brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

วิธีรับมือโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ทำได้อย่างไร

โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ควบคุมอาการของโรคเบาหวานได้ไม่ดี อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนั้น จึงควรเรียนรู้เกี่ยวกับอาการและวิธีรับมือโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน เพื่อให้สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายนี้ได้อย่างเหมาะสม

วิธีรับมือโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ทำได้อย่างไร

โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน คืออะไร?

โรคไตเรื้อรังจากเบาหวานเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของไต การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าระดับปกติ จะเข้าไปทำลายเซลล์ไตให้เกิดความเสียหาย การทำงานของไตจะลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การมีโปรตีนในปัสสาวะและเกิดภาวะไตวายในที่สุด

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น น้ำหนักเกินมาตรฐานหรือภาวะอ้วน สมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคไตและโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง

อาการของโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน

อาการของโรคไตจากผู้ป่วยโรคเบาหวานในระยะแรก จะไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นชัดเจน จนกว่าจะเข้าสู่ระยะสุดท้ายของ โรคไตเรื้อรัง โดยมีอาการที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้

  • เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • ปวดศีรษะ
  • ผิวแห้ง และมีอาการคันอย่างต่อเนื่อง
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • อาการบวมที่แขนและขา
  • หายใจถี่
  • อาการมึนงง สับสน

วิธีการรักษาโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะไมโครอัลบูมิน (Microalbuminuria) หรือมีโปรตีนในปัสสาวะ แพทย์มักรักษาด้วยการให้ยาลดความดันโลหิตกลุ่มแองจิโอเทนซิน-คอนเวอร์ติง เอนไซม์ (Angiotensin-Converting Enzyme inhibitors หรือ ACE inhibitor) หรือกลุ่มยาต้านตัวรับแองจิโอเทนซิน (Angiotensin Receptor Blockers หรือ ARBs) 

วิธีการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคไตเรื้อรัง จากเบาหวาน

เราสามารถลดภาวะแทรกซ้อนของโรคไตเรื้อรังจากเบาหวานได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการตรวจสอบวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนัก รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 
  • จำกัดปริมาณโซเดียมลดลงเหลือ 1,500-2,000 มก./ดล.
  • ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

medical
นายแพทย์ ช.ท แพทย์เวชปฏิบัติ
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป · Hello คุณหมอ
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ · แก้ไขล่าสุด 07/10/2025