คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

โรคดื้อและต่อต้าน อาการในเด็กและวัยรุ่น พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร

    โรคดื้อและต่อต้าน อาการในเด็กและวัยรุ่น พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร

    โรคดื้อและต่อต้าน เป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างผิดปกติของเด็กที่เริ่มโต หรือวัยรุ่น โดยมักแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เอาแต่ใจ พูดไม่ฟัง ชอบสร้างความขัดแย้ง หาเรื่องผู้อื่น จนสร้างปัญหาให้ตัวเอง และผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นโรคทางพฤติกรรมที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เพราะอาจนำไปสู่พฤติกรรมอื่น ๆ ที่อาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้

    ทำความรู้จักกับโรคดื้อและต่อต้าน

    โรคดื้อและต่อต้าน (Oppositional Defiant Disorder หรือ ODD) คือ ความผิดปกติทางพฤติกรรมที่เริ่มต้นในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น เด็กที่เป็นโรคนี้จะแสดงพฤติกรรมต่อต้าน เมินเฉย ไม่เชื่อฟัง ไม่ยอมทำตามคำสั่ง รวมทั้งคำร้องขอจากผู้อื่น เพราะคิดว่าคำสั่งหรือคำขอเหล่านั้นไร้เหตุผล จึงรู้สึกโมโห และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมา โดยเด็กที่เป็นโรคดื้อและต่อต้านมักจะมีอาการของโรคสมาธิสั้น โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้าร่วมด้วย

    การที่เด็กจะดื้อรั้น หรือไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ในบางครั้งนับเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกเหนื่อย อารมณ์เสีย หรือไม่ได้ดั่งใจ แต่เด็กที่เป็นโรคดื้อและต่อต้าน จะแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นเป็นประจำ และรุนแรงขึ้น จนเป็นปัญหารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กและผู้คนรอบข้าง

    ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสให้เด็กเป็นโรคดื้อและต่อต้าน มีทั้งปัจจัยทางชีวภาพ จิตใจ และสังคม เช่น

    • กรรมพันธุ์
    • ความขัดแย้งภายในครอบครัว
    • ครอบครัวไม่สมบูรณ์ พ่อแม่หย่าร้าง
    • การใช้ความรุนแรงในครอบครัว
    • ครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคทางจิตเวช
    • ครอบครัวมีผู้ติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์
    • การเลี้ยงลูกผิดวิธี
    • ถูกรังแก หรือถูกละเลย
    • ครอบครัวมีฐานะยากจน หรือมีปัญหาทางการเงิน

    พฤติกรรมแบบใดเข้าข่ายเป็นโรคดื้อและต่อต้าน

    หากเด็กแสดงพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเวลานานกว่า 6 เดือน อาจมีสิทธิ์เป็นโรคดื้อและต่อต้าน ได้แก่

    อาการทางพฤติกรรม

    • โมโหร้าย ระงับความโกรธไม่ค่อยได้
    • เถียงผู้ใหญ่แบบเอาเป็นเอาตาย
    • ชอบยั่วโมโหคนอื่น
    • โทษคนอื่นในเรื่องที่ตัวเองทำผิด
    • ชอบสร้างความขัดแย้ง หรือทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่นเป็นประจำ
    • จงใจไม่เชื่อฟัง ต่อต้าน และเพิกเฉยต่อกฎระเบียบ หรือคำสั่ง
    • พูดจาหยาบคาย และอาฆาตมาดร้ายเวลาโกรธ
    • ไม่รู้จักประนีประนอม หรือไม่รับฟังข้อต่อรอง

    อาการทางความคิด

    • ไม่มีสมาธิ หรือสมาธิสั้น
    • ไม่รู้จัก “คิดก่อนพูด”

    อาการทางจิตสังคม

    • ผูกมิตรกับคนอื่นได้ยาก
    • ดูถูกตัวเอง
    • มองโลกในแง่ร้าย

    ทั้งนี้ เด็กผู้ชายและผู้หญิงมักแสดงพฤติกรรมของโรคดื้อและต่อต้านต่างกัน เด็กผู้ชายจะแสดงพฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) อย่างโจ่งแจ้ง และสังเกตได้ง่าย เช่น การทะเลาะวิวาท หรือชกต่อย ส่วนเด็กผู้หญิงมักจะแสดงพฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) ซึ่งเกี่ยวข้องกับจิตใจ และสังเกตได้ยากกว่า เช่น การจงใจทำลายมิตรภาพ ปล่อยข่าวลือให้ผู้อื่นเสียหาย ยุยงหรือก่อให้เกิดการขัดแย้ง

    โรคดื้อและต่อต้าน กับผลเสียที่ตามมา

    หากเด็กเป็นโรคดื้อและต่อต้านแล้วรับไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที โรคดื้อและต่อต้านอาจส่งผลกระทบด้านต่าง ๆ ดังนี้

    • ทำให้เป็นคนต่อต้านและแปลกแยกจากสังคม ถูกโดดเดี่ยว
    • มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ หาเพื่อนไม่ได้ เพราะไม่มีใครต้องการคบด้วย
    • ส่งผลกระทบต่อการเรียน ไม่สนใจเรียน ต่อต้านหรือแหกกฎระเบียบ
    • มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ อาจทำให้ทะเลาะวิวาทและบาดเจ็บตามมา
    • เสี่ยงติดสารเสพติดและแอลกอฮอล์ จนนำไปสู่การก่ออาชกรรมได้
    • มีแนวโน้มฆ่าตัวตาย เพราะรู้สึกขัดแย้งกับตัวเองและผู้อื่น

    โรคดื้อและต่อต้าน สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

    เด็กก่อนวัยเรียนที่เป็นโรคดื้อและต่อต้านส่วนใหญ่จะหายจากโรคนี้ได้ตอนอายุประมาณ 8 ปี ในขณะที่บางคนอาจยังเป็นโรคนี้ไปจนถึงช่วงวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ โดยบางอาการของโรคดื้ออาจหายขาด แต่บางอาการยังคงอยู่

    ลูกเป็นโรคดื้อและต่อต้าน พ่อแม่ช่วยได้อย่างไร

    ปัจจุบันการรักษาโรคดื้อและต่อต้านมีทั้งการเยียวยาจิตใจและรักษาด้วยยา แต่ก็ยังไม่มีวิธีใดที่รับรองว่าเห็นผลแน่นอน วิธีง่าย ๆ เพื่อบรรเทาหรือลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกหลานเป็นโรคดื้อและต่อต้าน สามารถทำได้ ดังนี้

    • มองโลกแง่ดีเข้าไว้ การเสริมแรงทางบวก รับมืออย่างใจเย็น ไม่ทำโทษอย่างรุนแรงเมื่อเด็กทำผิด วมทั้งไม่จับผิดถือเป็นวิธีที่ดีในการรับมือกับเด็กที่เป็นโรคดื้อและต่อต้าน ไม่ควรตอกย้ำว่าเด็กทำผิด แต่ควรหาโอกาสชื่นชมเวลาที่พวกเขาประพฤติตัวดี
    • ให้รางวัล เวลาเด็กประพฤติตัวดี อาจต้องแสดงความสนใจ และให้รางวัลหรือแสดงความยินดีด้วยท่าทาง เช่น การกอด การแปะมือไฮไฟฟ์ แทนคำพูด เพื่อให้เด็ก ๆ มีกำลังใจในการทำดีต่อไป และรู้สึกว่าได้รับการยอมรับจากสังคม
    • อย่าตะคอก เวลารับมือกับเด็กที่เป็นโรคดื้อและต่อต้าน สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด ก็คือ การตะคอก เพราะยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟ ทำให้เหตุการณ์แย่ลงกว่าเดิม คุณพ่อคุณแม่ควรควบคุมตัวเองให้ได้ พูดคุยด้วยเหตุผลอย่าใช้อารมณ์ และต้องไม่ลืมว่า อย่าเจ้ากี้เจ้าการเกินไป เพราะจะเป็นการเสริมแรงทางลบทำให้เด็กดื้อและต่อต้านหนักกว่าเก่า

    แต่ทั้งนี้ หากพบว่าลูกเข้าข่ายเป็นโรคดื้อและต่อต้าน ควรปรึกษาแพทย์ จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา เพื่อจะได้หาวิธีรับมืออย่างถูกต้องและตรงจุดที่สุด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ หรือพยายามใช้วิธีบังคับหรือทำโทษอย่างเดียว

    health-tool-icon

    ตารางการฉีดวัคซีนของลูก

    ใช้ตารางการฉีดวัคซีนนี้ เพื่อเรียนรู้ว่าลูกน้อยควรได้รับวัคซีนอะไร และเมื่อไหร่

    ลูกของคุณมีเพศอะไร

    เพศชาย

    เพศหญิง


    กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

    เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Oppositional defiant disorder (ODD). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/oppositional-defiant-disorder/symptoms-causes/syc-20375831. Accessed February 17, 2022.

    WHAT ARE THE SIGNS AND SYMPTOMS OF ODD?. https://www.amenclinics.com/blog/signs-symptoms-odd/. Accessed February 17, 2022.

    A Guide for Families by the American Academy of Child and Adolescent Psychiatry. https://www.aacap.org/app_themes/aacap/docs/resource_centers/odd/odd_resource_center_odd_guide.pdf. Accessed February 17, 2022.

    Signs & Symptoms of Oppositional Defiant Disorder. https://www.valleybehavioral.com/disorders/odd/signs-symptoms-causes/. Accessed February 17, 2022.

    Oppositional defiant disorder (ODD): children 5-12 years. https://raisingchildren.net.au/school-age/health-daily-care/mental-health/odd. Accessed February 17, 2022.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 17/02/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet
    Next article: