brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

อัณฑะอักเสบ ปัญหาสุขภาพเพศชายที่ควรระวัง

อัณฑะอักเสบ เป็นการอักเสบของอัณฑะที่อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่แพร่กระจายผ่านทางเลือดหรืออาจติดเชื้อจากท่อนำอสุจิ ที่เรียกว่า การติดเชื้อร่วมกันของหลอดเก็บตัวอสุจิและลูกอัณฑะ (Epididymo-Orchitis) โดยอัณฑะทั้ง 2 ฝั่งอาจเกิดอาการอัณฑะอักเสบได้ แต่อาการมักปรากฏกับอัณฑะเพียงอันเดียว

อัณฑะอักเสบ ปัญหาสุขภาพเพศชายที่ควรระวัง

อัณฑะอักเสบ คืออะไร

อัณฑะอักเสบ (Orchitis) คือ การอักเสบของอัณฑะที่อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่แพร่กระจายผ่านทางเลือดหรืออาจติดเชื้อจากท่อนำอสุจิ ที่เรียกว่า การติดเชื้อร่วมกันของหลอดเก็บตัวอสุจิและลูกอัณฑะ (Epididymo-Orchitis) โดยอัณฑะทั้ง 2 ฝั่งอาจเกิดอาการอัณฑะอักเสบได้ แต่อาการมักปรากฏกับอัณฑะเพียงอันเดียว และการอักเสบของอัณฑะมักเกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสคางทูมได้เช่นกัน

สาเหตุของภาวะอัณฑะอักเสบ

ภาวะอัณฑะอักเสบ (Orchitis) อาจเกิดจากพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง หรืออาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น

  • เปลี่ยนคู่นอนหลายคน
  • โรคหนองใน หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
  • อายุมากกว่า 45 ปี
  • การใช้สายสวนปัสสาวะในระยะยาว
  • ไม่ได้รับการฉีดวักซีนป้องกันคางทูม
  • ปัญหาทางเดินปัสสาวะที่เป็นตั้งแต่เกิด
  • การผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ท่อปัสสาวะตีบ

อาการของอัณฑะอักเสบ

อัณฑะอักเสบอาจจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และอาจทำให้มีอาการปวดบริเวณอัณฑะหนึ่งหรือสองข้างอย่างกะทันหันและรุนแรง โดยอาการปวดนี้อาจลามไปบริเวณขาหนีบ และอาจมีอาการอื่น ๆ เหล่านี้ร่วมด้วย

  • ลูกอัณฑะบวม มีสีแดงหรือม่วง
  • รู้สึกหนักในอัณฑะ
  • มีเลือดในน้ำอสุจิ
  • เป็นไข้สูง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ
  • ปวดจากการรัดและการเคลื่อนไหวของลำไส้
  • ปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบบวม

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้บ่อย เมื่ออัณฑะอักเสบ อาจมีดังนี้

  • อัณฑะฝ่อ โรคอัณฑะอักเสบอาจส่งผลให้ลูกอัณฑะหดตัวลงในที่สุด
  • อัณฑะเป็นฝี เนื่องจากเนื้อเยื่อติดเชื้อ
  • ภาวะมีบุตรยาก ลูกอัณฑะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย เมื่ออัณฑะอักเสบ จึงส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลง อาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้

วิธีการรักษาภาวะนี้

ภาวะอัณฑะอักเสบสามารถหายไปเองได้ โดยคุณสามารถจัดการกับภาวะนี้ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การใช้ยา เช่น ยาต้านการอักเสบ ยาแก้ปวด หรือยาปฏิชีวนะ หากการติดเชื้อเกิดจากแบคทีเรีย
  • การประคบน้ำแข็งและยกอัณฑะให้สูงขึ้น แล้วอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
  • งดมีเพศสัมพันธ์และยกของหนัก ขณะที่กำลังทำการรักษา
  • เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากมีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน หรือป่วยหนัก เพราะอาจต้องรับยาปฏิชีวนะเข้าทางหลอดเลือดดำโดยตรง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคู่นอนไม่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • เข้าพบหมออีกครั้งเพื่อติดตามอาการ และเพื่อให้แน่ใจว่าหายจากโรคอัณฑะอักเสบแล้ว

หากคุณเกิดอาการปวดบริเวณอัณฑะ หรือมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ควรระวังไว้ก่อนว่าอัณฑะอาจอักเสบ และควรพบคุณหมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่นที่อาจส่งผลร้ายแรง

พลอย วงษ์วิไล
พลอย วงษ์วิไล
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดยทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 18/09/2023