โรคหอบหืดกับเพศสัมพันธ์ : มาดูสิว่า โรคหอบหืด ส่งผลต่อชีวิตเซ็กส์อย่างไรบ้าง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โรคหอบหืดส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน คนที่เป็นโรคหอบหืด ต้องระมัดระวังในการทำกิจกรรมบางอย่างมากกว่าคนทั่วไป เช่น การออกกำลังกาย การกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การเดินทาง การทำงาน ต่างก็มีสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบได้ทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะโรคหอบหืดยังสามารถส่งผลกระทบต่อเรื่องเพศสัมพันธ์ได้ด้วย และหากไม่รีบแก้ไข โรคหอบหืดกับเพศสัมพันธ์ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้ชีวิตรักหรือชีวิตคู่ของคุณให้ถึงคราววิกฤตได้เลยทีเดียว

โรคหอบหืดกับเพศสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดจำนวนไม่น้อยเผยว่า โรคหอบหืดส่งผลกระทบกับชีวิตเซ็กส์ของพวกเขา  เนื่องจากบางคนเกิดอาการหอบหืดกำเริบในช่วงที่กำลังเล้าโลมหรือปลุกอารมณ์ เพราะมัวแต่จดจ่อกับการมีเซ็กส์มากเกินไป จนทำให้เกิดปัญหากับระบบหายใจ เช่น หายใจไม่ทัน หายใจมีเสียงหวีด

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การทำกิจกรรมทางกายทุกประเภท สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบได้ทั้งสิ้น ในความเป็นจริง การมีเพศสัมพันธ์ต้องใช้พลังงานพอๆ กับการเดินเร็ว สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดบางคน แค่ทำกิจกรรมในระดับนี้ ก็กระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบ เช่น หายใจไม่ทัน เจ็บแน่นหน้าอก ไอ หายใจมีเสียงหวีด ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะหลอดลมตีบจากการออกกำลังกาย (exercise induced bronchoconstriction) หากปล่อยให้อาการรุนแรง หรือไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน จนเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวได้

ผู้เชี่ยวชาญยังเผยอีกว่า อาการหอบหืดจากการทำกิจกรรมทางเพศส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นหลังจากทำกิจกรรมเสร็จประมาณ 5-8 นาที จะไม่ค่อยเกิดในช่วงที่กำลังทำกิจกรรม แต่หากหอบหืดกำเริบระหว่างที่กำลังทำกิจกรรม นั่นอาจเป็นเพราะคุณจัดการกับโรคหอบหืดของตัวเองไม่ดีพอ และควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคุณ เช่น การใช้ยาเป็นประจำทุกวัน การใช้ยาสูดพ่น

แต่หากอาการหอบหืดของคุณ กำเริบแค่ในช่วงมีเพศสัมพันธ์และไม่เป็นในช่วงอื่น นั่นอาจเป็นเพราะมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ปัญหาสุขภาพหัวใจ ภูมิแพ้ลาเท็กซ์หรือแพ้ยางธรรมชาติ บาดแผลทางจิตใจ ความวิตกกังวล ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุและวิธีแก้ไขที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

ไม่อยากเซ็กส์เซ็ง อย่าลืมกำจัดสิ่งกระตุ้นหอบหืดในห้องนอน

ห้องนอนเปรียบเสมือนคลังสะสมสิ่งกระตุ้นหอบหืด ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ไรฝุ่น ขนสุนัข ขนแมว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่รบกวนการนอนหลับของคุณ แต่ยังอาจทำให้กิจกรรมในห้องนอนอย่าง “เซ็กส์” ของคุณมีปัญหาได้ด้วย

หากคุณไม่อยากให้เซ็กส์สะดุดเพราะหอบหืดกำเริบ ก็ควรดลดหรือกำจัดสิ่งกระตุ้นหอบหืดในห้องนอนให้หมดไป ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการใช้หมอน ผ้าห่ม หรือหมอนข้างที่ทำจากขนสัตว์ เช่น ขนเป็ด ขนห่าน และไม่ควรปูพรมในห้องนอน หรือหากคุณต้องการปูพรมจริงๆ ควรทำความสะอาด และดูดฝุ่นพรมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  • หากคุณใช้เตียงนอนที่บริเวณหัวเตียงบุผ้าหรือฟองน้ำ ควรเปลี่ยนมาเป็นเตียงที่มีหัวนอนเป็นไม้ พลาสติก หรือเหล็กเรียบๆ แทน เพื่อไม่ให้กักเก็บฝุ่น
  • เลือกใช้เครื่องนอนชนิดป้องกันไรฝุ่น และฝุ่นละอองต่างๆ หากเป็นแบบมีซิปรูด ควรใช้เทปกาวปิดทับบริเวณซิปเอาไว้ เพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปในเครื่องนอนได้
  • ไม่ควรใช้ผ้าหรือขนสัตว์คลุมเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน โซฟา หรือเก้าอี้
  • หากคุณอาศัยอยู่กับเด็ก ไม่ควรให้เด็กเอาของเล่นเข้าห้องนอน และควรทำความสะอาดของเล่นเด็กด้วยน้ำร้อนเป็นประจำทุกอาทิตย์
  • ทำความสะอาดห้องนอนเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และควรซักเครื่องนอน เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกผ้านวมทุกอาทิตย์
  • เปลี่ยนที่นอนทุกๆ 10 ปี และหมอนทุกๆ 2 ปี

นอกจากจะกำจัดฝุ่น ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้หอบหืดกำเริบแล้ว คุณควรกำจัดสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้อื่นๆ เช่น ขนสัตว์เลี้ยง เชื้อรา แมลงสาบ หนู รวมถึงควรควบคุมอุณหภูมิห้องนอนให้เหมาะสม ให้อากาศถ่ายเทบ้าง อย่าปล่อยให้ห้องนอนอับชื้นเกินไป เพราะความชื้นในอากาศสูงอาจทำให้อาการหอบหืดแย่ลงได้ หรือหากใครเลี้ยงสัตว์ก็ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงนอนในห้องนอน ถ้าทำได้ควรให้สัตว์เลี้ยงนอนนอกบ้าน และไม่ควรสูบบุหรี่ในบ้าน หรือในห้องนอนโดยเด็ดขาด

หากอาการหอบหืดกำเริบระหว่างมีเซ็กส์ ควรทำอย่างไร

การมีเซ็กส์ ก็สามารถกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบได้เช่นเดียวกับการออกกำลังกายทุกประเภท หากคุณกำลังอยู่ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วหอบหืดดันกำเริบ สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ อย่าตื่นตระหนก จากนั้นจึงค่อยๆ รับมือกับอาการหอบหืด ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

การเตรียมตัวรับมือกับ อาการหอบหืด …

  1. ลุกขึ้นนั่งหลังตรง และพยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้
  2. บรรเทาอาการด้วยยาพ่นสูด โดยสูดยาพ่น 1 ครั้ง ทุกๆ 30-60 วินาที
  3. หากสูดยาพ่นมากกว่า 10 ครั้งแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที
  4. ขณะรอการช่วยเหลือฉุกเฉิน หากผ่านไปแล้วเกิน 15 นาที ให้ทำขั้นตอนที่ 2 ซ้ำอีกครั้ง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: พฤศจิกายน 19, 2019 | Last Modified: พฤศจิกายน 22, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน