home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

โพสตินอร์ (Postinor®)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ขนาดยา

ข้อบ่งใช้

โพสตินอร์ ใช้สำหรับ

โพสตินอร์ (Postinor®) เป็นยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน สำหรับผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน โดยการยับยั้งไม่ให้ไข่ฝังตัวกับเยื่อบุโพรงมดลูก กระตุ้นการเคลื่อนไหวของท่อ และเพิ่มความเหนียวหนืดของเยื่อบุโพรงมดลูก

วิธีการใช้ยา โพสตินอร์

สำหรับยาแบบรับประทาน คุณควรจะ

  • รับประทานยาโพสตินอร์ตามที่แพทย์กำหนด ในเรื่องของขนาดยา ตารางการใช้ยา รับประทานยาให้เร็วที่สุดหลังจากที่คาดว่าการคุมกำเนิดนั้นล้มเหลว หรือหากคุณมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ควรรับประทานยาครั้งแรกภายใน 72 ชั่วโมง และรับประทานยาครั้งที่สอง 12 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาครั้งแรก
  • อ่านฉลากยาให้ละเอียดก่อนใช้ยาโพสตินอร์
  • โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลใดๆ บนฉากยาที่คุณไม่เข้าใจ

การเก็บรักษายา โพสตินอร์

ยาโพสตินอร์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโพสตินอร์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบ และอ่านฉลากยาอย่างละเอียด หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาโพสตินอร์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโพสตินอร์

ข้อมูลที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา โพสตินอร์

  • มีอาการแพ้ต่อยาโพสตินอร์ หรือกระสายยา (excipients) เมื่อใช้ในยาโพสตินอร์ ข้อมูลนั้นอยู่ในแผ่นพับข้อมูล
  • อาการแพ้ต่อยาอื่นๆ อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์
  • ผู้ใช้ยาเป็น เด็ก
  • ผู้ใช้ยาเป็น ผู้สูงอายุ
  • เป็นโรคหรือกำลังใช้ยาที่อาจมีปฏิกิริยาต่อยาโพสตินอร์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีเกี่ยวกับการใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาโพสตินอร์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโพสตินอร์

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโพสตินอร์ก็มีเช่นเดียวกับยาอื่นๆ ยาโพสตินอร์นั้นสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ ส่วนใหญ่แล้วอาการเหล่านี้แทบจะไม่เกิดขึ้น และไม่จำเป็นต้องรับการรักษาเพิ่มเติม แต่ควรจะปรึกษาแพทย์ หากมีปัญหาใดๆ ระหว่างใช้ยานี้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยา มีดังนี้ คลื่นไส้ อาการเลือดออกหลังจากใช้ยาไป 2 ถึง 3 วัน หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ยาในทันที อาการตึงที่เต้านม และปวดหัว

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และในบางคนอาจมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติม

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโพสตินอร์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรว่าขณะนั้นกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ เอง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ เช่น แอมพิซิลิน (Ampicillin®) ไรแฟมพิซิน (Rifampicin®) เทตราไซคลีน (Tetracycline®) คลอแรมเฟนนิโคล (Chloramphenicol®) นีโอมัยซิน (Neomycin®) ซัลโฟนาไมด์ (Sulphonamides®) บาร์บิทูเรต (barbiturates) และฟีนิลบิวตาโซน (phenylbutazone)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโพสตินอร์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโพสตินอร์อาจส่งผลให้อาการบางโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะหรือโรคที่คุณกำลังเป้นอยู่ ก่อนใช้ยาเสมอ เช่น

  • ตั้งครรภ์หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์
  • มีอาการเลือดออกจากช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • โรคตับหรือโรคไต
  • โรคดีซ่านขณะตั้งครรภ์
  • เคยเป็นโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งรังไข่ และโรคมะเร็งมดลูก
  • เคยเป็นโรคหอบหืด โรคหัวใจวาย ภาวะความดันโลหิตสูง โรคลมชัก โรคไมเกรน โรคไตวาย โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) โรคซึมเศร้า และภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือดเรื้อรัง และอาการเลือดออกในสมอง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโพสตินอร์สำหรับผู้ใหญ่

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับขนาดยาโพสตินอร์ ขนาดยาที่แนะนำสำหรับบางกรณีมีดังต่อไปนี้

  • รับประทานยา 1 เม็ดทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ตามปกติแล้วจะใช้ไม่เกิน 1-2 เม็ด/เดือน หากคุณต้องใช้ยามากกว่านั้น โปรดใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น

ขนาดยาโพสตินอร์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยา ก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 0.75 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกขึ้นได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาที่ใช้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล
แก้ไขล่าสุด 26/12/2018
x