ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 35

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกน้อยของคุณมีขนาดเท่ากับลูกแตงโม ซึ่งหนักประมาณ 2.3 กิโลกรัม และสูงประมาณ 46 เซ็นติเมตร ซึ่งรูปร่างขนาดนี้จะทำให้ไม่มีเนื้อที่ในการเคลื่อนไหวภายในมดลูก ฉะนั้น จำนวนครั้งในการถีบท้องจึงอาจลดลง แต่การถีบของลูกน้อยอาจมีความแรงมากขึ้นได้

ไขมันจะเกิดการสะสมตัวอยู่บนร่างกายของลูกน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณไหล่ ถ้าลูกของคุณอยู่ในท่าเอาหัวลง ศีรษะของลูกน้อยก็วางอยู่ตรงกระดูกหัวหน่าวเพื่อเตรียมตัวคลอด

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ตอนนี้มดลูกที่มีกระดูกเชิงกรานปกป้องเอาไว้ จะขยายใหญ่ขึ้นจนถึงระดับใต้ซี่โครงของคุณแล้ว ถ้าคุณสามารถมองทะลุมดลูกของคุณเข้าไปได้ คุณก็จะเห็นลูกน้อยกินเนื้อที่มากกว่าน้ำคร่ำแล้วในตอนนี้ มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกำลังเบียดอวัยวะภายในอื่นๆ อยู่ ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงต้องปัสสาวะบ่อยๆ และอาจมีอาการแสบร้อนกลางอก และระบบทางเดินอาหารทำงานน้อยลง ถ้าคุณไม่เจอกับอาการที่น่ารำคาญพวกนี้ ก็นับเป็นความโชคดีที่มีอยู่ไม่กี่คนหรอกนะ

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเด็กทารกถึงต้องร้องไห้เวลาที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก? การร้องไห้ครั้งแรกของทารกอาจจะเกิดขึ้นในครรภ์ก็ได้ งานศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ทารกแสดงจะแสดงให้เห็นพฤติกรรมของการร้องไห้ อย่างเช่นคางสั่น อ้าปากกว้าง หายใจผิดปกติหลายๆ ครั้งก่อนจะหายใจออก แล้วทำแบบเดิมอีกครั้ง หรือแสดงอาการตกใจเพื่อตอบสนองเสียงในท้องมารดา

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

ถึงแม้จะใกล้วันครบกำหนดคลอดเข้าไปทุกทีแล้ว แต่ทารกบางคนก็ยังพัฒนาต่อไปจนถึงเดือนที่สิบ ถ้าเป็นเช่นนั้น ลูกน้อยของคุณก็อาจจะต้องอยู่ในมดลูกนานขึ้น ลองถามคุณหมอดูนะว่าต้องเตรียมตัวยังไง ถ้าเลยวันครบกำหนดคลอดไปแล้ว แต่จะดีกว่าถ้าทารกน้อยออกมาจากมดลูกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ โดย

การทดสอบใดที่ควรรู้

คุณต้องใช้เวลาอยู่ในห้องตรวจของคุณหมอในช่วงเดือนนี้บ่อยเป็นพิเศษ ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นในช่วงนี้ โดยคุณหมอจะประเมินขนาดของลูกน้อย และอาจคาดการณ์เวลาคลอดด้วยซ้ำไป ซึ่งอาจทำให้มีการตรวจสอบหลายอย่าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์การทำงานของคุณหมอด้วย ซึ่งก็ได้แก่

  • ชั่งน้ำหนัก (น้ำหนักจะคงที่หรือลดลงในช่วงนี้)
  • วัดความดันโลหิต (อาจอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 2 )
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • ตรวจหาเส้นเลือดขอดที่ขา รวมทั้งอาการบวมที่มือและเท้า
  • วัดขนาดมดลูก โดยการตรวจภายใน เพื่อดูว่าบางขนาดไหน และเริ่มยืดออกหรือยัง
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดทารก ตรวจสอบท่าทางก่อนคลอด (อยู่ในท่าเอาหัวลงหรือเอาก้นลง และก้มหน้าหรือเงยหน้าขึ้น)
  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยที่คุณอยากซักถามคุณหมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับการคลอด อย่างเช่นจะมีการบีบรัดตัวของมดลูกถี่และนานแค่ไหน รวมทั้งอาการต่างๆ ที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอาการที่ผิดปกติ

สุขภาพและความปลอดภัยของคุณแม่

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

  • ท่านอนที่เหมาะสม

ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ คุณสามารถนอนหงายได้เนื่องจากน้ำหนักลูกน้อยยังไม่เยอะ แต่ในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ เมื่อลูกน้อยในครรภ์ตัวหนักขึ้น คุณก็ต้องหาท่าทางในการนอน ที่จะช่วยทำให้คุณนอนได้สบายขึ้น

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน