brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

ผิวสองสี แบบไหนปกติ สีผิวไม่สม่ำเสมอ แบบไหนที่ควรรักษา

สีผิวนั้นของคนเรานั้นมีอยู่หลายเฉดสี ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ พันธุกรรม และสภาพแวดล้อม ในประเทศไทยจึงพบ ผิวสองสี เป็นจำนวนมาก เนื่องจากแสงแดดและสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือมีสีผิวที่คล้ำลงได้ แต่ในบางกรณี ผิวสองสีที่เปลี่ยนแปลงไป อาจเกิดได้จากโรคบางอย่าง

ผิวสองสี แบบไหนปกติ สีผิวไม่สม่ำเสมอ แบบไหนที่ควรรักษา

ผิวสองสี ดูแลอย่างไรให้สุขภาพดี 

สีผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน พบได้ทั้งผิวขาวอมชมพู ผิวขาวเหลือง ผิวสีน้ำผึ้งหรือผิวสองสี ผิวคล้ำหรือผิวสีเข้ม การดูแลผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นผิวสองสีหรือผิวคล้ำให้สุขภาพดี จึงมีความสำคัญมากกว่าการทำให้ผิวขาว โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสีผิว ได้แก่

  • ปัจจัยภายใน : เชื้อชาติ กรรมพันธุ์ และกระบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย
  • ปัจจัยภายนอก : พฤติกรรมการใช้ชีวิต กิจกรรมในชีวิตประจำวัน การโดนแสงแดดเป็นประจำ การเผชิญกับฝุ่นมลภาวะ การดูแลสุขภาพผิว และการรับประทานอาหาร 

วิธีดูแลสุขภาพผิวสองสี

ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวพรรณ หากต้องการให้ผิวพรรณสุขภาพดี ต้องดูแลให้ครบ ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการทําร้ายผิว ไม่ควรสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 
  2. ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ
  4. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผัก ผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ 
  5. ดูแลผิวพรรณให้สะอาด
  6. ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ควรเลือกค่า SPF ปกป้องรังสียูวีบีอย่างน้อย 30+ ค่าปกป้องรังสียูวีเอสูงสุด PA++++
  7. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ดูแลผิวสองสีให้สดใสได้อย่างไร 

หากต้องการให้ผิวสองสีดูกระจ่างใส สุขภาพดี การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวและดูแลผิวก็มีส่วนสำคัญ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบ ดังนี้

  • ส่วนประกอบที่ช่วยเสริมคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี โปรตีนเปปไทด์ AHA และ BHA
  • ส่วนประกอบที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid)
  • ส่วนประกอบที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เช่น โครเอ็นไซม์ คิวเท็น (Q10)

ผิวสองสี สีผิวไม่สม่ำเสมอ แบบไหนที่ควรรักษา

สำหรับคนผิวสองสี ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคด่างขาวได้ โดยโรคด่างขาวเกิดจากเซลล์สร้างสีถูกทำลาย ทำให้ผิวหนังมีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ สังเกตได้จากบริเวณผิวหนังที่เป็นดวงจะมีสีขาวและขอบเขตชัดเจน พบได้บ่อยบริเวณปลายมือปลายเท้าและรอบปาก 

โรคด่างขาวเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ แต่ไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส และมักจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นกรณีผู้ป่วยมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังสูงในบริเวณรอยโรค หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ จึงจำเป็นต้องป้องกันแดดเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

สาเหตุของโรคด่างขาวและการรักษา

สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่โรคนี้พบมากในโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 โรคต่อมหมวกไต และโรคผมร่วง จุดประสงค์ของการรักษาเป็นการทำให้สีผิวกลับคืนมา ขั้นตอนการรักษาทำได้ ดังนี้

  • การรักษาด้วยยาสตีรอยด์ ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการด่างขาวน้อย 
  • การฉายแสง ผู้ป่วยต้องมารับการฉายแสงที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษา 1-2 ปี ไม่ควรหยุดรักษากลางคัน วิธีนี้เป็นการรักษาที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน
  • การปลูกเซลล์สี กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการน้อย หรือแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีนี้ร่วมกับการฉายแสง
fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล · แก้ไขล่าสุด 17/08/2023