายช้า หรือเจ็บป่วยง่ายขึ้นได้

โภชนาการที่เหมาะสมจึงควรช่วยให้ผู้สูงวัย

  • มีแรงทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  • รักษามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย
  • ลดความเสี่ยงภาวะขาดสารอาหาร
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น
  • ลดการกินอาหารหวาน มัน เค็ม ที่อาจกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

ผู้สูงอายุควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างไร

การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของผู้สูงวัย แต่ควรเลือกชนิดอาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวง่าย และให้สารอาหารคุ้มค่าในแต่ละมื้อ

1. โปรตีน ช่วยซ่อมแซมและรักษากล้ามเนื้อ

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ เพราะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ควรเลือกแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและไขมันไม่สูง เช่น

  • ปลา
  • ไข่
  • เต้าหู้
  • ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม

เนื้อปลามักเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะย่อยง่ายและมีไขมันต่ำ ส่วนไข่และนมสามารถเป็นแหล่งโปรตีนที่สะดวก แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ไขมันในเลือดสูง ควรเลือกปริมาณและรูปแบบอาหารให้เหมาะกับคำแนะนำของคุณหมอหรือนักกำหนดอาหาร

2. คาร์โบไฮเดรต เลือกแบบไม่ขัดสี

ผู้สูงอายุยังต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต แต่ควรเลือกชนิดที่มีใยอาหารและสารอาหารมากกว่าแป้งขัดสี เช่น

  • ข้าวกล้อง
  • ข้าวซ้อมมือ
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • เผือก มัน หรือธัญพืชในปริมาณเหมาะสม

การเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดีช่วยให้อิ่มนานขึ้น และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นเมื่อกินร่วมกับผัก ผลไม้ และดื่มน้ำเพียงพอ

3. ผักหลากสี เพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร

ผักเป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่ดี ผู้สูงอายุควรกินผักหลากหลายสี เช่น ผักใบเขียว ผักสีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง เพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลาย

สำหรับผู้สูงวัยที่เคี้ยวยาก ควรปรับวิธีเตรียมผักให้ง่ายขึ้น เช่น

  • ต้ม หรือนึ่งให้สุกนิ่ม
  • หั่นเป็นชิ้นเล็ก
  • ทำเป็นแกงจืด ซุป หรือผัดนิ่ม ๆ
  • หลีกเลี่ยงผักสดแข็ง ๆ หากเคี้ยวหรือย่อยยาก

4. ผลไม้ เลือกแบบเนื้อนุ่มและไม่หวานจัด

ผลไม้ช่วยเพิ่มวิตามิน ใยอาหาร และความสดชื่นให้มื้ออาหาร แต่ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาลควรระวังปริมาณผลไม้หวานจัด

ผลไม้ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ เช่น

  • มะละกอสุก
  • กล้วยสุก
  • ส้ม
  • ฝรั่งเนื้อนิ่ม
  • แอปเปิลหั่นชิ้นเล็ก

ควรกินในปริมาณพอดี และเลือกผลไม้สดมากกว่าน้ำผลไม้ เพราะน้ำผลไม้อาจมีน้ำตาลสูงและใยอาหารน้อยกว่า

5. ไขมัน เลือกไขมันดีและใช้แต่น้อย

ไขมันยังจำเป็นต่อร่างกาย แต่ควรกินในปริมาณพอเหมาะ โดยเลือกไขมันจากพืชหรือแหล่งไขมันดี เช่น น้ำมันพืชในปริมาณน้อย ถั่วบางชนิด หรือปลา หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมันจัด เนื้อสัตว์ติดมัน และอาหารที่มีไขมันสูง เพราะอาจทำให้ย่อยยาก แน่นท้อง และเพิ่มพลังงานเกินความจำเป็น

อาหารที่ผู้สูงอายุควรลดหรือหลีกเลี่ยง

อาหารบางชนิดอาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน หรือโซเดียมมากเกินไป จึงควรลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวร่วมด้วย

  • อาหารหวานจัด เช่น ขนมหวาน เค้ก ลูกอม น้ำหวาน
  • อาหารเค็มจัด เช่น อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • อาหารมันจัดและของทอด เช่น หมูสามชั้นทอด กล้วยทอด ปาท่องโก๋
  • เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์
  • อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น อาหารกระป๋อง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เครื่องดื่มรสหวานหรือคาเฟอีนมากเกินไป

การลดอาหารเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมดทันที แต่ควรค่อย ๆ ปรับให้กินน้อยลง และเลือกเมนูที่สด สะอาด ปรุงสุกใหม่ และรสไม่จัดเป็นหลัก

ถ้าผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ควรปรับอย่างไร

อาการเบื่ออาหารในผู้สูงอายุพบได้บ่อยจากหลายปัจจัย เช่น การรับรสและกลิ่นที่เปลี่ยนไป ปัญหาฟัน การเคี้ยวลำบาก การกลืนยาก หรือความรู้สึกเหงาเมื่อต้องกินอาหารคนเดียว การปรับอาหารและบรรยากาศการกินจึงช่วยได้มาก

ลองปรับได้ดังนี้

  • ทำอาหารให้นิ่ม เคี้ยวง่าย และกลืนง่าย
  • หั่นเนื้อสัตว์หรือผักเป็นชิ้นเล็ก
  • เปลี่ยนจากผักสดแข็ง ๆ เป็นผักต้ม ผักนึ่ง หรือซุป
  • แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ วันละ 4–5 มื้อ
  • สลับเมนูให้หลากหลาย ไม่กินซ้ำเดิมทุกวัน
  • จัดจานให้น่ากิน สีสันหลากหลาย
  • ชวนกินอาหารพร้อมครอบครัว เพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยว

หากผู้สูงอายุกินได้น้อยลงมาก น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือมีปัญหาการเคี้ยวและกลืนต่อเนื่อง ควรปรึกษาคุณหมอหรือนักกำหนดอาหาร เพื่อช่วยประเมินภาวะโภชนาการและวางแผนการกินให้เหมาะสม

ตัวอย่างการจัดมื้ออาหารผู้สูงอายุแบบง่าย ๆ

การจัดอาหารผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ควรมีความหลากหลาย ย่อยง่าย และครบสารอาหารในแต่ละวัน

มื้อเช้า

  • ข้าวต้มปลา หรือโจ๊กหมูสับใส่ไข่
  • ผักต้มเล็กน้อย
  • ผลไม้เนื้อนุ่ม เช่น กล้วยหรือมะละกอ
  • น้ำเปล่า หรือนมพร่องมันเนยตามความเหมาะสม

มื้อกลางวัน

  • ข้าวกล้องหรือข้าวสวยในปริมาณพอดี
  • ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ หรือไข่
  • แกงจืดผักนิ่ม ๆ
  • ผลไม้สดไม่หวานจัด

มื้อเย็น

  • อาหารย่อยง่าย รสไม่จัด
  • โปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลา เต้าหู้ หรือไข่ตุ๋น
  • ผักต้ม ผักนึ่ง หรือซุปผัก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ของว่าง

  • นม หรือนมถั่วเหลืองหวานน้อย
  • ผลไม้ชิ้นเล็ก
  • ถั่วปริมาณเล็กน้อย หากเคี้ยวได้ดี
  • ขนมที่ไม่หวานจัดและไม่มันมาก

โภชนาการผู้สูงอายุที่ดีควรเน้นอาหารครบ 5 หมู่ เลือกโปรตีนคุณภาพดี กินผักผลไม้หลากหลาย เลือกคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และลดอาหารหวาน มัน เค็ม หรืออาหารแปรรูปให้น้อยลง สิ่งสำคัญคืออาหารต้องเหมาะกับสภาพร่างกาย เคี้ยวง่าย กลืนง่าย และทำให้ผู้สูงวัยอยากกินอย่างต่อเนื่อง

การดูแลอาหารไม่ใช่เพียงการป้องกันโรค แต่ยังช่วยให้ผู้สูงวัยมีแรง ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว หากมีปัญหากินได้น้อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมอาหาร ควรปรึกษาคุณหมอหรือนักกำหนดอาหารเพื่อวางแผนโภชนาการที่เหมาะกับแต่ละคน

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

health-tool-icon

ปี

คุณสนใจรับการรักษา/ความช่วยเหลือด้านการลดน้ำหนักหรือไม่

คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วย GIP และ GLP-1 มาก่อนหรือไม่?

*กลุ่มยาชนิดใหม่ที่ช่วยในการรักษาภาวะน้ำหนักเกินและเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัปเดตเทรนด์การลดน้ำหนักที่ควรรู้: รับข่าวสารและคำแนะนำด้านการลดน้ำหนักจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ

https://www.nakornthon.com/article/detail/โภชนาการในผู้สูงอายุรับประทานอย่างไรถึงจะดี

https://resourcecenter.thaihealth.or.th/assets/mediadol/8393c03e-f49d-ec11-80fa-00155db45613/1d64b4a696b2d43e48a5c5233290d0e9.pdf

https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CUTJ/article/view/241912/164562

เวอร์ชันปัจจุบัน

01/05/2026

เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล

อัปเดตโดย: พลอย วงษ์วิไล


บทความที่เกี่ยวข้อง

การวางแผน โภชนาการผู้สูงอายุ สำคัญแค่ไหน มาดูกัน!

อาหารว่างผู้สูงวัย แสนอร่อย แถมยังมีประโยชน์มากมาย


ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

พลอย วงษ์วิไล


เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล · แก้ไขล่าสุด 7 ชั่วโมงก่อน

ad iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา