home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

การสื่อสารกับทารก ทักษะสำคัญของลูกน้อยที่ไม่ควรมองข้าม

การสื่อสารกับทารก ทักษะสำคัญของลูกน้อยที่ไม่ควรมองข้าม

เป็นเรื่องปกติของพ่อแม่มือใหม่ทุกคน ที่พยายามจะหาวิธี การสื่อสารกับทารก เราอาจคิดว่าเด็กทารกน่าจะยังไม่สามารถตอบโต้อะไรกับเราได้ แต่แท้จริงแล้วทารกแสดงออกถึงการสื่อสารให้เราเห็นได้ในทุกวัน อาจเป็นการส่งเสียง การยิ้ม หรือแม้แต่การร้องไห้ ก็นับว่าเป็นการสื่อสารของลูกน้อยเช่นกัน วันนี้ Hello คุณหมอ มีสาระน่ารู้ในเรื่องของ การสื่อสารกับทารก มาฝากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ค่ะ

ทารกน้อยมีวิธีสื่อสารกับเราอย่างไรบ้าง

ทารก เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการร้องไห้ ตามปกติแล้วทารกมักจะส่งเสียงร้องเมื่อเกิดสิ่งที่ผิดปกติบางอย่างขึ้น เช่น ร้องไห้เมื่อหิว ร้องไห้เมื่อรู้สึกไม่สบายตัว หรือร้องไห้เมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เรียกได้ว่าการร้องไห้เป็นวิธีหลักที่ลูกน้อยใช้สื่อสารกับพ่อแม่ตัวเอง อย่างไรก็ตามทารกก็ยังใช้รูปแบบอื่น ๆ ในการสื่อสารด้วยเช่นกัน เด็กแรกเกิดสามารถบอกความแตกต่างระหว่างเสียงของมนุษย์และเสียงอื่น ๆ

ดังนั้น ผู้ปกครองอาจจะต้องพยายามเอาใจใส่ว่าลูกน้อยของคุณตอบสนองต่อเสียงของคุณอย่างไร อาจสังเกตได้จาก เวลาที่ลูกน้อยของคุณกำลังร้องไห้อยู่ในเปล ให้ดูว่าเสียงที่คุณกำลังจะเดินเข้าไปหาที่เปลนั้นทำให้เสียงร้องของเด็กเงียบลงหรือไม่ ดูว่าลูกน้อยของคุณสบตาเวลาที่คุณพูดด้วยหรือไม่ ลูกของคุณอาจมีการขยับร่างกาย เช่น ขยับแขน หรือขา หรือการแสดงออกทางใบหน้าเวลาที่คุณกำลังพูดด้วย บางครั้งคุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกกำลังยิ้มให้ รอยยิ้มก็ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณการสื่อสารจากลูกน้อยเช่นกัน

พ่อแม่จะมีวิธีสื่อสารกับลูกน้อยได้อย่างไรบ้าง

แม้ว่าทารกจะไม่สามารถตอบโต้ออกมาเป็นรูปประโยค คำ หรือวลีสั้น ๆ กับคุณพ่อคุณแม่ได้ แต่การสื่อสารกับลูกเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการด้านการสื่อสาร และพัฒนาการด้านการพูดที่ดีขึ้นได้ ซึ่งทักษะการพูดและการใช้ภาษานั้นเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการอ่าน การเขียน และทักษะมนุษยสัมพันธ์ตั้งแต่ในวัยทารกไปจนกระทั่งเมื่อลูกโตขึ้น ผู้ปกครองสามารถใช้วิธีการเหล่านี้ในการสื่อสารกับลูก ๆ ได้

  • ยิ้มให้กับลูกบ่อย ๆ พร้อมกับส่งเสียงให้กับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขากำลังอ้าปากค้าง หรือกำลังหัวเราะ
  • มีสมาธิ ใส่ใจกับลูกด้วยการมองลูก เวลาที่ลูกกำลังหัวเราะ หรือกำลังส่งเสียงตามประสาของทารก พ่อแม่ไม่ควรหันหน้าหนีหรือพูดคุยกับผู้อื่นในระหว่างนี้
  • พยายามทำความเข้าใจกับลักษณะ ท่าทางต่างๆ ที่ทารกกำลังทำ แม้ว่าจะมีเพียงสีหน้า เสียงร้อง หรือการขยับร่างกาย
  • พูดคุยกับลูกให้บ่อยๆ แม้ว่าลูกจะไม่สามารถตอบกลับเป็นภาษาใดที่คุณสามารถเข้าใจได้
  • หมั่นตอบโต้กับลูกเป็นประจำ แม้ว่าคุณจะไม่สามารถเข้าใจในเสียงที่เด็กกำลังส่งเสียงออกมา
  • เปิดเพลงให้ลูกฟัง อาจเป็นเพลงสำหรับทารก เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่สำคัญของเด็กในวัยนี้
  • ร้องเพลงให้ลูกฟัง โดยอาจปรับระดับเสียงของคุณให้เป็นเสียงเล็กเสียงน้อย

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

  • เมื่อสังเกตได้ว่าลูกมีพัฒนาการด้านการสื่อสารช้ากว่าเด็กทารกในวัยเดียวกัน เช่น ไม่ค่อยส่งเสียง หรือพูดช้า
  • ลูกร้องไห้เสียงดังเป็นเวลานานผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุ
  • หายใจติดขัดผิดปกติ คล้ายอาการหอบหืด และร้องไห้ไม่หยุด
  • ลูกส่งเสียงร้องตอนกลางคืนบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตุได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเกิดขึ้นกับลูกหรือไม่ เช่น

  • ผ้าอ้อมเปียกชื้นเกินไปหรือไม่
  • มีแมลง หรือสัตว์ตัวเล็กๆ กัดลูกหรือไม่
  • อุณหภูมิในห้องเหมาะสมหรือไม่
  • ลูกหิวนมหรือไม่
  • ลูกขับถ่ายหรือไม่

เมื่อไปหาคุณหมอ คุณหมออาจตรวจพบสาเหตุต่างๆที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ได้สังเกต เช่น เด็กอาจกำลังมีไข้หวัด ตัวร้อน มีอาการระคายเคืองตา หรือกำลังเจ็บปวด หรือไม่สบายตัวจากผ้าอ้อมที่ใช้ หรือเสื้อผ้าที่ใส่ สำหรับเด็กทารกนี้ผู้ปกครองควรมีการใส่ใจและหมั่นสังเกตลูกน้อยอย่างละเอียด เพราะเด็กในวัยนี้ต้องการการดูแลที่มากเป็นพิเศษ ดังนั้นหากพบเห็นอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตามกับเด็ก ควรรีบพาไปปรึกษากับคุณหมอโดยทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Communication and Your Newborn. https://kidshealth.org/en/parents/cnewborn.html. Accessed December 25, 2017

Baby Talk: Communicating With Your Baby. https://www.webmd.com/parenting/baby/baby-talk#1. Accessed December 25, 2017

Communicating with Baby: Tips and Milestones from Birth to Age 5. https://www.naeyc.org/our-work/families/communicating-with-baby. Accessed December 25, 2017

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย กัญญ์วรา ยุทธ์ธนพิริยะ แก้ไขล่าสุด 12/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x