backup og meta

หิด อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน

หิด อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน

หิด หรือ โรคหิด (Scabies) เป็นปัญหาสุขภาพผิวหนังที่เกิดจากตัวหิด หรือไรหิด มาขุดเจาะโพรงบนผิวหนังเพื่อวางไข่ จนเกิดอาการแพ้กลายเป็นตุ่มแดง เป็นผื่น และมีอาการคันที่ผิวหนังอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ผู้ป่วยมักเกิดแผลจากการเกาเนื่องจากคันผิวหนังไม่หยุด

[embed-health-tool-bmi]

คำจำกัดความ

หิด คืออะไร

หิด หรือ โรคหิด (Scabies) เป็นปัญหาสุขภาพหนังที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากการถูกไรตัวเล็ก ๆ หรือตัวไรหิดที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังมาขุดเจาะผิวหนังให้เป็นโพรงเพื่อวางไข่ ส่งผลให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้กลายเป็นตุ่มแดง หรือผื่นแดง และมีอาการคันถึงคันมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจจะรู้สึกคันตามผิวหนังหรือคันบริเวณที่มีตุ่มแดงมากเป็นพิเศษ ระยะแรกที่เป็นหิดอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงตุ่มแดงหรือผื่นจากการถูกยุงกัดหรือมดกัด แต่อาการที่แตกต่าง คือ จะมีอาการคันถึงคันมาก และคันไม่หยุด

โรคหิด ถือเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง อาจติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงที่ผื่นหรือตุ่มแดงของผู้ป่วยโรคหิด การใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วยโรคหิด เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ห้าห่ม เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า

เมื่อเป็นโรคหิดแล้วอาจต้องรักษาทั้งผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดกัน เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถติดต่อถึงกันได้

หิดพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคหิดสามารถเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีความแออัด และโรคหิดสามารถติดต่อได้กับคนทุกเพศทุกวัย หากไม่รักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ 

อาการ

อาการของหิด

อาการทั่วไปของโรคหิด มีดังนี้

  • มีอาการคันอย่างรุนแรง และจะรู้สึกคันผิวหนังบริเวณที่มีผื่นหรือตุ่มแดงมากเป็นพิเศษในตอนกลางคืน
  • มีผื่นคล้ายสิว
  • มีแผลพุพองหรือตกสะเก็ด
  • มีแผลจากการเกาเนื่องจากอาการคัน

หิด มักพบในบริเวณต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ง่ามนิ้ว
  • รักแร้
  • รอบหน้าอก
  • ด้านในของข้อมือ
  • ข้อพับข้อศอก
  • หัวเข่า
  • รอบเอว
  • อวัยวะเพศชาย
  • ก้น
  • ฝ่าเท้า

สำหรับเด็กเล็กที่เป็นหิด อาจพบว่าหิดสามารถแพร่กระจายไปยังหนังศีรษะ ฝ่ามือ และฝ่าเท้าได้ด้วย

หากเคยเป็นโรคหิดมาก่อน อาการอาจจะเกิดขึ้นภายในระยะ 2-3 วัน แต่ถ้าไม่เคยเป็นหิดมาก่อน หรือเป็นหิดครั้งแรก อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์กว่าที่อาการจะปรากฏ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากมีตุ่มแดง เป็นผื่น และมีอาการคันรุนแรงและคันไม่หยุด ควรไปพบคุณหมอทันที

สาเหตุ

สาเหตุของโรคหิด

โรคหิดเกิดจากตัวหิดหรือไรแปดขาที่มีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มาขุดผิวหนังให้เป็นโพรงและวางไข่เพื่อรอฟัก แม้จะไม่สามารถมองเห็นไรหิดได้ด้วยตาเปล่า แต่ก็รู้ว่าถูกไรหิดกัดและวางไข่ได้จากอาการคันที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลจากร่างกายแพ้ไข่และของเสียจากตัวหิด การสัมผัสตุ่มแดงหรือผื่นแดง หรือการใช้ของใช้บางอย่างร่วมกัน เช่น เสื้อผ้า ผ้าขนหนู สามารถทำให้โรคหิดแพร่กระจายติดต่อกันได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหิด

ปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหิด

  • การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคหิด ทั้งที่แสดงอาการแล้วหรือยังไม่แสดงอาการ
  • เป็นผู้ที่อาศัยในที่คนแออัด เช่น ผู้ต้องขังในเรือนจำ
  • ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคหิด
  • ผู้ที่ทำงานอยู่ในสถานดูแลเด็กและมีเด็กเป็นโรคหิด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหิด

โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอสามารถวินิจฉัยโรคหิดได้ทันทีที่เห็นลักษณะของตุ่มแดง ผื่น แผล และลักษณะอาการคันของผู้ป่วย หรืออาจมีการขูดเอาเนื้อเยื่อผิวหนังไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ว่ามีตัวไรหิด หรือมีไข่ของไรหิด หรือของเสียจากไรหิดหรือไม่

การรักษาโรคหิด

โรคหิดไม่สามารถหายเองได้ แต่สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยา โดยเฉพาะยาทา และเนื่องจากโรคหิดเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ คุณหมอจึงอาจแนะนำการรักษาหรือการป้องกันสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดด้วย

ยาที่นิยมใช้รักษาโรคหิด เช่น

  • เพอร์เมทริน (Permethrin) เป็นยาทาที่มีสารในการฆ่าเชื้อไรหิดและไข่ของไรหิด
  • ไอเวอร์เมคติน (Ivermectin) หรือ สตรอมเมกตอล (Stromectol) เป็นยารับประทานสำหรับผู้ที่ใช้ยาทาแล้วไม่เป็นผล แต่ไม่ควรใช้กับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร หรือเด็กที่มีน้ำหนักตัวไม่ถึง 15 กิโลกรัม
  • โครตามิตอน (Crotamiton) เป็นยาทาสำหรับรักษาโรคหิด แต่อาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และผู้ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร

ยาเหล่านี้สามารถฆ่าไรหิดได้ทันที แต่อาการคันอาจจะยังอยู่ คุณหมอจึงอาจสั่งจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการคันให้ด้วย

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตนเองเพื่อจัดการกับโรคหิด

วิธีเหล่านี้อาจช่วยรับมือกับโรคหิดได้

  • รักษาสุขอนามัยให้ดีอยู่เสมอ และรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัยด้วย 
  • หากมีคนในบ้านเป็นโรคหิด ให้ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยด้วยน้ำร้อนและน้ำยาทำความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังของผู้ที่เป็นโรคหิด
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ที่เป็นโรคหิด

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Scabies. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/scabies/symptoms-causes/syc-20377378. Accessed July 28, 2023.

Scabies Slideshow: Symptoms, Cause, and Treatments. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/ss/slideshow-scabies-overview. Accessed July 28, 2023.

Parasites – Scabies. https://www.cdc.gov/parasites/scabies/index.html. Accessed November, 2021

Scabies. https://www.nhs.uk/conditions/scabies/. Accessed July 28, 2023.

SCABIES: DIAGNOSIS AND TREATMENT. https://www.aad.org/public/diseases/a-z/scabies-treatment. Accessed July 28, 2023.

เวอร์ชันปัจจุบัน

28/07/2023

เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet

อัปเดตโดย: Duangkamon Junnet


บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาทาแก้คัน ผิวหนังอักเสบ ชนิดต่าง ๆ

ผื่นผิวหนังในช่วงฤดูร้อน ควรดูแลอย่างไรไม่ให้ลุกลาม


ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

Duangkamon Junnet


เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ · แก้ไขล่าสุด 28/07/2023

ad iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา