home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เคล็ดลับดีๆ จัดการกับลูกน้อยให้นอนง่ายขึ้น

เคล็ดลับดีๆ จัดการกับลูกน้อยให้นอนง่ายขึ้น

ปัญหาการนอนของเด็กๆ เป็นปัญหาที่พบได้ทุกยุค ทุกสมัยจริงๆ เด็กส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากนอนหลับ อยากวิ่งเล่น ดูทีวี เล่นเกมส์ แต่การนอนไม่เพียงพอก็จะส่งผลกระทบต่อเด็กมากมายทั้งพัฒนาการ การเจริญเติบโตของร่างกาย อารมณ์ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วย จัดการกับลูกน้อยให้นอนง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่เจอปัญหาลูกรักนอนยากลองทำตาม

เคล็ดลับดีๆ จัดการกับลูกน้อยให้นอนง่ายขึ้น

เมื่อพูดถึงเรื่องเด็กและการนอน สิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญคือ ทำอย่างไรให้เด็กๆ นอนตรงเวลา และนอนให้เพียงพอ พ่อแม่เกือบทุกคนมักเจอกับปัญหาในการเอาลูกเข้านอน ความจริงแล้วเด็กต้องการการนอนหลับที่มากกว่าผู้ใหญ่ แต่พวกเขากลับนอนยากกันเหลือเกิน ไม่ยอมเข้านอน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการนอนไม่พอตามมา วันนี้เราจะพาคุณแม่มือใหม่ไปเรียนรู้วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกรักนอนได้ง่ายขึ้น

เด็กควรนอนกี่ชั่วโมง

เด็กอายุ 1-4 สัปดาห์ ต้องการการนอนหลับ 16-17 ชั่วโมงต่อวัน แต่ทารกที่เพิ่งเกิดจะยังไม่มีตารางเวลาการนอนที่ชัดเจน ช่วงเวลาการนอนหลับและตื่นนอนก็อาจจะมีการเปลี่ยนไปในแต่ละวัน

4-12 เดือน ต้องการการนอนหลับประมาณ 14-15 ชั่วโมงต่อวัน ทารกในช่วงวัยนี้มีเริ่มมีการเรียนรู้ช่วงเวลาในการนอนแล้ว ดังนั้นก็จะนอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ และจะมีงีบหลับประมาณ 3 ครั้งในตอนกลางวัน และช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญที่ลูกน้อยจะเรียนรู้พฤติกรรมการนอนที่ดี

1-3 ขวบ เด็กช่วงวัยนี้ต้องการการนอน 12-14 ชั่วโมงต่อวัน แต่ระยะเวลาการนอนอาจจะน้อยลงไปตามสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก เช่น หากมีพี่น้องอาจจะเล่นกันเพลินและเวลานอนน้อยลง ในช่วงอายุนี้จะไม่งีบหลับช่วงเช้าและเย็น แต่จะงีบหลับ 1 ครั้งตอนกลางวันเท่านั้น

3-6 ขวบ ต้องการการนอนหลับ 11-12 ชั่วโมงต่อวัน เด็กในช่วงวัยนี้บางคนยังต้องการการงีบหลับระหว่างวันอยู่

7-12 ปี เด็กๆ ในวัยนี้มีการเรียนรู้เรื่องเวลาการนอนที่ชัดเจนแล้ว และต้องการการนอนหลับ 10-12 ชั่วโมงต่อวัน แต่ความจริงอาจจะได้นอนเพียง 9-10 ชั่วโมงเพราะต้องตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน

13-18 ปี ในช่วงวัยรุ่นนี้ต้องการการนอนหลับ 8-10 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้นอนครบตามนี้เพราะการบ้าน หรือกิจกรรมที่ต้องทำหลังเลิกเรียน

วิธีช่วยให้ลูกน้อยหลับง่าย

  1. เมื่อลูกน้อยนอนไม่เป็นเวลาก็จะส่งผลไปถึงพ่อแม่ด้วย ดังนั้นอันดับแรกพ่อแม่ควรสร้างตารางการนอนที่ชัดเจนให้ลูกน้อย เพื่อทำให้เขารู้ว่าเวลานี้คือเวลานอน โดยเริ่มจาก เมื่อถึงเวลานอนของลูกน้อยควรปิดโทรทัศน์ ลดแสงไฟ เปิดเพลงสบายๆ ที่ช่วยให้เขานอนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ก็ควรสร้างบรรยากาศในห้องให้เงียบด้วยการเบาเสียงพูดลง เดินเบาลง ซึ่งจะทำให้เด็กๆ รับรู้ได้ว่าใกล้ถึงเวลานอนแล้ว
  2. กิจวัตรในการนอน อาบน้ำให้ลูกน้อยเพื่อให้เขาได้รู้สึกสบายตัว ใส่ชุดนอน แปรงฟัน เล่านินทานก่อนนอน อาจจะมีจุ๊บแก้มบอกฝันดีก่อนนอนเพื่อให้รู้ว่า ถึงเวลาเข้านอนแล้ว กิจวัตรในการเข้านอนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามนิสัยลูกๆ และเลือกสิ่งที่เข้ากับลูกมากที่สุด จริงๆ แล้วตัวกิจกรรมที่ทำทุกวันไม่ได้สำคัญเท่าความสม่ำเสมอ ดังนั้นพ่อแม่ควรทำทุกวันเพื่อให้ลูกๆ เข้านอนได้ตรงเวลา
  3. สร้างบรรยากาศ การสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การนอนกลับให้ลูกน้อยจะทำให้เขาหลับสบายมากขึ้น โดยเริ่มจากห้องนอน ควรเป็นห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อบอ้าว ความสว่างและมืดขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคน เด็กบางคนไม่ชอบห้องที่มืดดังนั้นพ่อแม่ควรสังเกตุว่าลูกชอบแบบใด และปรับห้องให้ตรงตามความต้องการของลูก
  4. ไม่ควรมีโทรทัศน์ เครื่องเล่นเกมส์ คอมพิวเตอร์ในห้องนอน เพราะอุปกรณ์เหล่าจะดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ทำให้พวกเขามีความรู้สึกไม่อยากนอน หรืออยากจะเล่นมันมากกว่า และที่ทำสัญควรหยุดเล่นอุปกรณ์เหล่านี้ก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  5. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆ อยากนอน หรือนอนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรสนับสนุนหรือพาพวกเขาไปออกกำลังกายเป็นประจำ และควรออกกำลังกายให้เสร็จก่อนเวลานอน 3 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้น เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ที่หลั่งออกมาตอนออกกำลังกายจะทำให้เขาไม่อยากนอน
  6. หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและอาหารก่อนนอน จริงๆ แล้วคาเฟอีนไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับเด็กๆ แต่พวกเขาอาจจะได้คาเฟอีนจากพวกเครื่องดื่มบางชนิด เช่น น้ำอัดลม ชาเขียว จึงไม่ควรให้เด็กๆ กินเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากหรือคาเฟอีนก่อนเวลานอน 3 ชั่วโมง หากเด็กๆ รู้สึกหิวตอนก่อนจะนอนคุณอาจเลือกเป็นนมอุ่นผลไม้ หรือแครกเกอร์ให้พวกเขาแทน
  7. สังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกๆ ว่ามีอาการ Sleep disorders หรือไม่ หากเราทำตามข้ออื่นๆ แล้วแต่ลูกยังนอนหลับยาก เขาอาจจะมีอาการ Sleep disorders นอกจากนี้ยังต้องสังเกตพฤติกรรมอื่นๆ ระหว่างวันด้วย เช่น มีอาการเหนื่อยหรือเปล่า มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมที่บ้านและที่โรงเรียนไหม หรือไม่มีสมาธิเวลาทำการบ้านอ่านหนังสือ หากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
  1. 10 Tips to Get Your Kids to Sleep
    https://www.healthline.com/health/tips-get-your-kids-sleep
  2. 9 Ways to Make a Child’s Bedtime Easy
    https://www.webmd.com/parenting/raising-fit-kids/recharge/bedtime-routine-tips#1
  3. Alaska Sleep Education Center
    https://www.alaskasleep.com/blog/getting-kids-to-bed-on-time-tips-tricks-guidelines
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x