home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตำลึง ผักริมรั้ว ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทาน

ตำลึง ผักริมรั้ว ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทาน

ตำลึง ไม้เลื้อยที่มักจะพันขึ้นตามต้นไม้ยืนต้น ไม้หลักหรือรั้วบ้าน ตามต่างจังหวัดตำลึงถือได้ว่าเป็นพืชที่หารับประทานได้ง่าย เดินไปเด็ดตามรั้วบ้านก็พอได้รับประทานแล้ว เมนูก็สามารถทำได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต้มจืดตำลึง ตำลึงผัดไข่ หรือจะเป็นเมนูง่าย ๆ อย่างตำลึงผัดน้ำมันหอย ก็อร่อยได้ง่าย ๆ นอกจากความอร่อยแล้ว ตำลึงยังเป็นพืชที่มีประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะมีส่วนช่วยในการลดเบาหวาน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงหยิบเอาผักพื้นบ้านอย่างตำลึง มาแบ่งปันความรู้เรื่อง ตำลึง ลดเบาหวาน มาให้อ่านกันค่ะ

สารอาหารใน ตำลึง

ตำลึงเป็นผักที่หารับประทานได้ง่าย แถมมีประโยชน์มากมาย สามารถรับประทานได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว สารอาหารแต่ละส่วนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ดังนี้

ใบตำลึง ประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย อย่าง เบตาแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค โปรตีน และโพแทสเซียม

ลูกตำลึง หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกตำลึงนั้นก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน ส่วนใหญ่มักจะเลือกลูกที่ยังเขียวอยู่ ซึ่งลูกตำลึงก็มีสารอาหารอยู่มากมายเช่น สารคริปโตแซนทิน (Cryptoxanthin) วิตามินซี ไฟเบอร์ และโปรตีน

ประโชน์ของ ตำลึง ลดเบาหวาน

มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือแสดงให้เห็นว่าตำลึง สามารถ ลดเบาหวาน ได้ จากการศึกษาเรื่องตำลึงพบว่า การบริโภค สารสกัดจากตำลึง 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 90 วัน พบว่าตำลึงมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้มากถึงร้อยละ 16

นอกจากนี้ยังมีงานที่ศึกษาเรื่องตำลึงในปีค.ศ. 2011 ของศูนย์ศึกษาโรคเบาหวาน ที่ได้สนับสนุนงานวิจัยด้านบนนั้น พบว่า การบริโภคตำลึง สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดและยังมีส่วนช่วยลดความถี่ในการฉีดอินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน แต่อย่างไรก็การบริโภคตำลึงเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้นยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ดังนั้นการรับประทานตำลึงเพื่อรักษาโรคเบาหวานนั้นเป็นสิ่งที่นักวิจัยไม่แนะนำ

ข้อควรระวังในการบริโภคตำลึง

ตำลึง เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี และถือได้ว่าเป็นผักที่มีผลข้างเคียงที่น้อย ผลข้างเคียงที่ว่าก็คือ การรับประทานตำลึงมีส่วนช่วยในการขับถ่าย จึงอาจจะมีลักษณะเป็นยาระบาย สำหรับใครที่ท้องไส้ง่ายต่อการขับถ่าย หรือขับถ่ายดีอยู่แล้ว เมื่อรับประทานตำลึงอาจทำให้ขับถ่ายคล่องขึ้นกว่าปกติ และนอกจากนี้ตำลึงยังมีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด

ดังนั้นผู้ที่ต้องการบริโภคตำลึงพร้อมกับการรับประทานยารักษาเบาหวาน อาจจะต้องมีความระวังในส่วนนี้ เพราะอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลลดลงมากเกินไป จนส่งผลให้เกิดน้ำตาลต่ำ จนมีอาการวิงเวียนศีรษะ วิตกกังวล เหงื่อออก ความดันโลหิตต่ำ นอกจากนี้ตำลึงก็แทบไม่มีผลข้างเคียงที่อันตรายต่อสุขภาพเลย

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Source

The Health Benefits of Ivy Gourd

https://www.verywellhealth.com/the-benefits-of-ivy-gourd-89467

IVY GOURD

https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-1104/ivy-gourd

Ivy gourd (Coccinia grandis)

https://avrdc.org/ivy-gourd-coccinia-grandis/

ตําลึง..ผักสวนครัวลดเบาหวาน

http://medherbguru.gpo.or.th/articles/D41_Coccinia.pdf

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ เมื่อ 22/04/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x