brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

ผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า ปัญหาวัยชราที่ไม่ควรละเลย

ภาวะซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์ที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง เพราะสามารถส่งผลกระทบต่อความรู้สึก การกระทำ และความคิด ซึ่ง ผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า เป็นปัญหาที่พบบ่อย และยิ่งไปกว่านั้นภาวะซึมเศร้ายังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้อีกด้วย โดยปัญหาวัยชราเหล่านี้ ผู้ดูแล หรือแม้แต่ลูกหลานก็ไม่ควรละเลย

ผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า ปัญหาวัยชราที่ไม่ควรละเลย

ผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า เกี่ยวข้องกับอย่างไร

ภาวะซึมเศร้านั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ผู้สูงวัยอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่า ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงวัยพบมากถึง 10-20% ของประชากร และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ ไปอ่านสาเหตุกันต่อได้ที่ด้านล่างกันเลย

สาเหตุผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า

ในผู้สูงวัยอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ง่าย เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง
  • การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ เช่น การสูญเสียคู่ชีวิต หรือคนรัก ออกจากงานเนื่องจากเกษียณ
  • การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ชีวิต และวิถีชีวิตอย่างกะทันหัน ไม่ทันต่อเหตุการณ์ การไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับลูกหลาน
  • ยาบางชนิดอาจทำให้มีภาวะอารมณ์เศร้า
  • ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า

อาการเตือนของ ผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า

อาการเหล่านี้ของผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยและควรสังเกตให้ดี

  • ความรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ โดดเดี่ยว
  • ปวดเมื่อย และมีอาการปวดเรื้อรัง
  • รู้สึกหงุดหงิด กระสับกระส่าย
  • รู้สึกตัวเองไร้ค่า เป็นภาระของผู้อื่น และโทษตัวเองอยู่เสมอ
  • เริ่มมองโลกในแง่ร้าย หรือในด้านลบ
  • มีความคิดอยากตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • ปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
  • หมดความสนใจในกิจกรรม หรืองานอดิเรกที่เคยทำมาทั้งหมด
  • การเปลี่ยนแปลงความอยากอาหาร บางคนอาจเบื่ออาหาร หรือมีการกินอาหารมากขึ้นผิดปกติ
  • มีปัญหาการจดจ่อกับอย่างใดอย่างหนึ่ง การจำรายละเอียด รวมไปถึงการตัดสินใจด้านต่าง ๆ

ซึ่งอาจจะมีอาการอื่น ๆ ให้ผู้ที่ดูแลผู้สูงวัยสามารถสังเกตพฤติกรรมในด้านอื่น ๆ รวมด้วย

แนวทางการรักษาผู้สูงวัยกับภาวะซึมเศร้า

การรักษาเกี่ยวกับเรื่องซึมเศร้าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ที่ผู้สูงอายุ และคนดูแลจำเป็นต้องให้ความร่วมมือซึ่งกัน และกัน

  • หลีกเลี่ยงให้ผู้สูงวัยอยู่คนเดียวลำพัง คอยพูดคุยกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน หรือญาติ เพื่อไม่ให้เกิดความคิดฟุ้งซ่าน
  • พยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม
  • ลองเปลี่ยนกิจกรรม หรืองานอดิเรกอื่น ๆ ที่ไม่เคยทำ หรือหันไปทำกิจกรรมรวมกับผู้อื่น เช่น เข้าชมรมผู้สูงอายุ
  • การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต
  • พาไปสถานที่ใหม่ ๆ
  • ส่งเสริมสุขภาพทางกายด้วยการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ เพียงเล็กน้อยวันละ 30 นาที
  • การไปหาแพทย์ และปฏิบัติตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด
fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ · แก้ไขล่าสุด 30/09/2024