brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

ระดับความรุนแรงของสิว และ การรักษาสิว

การรักษาสิว อาจเป็นการปรับกระบวนการผลิตน้ำมันบนผิวให้สมดุล กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเพื่อไม่ให้รู้ขุมขนอุดตัน รวมถึงการจำกัดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว โดยการรักษาสิวอาจขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว รวมถึงการพิจารณาของคุณหมอ

ระดับความรุนแรงของสิว และ การรักษาสิว

การจัดระดับความรุนแรงของสิว

สิวเป็นหนึ่งในปัญหาทางด้านผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยอาจเกิดจากการอุดตันของระบบต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย หากร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายจากต่อมหมวกไตมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายหลั่งไขมันมากผิดปกติ และไปกระตุ้นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังจนก่อให้เกิดสิว อย่างไรก็ตาม สิวก็สามารถเกิดได้ในวัยผู้ใหญ่ได้เช่นกัน โดยร้อยละ 85 ของผู้เป็นสิวจะเป็นชนิดไม่รุนแรง มีเพียงร้อยละ 15 ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรง

การจัดระดับความรุนแรงของสิว ก็เพื่อให้เป็นแนวทางในการดูแลรักษาสิวของคุณหมอซึ่งทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาสิวให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและมีประสิทธิภาพ โดยความรุนแรงของสิวอาจจัดระดับได้ดังนี้

  • สิวเล็กน้อย (Mild Acne) คือการมีหัวสิวไม่อักเสบ (Comedone) เป็นส่วนใหญ่ หรือมีสิวอักเสบ (Papule) และสิวหัวหนอง (Pustule) ไม่เกิน 10 จุด (ระดับ GEA 0,1,2)
  • สิวปานกลาง (Moderate Acne) คือ การมีสิวตุ่มนูน (Papule) และสิวหัวหนอง (Pustule) ขนาดเล็กจำนวนมากกว่า 10 จุด หรือ มีสิวไตแข็ง (Nodule) น้อยกว่า 5 จุด (ระดับ GEA 3)
  • สิวรุนแรง (Severe) คือ การมีสิวประเภทต่าง ๆ เช่น ตุ่มนูน (Papule) สิวหัวหนอง (Pustule) มากมาย สิวอักเสบแดงเป็นก้อน (Nodule) สิวซีสต์ (Cyst) เป็นจำนวนมาก หรือมีสิวอักเสบอยู่นานและกลับมาเป็นซ้ำ หรือมีหนองไหล (ระดับ GEA 4,5)

ตารางการแบ่งระดับความรุนแรงของสิวตามหลัก GEA Scale

GEA Scaleคำอธิบาย
0ไม่มีสิว แต่อาจเห็นรอยดำหรือรอยแดงได้บ้าง
1แทบไม่มีสิว มีเพียงสิวหัวปิด สิวหัวเปิด จำนวนเล็กน้อย สิวอักเสบจำนวนน้อยมาก
2เห็นได้ว่ามีสิว กินพื้นที่น้อยกว่าครึ่งใบหน้า
3พบสิวกินพื้นที่มากกว่าครึ่งของใบหน้า มีสิวหัวปิด สิวหัวเปิด ตุ่มสิว และตุ่มหนองจำนวนหนึ่ง อาจมีสิวไตแข็งร่วมด้วย 1 ตุ่ม
4สิวกินพื้นที่ทั่วใบหน้า มีตุ่มอักเสบ ตุ่มหนอง สิวหัวเปิด สิวหัวปิดจำนวนมาก
5สิวอักเสบและสิวไตแข็งจำนวนมากทั่วทั้งใบหน้า

ข้อมูลจาก Journal of the European Academy of Dermatology and Venereology

การรักษาสิว ตามความรุนแรงของสิว

สำหรับการรักษาสิว คือ การป้องกันการเกิดสิวใหม่และลดการอักเสบของรอยโรคเดิมลง อาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา โดยการรักษาสิวนั้นมีทั้งยาทาเฉพาะที่และยารับประทาน ซึ่งวิธีการรักษาสิวนั้นอาจขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวในขณะนั้น

สิวเล็กน้อย (Mild Acne)

ลักษณะสิวที่พบมักเป็นสิวหัวขาว สิวหัวดำ และสิวผด บริเวณใบหน้า จมูกและหน้าผาก ไม่รุนแรง อาจใช้ยาทาหรือครีมรักษาสิวที่มีส่วนประกอบของตัวยาสำคัญ ได้แก่

  • เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) 2.5%-5%
  • ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ หรือเรตินอยด์ (Topical Retinoids) 0.01%-0.1%
  • คลินดามัยซิน (Clindamycin) 1% รูปแบบน้ำ
  • อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) 2%-4% รูปแบบน้ำหรือเจล
  • ซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic Acid)
  • กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)
  • ซัลเฟอร์ (Sulfur)
  • สารในกลุ่มรีอนุพันธุ์รีซอซินอล (Resorcinol)

นอกจากการใช้ยาดังกล่าวแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง หรือสารทำความสะอาดในขณะที่เป็นสิว และการศึกษาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ การรู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอาจช่วยบรรเทาความรุนแรงของสิว และปกป้องผิวจากการเกิดสิวเพิ่มอีกด้วย

โดยปกติแล้ว อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า ไม่ทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ (Noncomedogenic และ Non-Acnegenic) ซึ่งไม่ทำให้เกิดสิวหัวเปิดหรือสิวหัวปิด อาจมีส่วนประกอบของสารสำคัญที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า เช่น แอร์ลิเซียม (Airlicium) คาร์โนซีน (Carnosine) ซิงก์ (Zinc) หรือสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เช่น พิร็อกโทน โอลาไมน์ (Piroctone Olamine)

นอกจากนี้ ไม่ควรใช้คลินดามัยซินหรืออิริโทรมัยซินทาอย่างเดียว เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา ควรใช้ร่วมกับบนโซอิลเพอร์ออกไซด์

สิวปานกลาง (Moderate Acne)

เป็นระยะที่เริ่มมีสิวอักเสบเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะนี้คุณหมออาจแนะนำให้ใช้ยาทาที่ใช้กับระดับสิวเล็กน้อย ร่วมกับยารับประทาน คือ ยาในกลุ่มเตตราไซคลีน (Tetracycline) แต่ถ้าแพ้ยาในกลุ่มเตตราไซคลีนอาจใช้อิริโทรมัยซินแทน

สิวรุนแรง (Severe Acne)

ในระยะนี้จะเกิดสิวหลายชนิดรวมกันทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบและสิวประเภทอื่น ๆ รวมทั้งยังอาจขยายบริเวณจากใบหน้า ลามไปถึงแผ่นหลัง แผ่นอก หรือสะโพกอีกด้วย ดังนั้น ควรปรึกษาคุณหมอในกรณีที่การรักษาที่ไม่ตอบสนองด้วยวิธีรักษาสิวแบบมาตรฐานใน 2-3 เดือน

การดูแลผิวหลัง การรักษาสิว

เมื่อสิวหายไปแล้วก็อาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น รอยแดง รอยดำ หลุมแผลเป็น แผลเป็นนูน ซึ่งอาจเกิดจากสิวอักเสบและสิวหัวดำ โดยการดูแลรักษารอยสิวก็อาจมีหลายวิธี เช่น

  • การใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากรอยแผลสิว
  • การใช้ครีมลดรอยสิวที่มีส่วนประกอบของโปรซีหลาด (Procerad) วิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กลูต้าไธโอน โคจิก ทรานซามิค ซึ่งอาจช่วยลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acids หรือ AHA)
แพทย์หญิงอรเกศ ปัญญาเนตินาถ
แพทย์หญิงอรเกศ ปัญญาเนตินาถ
เขียนโดย แพทย์หญิงอรเกศ ปัญญาเนตินาถโรคผิวหนัง · Divana Clinic (ดีวานา คลินิก)
แก้ไขล่าสุด 21/03/2022