ยา ไพริดอกซีน หรือ วิตามินบี 6 โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อรักษาโรคโลหิตจางแต่กำเนิด ที่เรียกว่าโรคเลือดจางชนิดซิเดโรบลาส (Sideroblastic Anemia) ภาวะขาดไพริดอกซีน ระดับสารโฮโมซีสทีนในเลือดสูง และอาการชักบางชนิดในเด็กแรกเกิด
ยา ไพริดอกซีน หรือ วิตามินบี 6 โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อรักษาโรคโลหิตจางแต่กำเนิด ที่เรียกว่าโรคเลือดจางชนิดซิเดโรบลาส (Sideroblastic Anemia) ภาวะขาดไพริดอกซีน ระดับสารโฮโมซีสทีนในเลือดสูง และอาการชักบางชนิดในเด็กแรกเกิด

ยา ไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6 โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อรักษาโรคโลหิตจางแต่กำเนิด ที่เรียกว่าโรคเลือดจางชนิดซิเดโรบลาส (Sideroblastic Anemia) ภาวะขาดไพริดอกซีน ระดับสารโฮโมซีสทีนในเลือดสูง และอาการชักบางชนิดในเด็กแรกเกิด
ยาไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6 ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไพริดอกซีน/วิตามินบี 6 บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
ไม่ควรทิ้งยาไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6 ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง
ปรึกษากับแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้
ยาไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6นั้นจะปลอดภัยกับผู้ตั้งครรภ์และให้นมบุตร หากรับประทานในขนาดที่ไม่เกินกับปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน
หลีกเลี่ยงการใช้ยาในปริมาณมากขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มียาแบบพิเศษที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ได้ขณะตั้งครรภ์ แต่ไม่ควรใช้ยาในระยะยาว หรือใช้ยาในปริมาณมากโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ออาการชักในเด็กทารก
สำหรับบางคน ยาไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6 อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร ปวดหัว เป็นเหน็บ ง่วงซึม และผลข้างเคียงอื่นๆ
ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ
ยาไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6 อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์
ยาไพริดอกซีนหรือวิตามินบี 6 อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ยาไพริดอกซีน/วิตามินบี 6 อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคต่อไปนี้
ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้ได้รับในแต่ละวัน
ผู้ชาย
ผู้หญิง
ผู้ใหญ่ที่มีภาวะขาดวิตามินบี6 (ไพริดอกซีน)
ภาวะขาดวิตามินบี6 (ไพริดอกซีน) ในผู้หญิงที่กำลังใช้ยาคุมกำเนิด รับประทาน 25-30 มก. ต่อวัน
กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (premenstrual syndrome) รับประทาน 50-100 มก. ต่อวัน
โรคเลือดจางชนิดซิเดโรบลาสที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary sideroblastic anemia)
โรคนิ่วในไต
สำหรับการรักษาอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Tardive dyskinesia) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาระงับอาการทางจิตในระยะยาว และเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวที่บังคับไม่ได้ของกล้ามเนื้อ เช่นที่ลิ้น ริมฝีปาก ใบหน้า กราม แขน ขา นิ้วมือ หรือนิ้วเท้า
ป้องกันโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม (Macular degeneration)
อาการคลื่นไส้ขณะตั้งครรภ์
ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้ได้รับในแต่ละวัน
อาการชักจากไพริดอกซีน
ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้
หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที
หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด