home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ปัญหาผิวแตกลาย รักษาและป้องกันได้ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้

ปัญหาผิวแตกลาย รักษาและป้องกันได้ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้

ปัญหาผิวแตกลาย เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่น่ากลุ้มใจของสาวๆ จำนวนมาก เพราะเมื่อผิวแตกลายแล้วมันมักจะดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ บางครั้งพยายามหาซื้อยามาทาเองเพื่อรักษาแล้วก็ไม่ยอมหาย ถ้าอย่างนั้นจะมีวิธีการรักษาและป้องกันปัญหาผิวแตกลายได้อย่างไรบ้าง วันนี้ทาง Hello คุณหมอ นำเรื่องนี้มาฝากกัน

วิธีป้องกัน ปัญหาผิวแตกลาย

รอยแตกลายมักจะปรากฏบริเวณ หน้าท้อง หน้าอก สะโพก ก้น และต้นขา เป็นต้น นอกจากนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็มักจะพบกับปัญหาผิวแตกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ทุกคนสามารถรักษาและป้องกันปัญหานี้ได้ ดังนี้

ควบคุมน้ำหนัก

หนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้คุณป้องกันปัญหาผิวแตกลายไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ ก็คือ การรักษาน้ำหนักตัว รอยแตกลายสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อผิวของคุณยืดออกจากกันอย่างรวดเร็ว เนื่องจากน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคุณอาจสังเกตเห็นรอยแตกลายหลังจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วด้วย

บางคนอาจจะมีรอยแตกลายในช่วงการเติบโต เช่น ในช่วงวัยแรกรุ่น หรืออย่างนักเพาะกาย จะสังเกตเห็นรอยแตกลายได้หลังจากที่พวกเขาออกกำลังกายหรือใช้สเตียรอยด์ การควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไปอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ด้วยการกินอาหารเพื่อสุขภาพและออกกำลังกาย เพื่อควบคุมน้ำหนัก แต่ถ้าสังเกตเห็นว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะต้องไปพบคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุ

กินวิตามินดี (Vitamin D)

วิตามินดีมีความสำคัญต่อสุขภาพผิว โดยส่วนใหญ่เรามักจะได้รับวิตามินดีจากแสงแดด แต่การได้รับแสงแดดมากเกินไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับการแก่กว่าวัยของผิวหนังและเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง มูลนิธิโรคมะเร็งผิวหนังระบุว่า การรับประทานอาหารเสริมที่จำเป็นเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการรับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกาย โดยที่ไม่ต้องไปสัมผัสกับแสงแดด

รักษาความชุ่มชื้น

การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและนุ่มนวล เมื่อผิวนุ่มชุ่มชื้นแล้วก็ไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดรอยแตกลายได้เหมือนผิวที่แห้ง คำแนะนำของสถาบันการแพทย์สำหรับการดื่มน้ำทุกวันก็คือ 3 ลิตรสำหรับผู้ชาย และ 2 ลิตร สำหรับผู้หญิง การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (Caffeine) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาผิวแตกลายได้ ดังนั้น ควรปรับการดื่มน้ำของคุณให้สมดุล ด้วยการดื่มชา เครื่องดื่มสมุนไพร และของเหลวที่ไม่มีคาเฟอีนอื่น ๆ

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์

วิทยาลัยสูตินรีแพทย์อเมริกันแนะนำให้หญิงมีครรภ์ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 11-15 กิโลกรัม ในระหว่างตั้งครรภ์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์อยู่แล้ว สำหรับผู้หญิงที่น้ำหนักเกินก่อนตั้งครรภ์ควรจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 7-11 กิโลกรัมในขณะที่ตั้งครรภ์ ส่วนผู้หญิงที่มีน้ำหนักน้อยควรเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้นถึง 18 กิโลกรัมในระหว่างที่ตั้งครรภ์ ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับน้ำหนักที่ควรจะเพิ่มในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพพื้นฐานที่อาจส่งผลในช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์

กินอาหารที่อุดมด้วยสารอาหาร

ปัญหาผิวแตกลายอาจเกิดขึ้นจากการที่คุณขาดสารอาหาร การกินอาหารที่ช่วยเสริมสุขภาพผิวอาจช่วยได้ ซึ่งอาหารที่ควรทานควรอุดมไปด้วยสารอาหารเหล่านี้

วิธีที่จะทำให้คุณแน่ใจว่าได้รับสารอาหารอย่างหลากหลาย ก็คือ การเลือกอาหารที่ยังไม่ผ่านกระบวนการที่มีสีหลากหลาย เช่น ขนมปังโฮลวีต เพิ่มผลเบอร์รี่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับอาหารในจาน ซึ่งจะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่หลากหลายตามไปด้วย

กินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี

คอลลาเจน (Collagen) มีบทบาทในการทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น ทั้งยังช่วยลดการปรากฏของริ้วรอย และมีความสำคัญในการป้องกันปัญหาผิวแตกลายได้ด้วย วิตามินซีเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับการสร้างคอลลาเจน ซึ่งวิตามินซีสามารถพบได้ในผักและผลไม้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยว อย่าง ส้ม และมะนาว ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีมาก

วิธีรักษา ปัญหาผิวแตกลาย

ใช้ครีมบำรุง

ไม่มีครีมหรือน้ำมันไหนที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถป้องกันปัญหาผิวแตกลายได้ แต่อย่างไรก็ตามการรักษาผิวให้นุ่มอาจมีผลในการลดความเสี่ยงต่อปัญหาผิวแตกลายในบางคน โดยมอยเจอร์ไรเซอร์มักช่วยลดอาการคันที่เกิดขึ้นเมื่อผิวแห้ง สำหับครีมและน้ำมันที่อาจช่วยป้องกันรอยแตกลายได้ ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของการใช้ครีมบำรุง

การนวด

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผิวมีสุขภาพดีและมีโอกาสแตกลายได้น้อยลง ก็คือ การนวด เนื่องจากการนวดผิวนั้นจะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ซึ่งทำให้ลดโอกาสในการเกิดปัญหาผิวแตกลายนั่นเอง

ใช้เรตินอยด์ (Retinoid)

เตรทติโนอิน (Tretinoin) หรือ เรตินเอ (Retin-A) เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งเอาไว้ใช้สำหรับรักษาสิวหรือต่อต้านริ้วรอย แต่มันก็มีส่วนประกอบที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้แล้วรอยแตกลายจางลง มันทำงานโดยการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน ซึ่งช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยแตกลาย แต่เรตินอยด์นั้นไม่ปลอดภัยเมื่อต้องใช้ในระหว่างที่ตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร เรตินยอด์ทำงานได้ที่ที่สุดเมื่อใช้ตอนที่รอยแตกลายยังคงเป็นสีแดง หรือกำลังอักเสบอยู่นั่นเอง แต่เมื่อไหร่ที่รอยแตกลายกลายเป็นสีขาวแล้วจะรักษาได้ยากขึ้น

รักษาด้วยเลเซอร์

ปัญหาผิวแตกลายนั้นเป็นปัญหาที่ไม่สามารถรักษาได้หายอย่างสมบูรณ์ เป้าหมายของการรักษาคือการปรับปรุงลักษณะและสภาพผิวให้ดีขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การรักษาด้วยเลเซอร์จะทำให้หลอดเลือดแดงทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยในการลดสีของรอยแตกลาย และปรับปรุงสภาพผิวให้ดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้นการรักษาด้วยเครื่อง Fraxel CO2 และ Microneedling จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสติน (Elastin) ใต้ผิวหนัง

ใช้กรดไกลโคลิก (Glycolic)

ครีมที่มีส่วนประกอบของกรดไกลโคลิกเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ใช้สำหรับรักษาปัญหาผิวแตกลาย แต่การรักษาเหล่านี้มักจะมีราคาแพง ทั้งยังไม่สามารถป้องกันการเกิดรอยแตกลายที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ได้อีกด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

7 Tips to Help Prevent Stretch Marks. https://www.healthline.com/health/how-to-prevent-stretch-marks#weight-control. Accessed July 08, 2020

Ten tips to prevent stretch marks. https://www.medicalnewstoday.com/articles/322776#how-to-prevent-stretch-marks. Accessed July 08, 2020

6 Ways Dermatologists Treat and Prevent Stretch Marks. https://www.thehealthy.com/beauty/face-body-care/treat-prevent-stretch-marks/. Accessed July 08, 2020

What Are Stretch Marks?. https://www.webmd.com/beauty/what-are-stretch-marks#1. Accessed July 08, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 23/07/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ