โรคไข้เลือดออกคือการติดเชื้อไวรัส ซึ่งสาเหตุหลักของการรับเชื้อไข้เลือดออก คือ การถูกยุงที่ติดเชื้อกัด โดยพาหะของโรคไข้เลือดออก คือ ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti)

โรคไข้เลือดออกมีสาเหตุมาจากไวรัสไข้เลือดออก (Dengue Virus: DENV) สามารถติดต่อสู่มนุษย์ได้หากถูกยุงลายที่ติดเชื้อกัด แต่ไม่สามารถติดจากคนสู่คนได้ โดยยุงจะได้รับเชื้อมาจากการดูดเลือดมนุษย์ที่ติดเชื้ออยู่ก่อนแล้วเป็นอาหาร หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ยุงลายที่ติดเชื้อจะสามารถแพร่กระจายไวรัสไปยังคนอื่น ๆ ได้ผ่านการกัด ยุงที่ติดเชื้อแล้วจะติดเชื้อไปตลอดชีวิตจนกว่าจะตาย
ผู้ที่ถูกยุงลายที่ติดเชื้อกัดจะแสดงอาการหลังผ่านระยะเชื้อฟักตัว 3-14 วัน โดย 75% ของผู้ที่ติดเชื้อไข้เลือดออกจะไม่แสดงอาการ
การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกนั้นเป็นไปตามฤดูกาล ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่ในซีกโลกใต้จะพบโรคนี้ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี และผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่ในซีกโลกเหนือจะพบโรคนี้ได้ในช่วงครึ่งหลังของปี
พื้นที่ที่พบโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่อยู่ในสภาพอากาศแบบเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ในเขตเมืองหรือกึ่งเมืองกึ่งชนบท ซึ่งประกอบไปด้วย
ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มักเกิดความสับสนในการวินิจฉัยโรคระหว่างโรคโควิด-19 กับโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในเขตร้อนชื้น ซึ่งระยะของโรคทั้ง 2 นี้มีความคล้ายกัน

โควิด-19 เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่มีสาเหตุจากไวรัส SARS-CoV-2
โรคโควิด-19 จะติดต่อจากคนสู่คนเป็นหลักผ่านทางสารคัดหลั่งของระบบทางเดินหายใจซึ่งแพร่กระจายเมื่อผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือพูดคุย ต่างจากโรคไข้เลือดออกที่ติดต่อจากการถูกยุงที่ติดเชื้อกัด
โรคไข้เลือดออกมักเกิดการติดเชื้อทันทีหลังจากได้รับเชื้อ 5-10 วัน
โรคไข้เลือดออกแบ่งระยะของอาการได้เป็นหลายช่วง ซึ่งอาการหลักของโรคมีดังนี้
ในบางครั้งผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกอาจมีโอกาสพัฒนาอาการจากโรคไข้เลือดออกแบบธรรมดาไปสู่โรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรง (Dengue Haemorrhagic Fever: DHF) ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงเสียชีวิตได้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้นั้นมีน้อยมาก
ผู้ที่เสี่ยงพัฒนาจากโรคไข้เลือดออกแบบธรรมดาไปสู่โรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรง คือ ผู้ที่เคยติดเชื้อโรคไข้เลือดออกมาก่อน (การติดเชื้อซ้ำ) และโอกาสที่โรคไข้เลือดออกธรรมดาจะพัฒนาไปสู่โรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรงจะยิ่งมากขึ้นหากการติดเชื้อครั้งหลังนั้นเป็นเชื้อคนละซีโรไทป์ (serotype) กับการติดเชื้อครั้งก่อนหน้า ซีโรไทป์ของโรคไข้เลือดออกนั้นมีทั้งหมด 4 แบบ คือ DENV1, DENV2, DENV3 และ DENV4 และการติดเชื้อในแต่ละครั้งอาจนำไปสู่การติดเชื้อในซีโรไทป์อื่น ๆ ด้วย
ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรคก็มีโอกาสที่จะพัฒนาจากโรคไข้เลือดออกแบบธรรมดาไปสู่โรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรงได้เช่นกัน
ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรงอาจมีอาการ คือ พบจุดเลือดออกบนผิวหนังและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย รวมไปถึงการรั่วของพลาสมาในเลือด อวัยวะต่าง ๆ เช่น ปอด ตับ และหัวใจของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรงอาจได้รับความเสียหาย แต่อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้น้อยมาก
โรคไข้เลือดออกยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยจะหายได้เองจากการดูแลแบบประคับประคองอาการด้วยการรับประทานยาประเภทพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดสามารถช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อและช่วยลดไข้ ซึ่งสามารถรักษาตัวที่บ้านได้จนกว่าการติดเชื้อจะหายไป
เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที ชุดตรวจไข้เลือดออกแบบทราบผลอย่างรวดเร็วจะถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบและยืนยันว่าการติดเชื้อนั้นเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก การตรวจสอบเชื้อไวรัสในห้องปฏิบัติการก็มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกเช่นกัน ทั้งยังมีส่วนช่วยในการติดตามอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคไข้เลือดออกอีกด้วย
ชุดตรวจไข้เลือดออกแบบทราบผลอย่างรวดเร็วใช้การตรวจสอบหาเชื้อจากเลือดเป็นหลัก ชุดตรวจนี้ถูกออกแบบมาให้ตรวจหาแอนติเจน NS1 ที่มีอยู่ในเชื้อไวรัสโรคไข้เลือดออกซึ่งสามารถตรวจพบได้ในเลือดระหว่างติดเชื้อไข้เลือดออก
แอนติเจน NS1 จะทำปฏิกิริยากับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองโดยการสร้างแอนติบอดีอิมมูโนโกลบูลิน จี (IgG) และแอนติบอดีอิมมูโนโกลบูลิน เอ็ม (IgM) ขึ้นมา
ชุดตรวจไข้เลือดออกแบบทราบผลอย่างรวดเร็วได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือวินิจฉัยการติดเชื้อโรคไข้เลือดออกที่เชื่อถือได้ การใช้ชุดตรวจนี้สามารถช่วยตรวจหาตัวบ่งชี้การติดเชื้อได้ตั้งแต่ 1-2 วันแรกของการติดเชื้อ ก่อนที่จะตรวจพบแอนติบอดีซึ่งจำเป็นต้องทำการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการและอาจใช้เวลานาน
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้ชุดตรวจไข้เลือดออกแบบทราบผลอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจหาแอนติเจน NS1 ของเชื้อโรคไข้เลือดออก เนื่องจากชุดตรวจไข้เลือดออกแบบทราบผลอย่างรวดเร็วมีประโยชน์ ดังนี้
การใช้ยากำจัดยุง รวมทั้งการลดจำนวนบริเวณหรือภาชนะที่มีน้ำขังอันเป็นแหล่งกำเนิดของยุง ถือเป็นการป้องกันและจัดการกับโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ แต่ถึงอย่างนั้น การระบาดของโรคไข้เลือดออกก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ และการลดจำนวนประชากรยุงลงอย่างยั่งยืนก็ถือเป็นเรื่องยาก ทั้งนี้ การใส่เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันยุง รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงสามารถช่วยป้องกันการโดนยุงกัดได้
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
World Health Organization (WHO). Dengue and Severe Dengue. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue. Accessed 19 September 2022.
Ministry of Health, Singapore. Dengue. https://www.moh.gov.sg/diseases-updates/dengue. Accessed 19 September 2022.
Pan American Health Organization (PAHO). Dengue. https://www.paho.org/en/topics/dengue. Accessed 19 September 2022.
National Health Service UK (NHS). Dengue. https://www.nhs.uk/conditions/dengue/. Accessed 19 September 2022.
Center for Disease Control and Prevention (CDC). Is it Dengue or is it COVID-19?. https://www.cdc.gov/dengue/healthcare-providers/dengue-or-covid.html. Accessed 19 September 2022.
Ministry of Health, Malaysia (MOH). What is dengue. http://denggi.myhealth.gov.my/what-is-dengue/?lang=en. Accessed 19 September 2022.
Health Exchange, Singapore. When dengue fever becomes severe dengue. https://www.healthxchange.sg/children/health-scares-outbreaks/dengue-fever-severe-dengue. Accessed 19 September 2022.
World Health Organization (WHO). Dengue and Severe Dengue. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue. Accessed 19 September 2022.
Ministry of Health, Malaysia (MOH). What is dengue. http://denggi.myhealth.gov.my/what-is-dengue/?lang=en. Accessed 19
September 2022.
Center for Disease Control and Prevention (CDC). Dengue Virus Antigen Detection. https://www.cdc.gov/dengue/healthcare-providers/testing/antigen-detection.html. Accessed 19 September 2022.
Beltrán-Silva et al (2018). Clinical and differential diagnosis: Dengue, chikungunya y Zika. Revista Médica del Hospital General de México 81 (3): 146-153. https://www.researchgate.net/publication/309294765_Clinical_and_differential_diagnosis_Dengue_chikungunya_and_Zika
National Library of Medicine. Accuracy of dengue clinical diagnosis with and without NS1 antigen rapid test: Comparison between human and Bayesian network model decision. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6023245/. Accessed 19 September 2022.
PlusOne Journal. Rapid diagnostic tests for the detection of recent dengue infections: An evaluation of six kits on clinical specimens. https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0249602. Accessed 19 September 2022.
เวอร์ชันปัจจุบัน
21/12/2022
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง
อัปเดตโดย: เนตรนภา ปะวะคัง
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เนตรนภา ปะวะคัง