ขอบตาดำ สาเหตุ และวิธีลดรอยหมองคล้ำ

    ขอบตาดำ สาเหตุ และวิธีลดรอยหมองคล้ำ

    ปัญหาขอบตาดำ หมองคล้ำ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิแพ้บางชนิด (atopic dermatitis) การบาดเจ็บบริเวณขอบตา ภาวะโลหิตจาง อายุที่เพิ่มขึ้น การอดนอน ล้วนส่งผลให้ผิวหนังรอบดวงตาคล้ำขึ้น ทำให้ดูแก่กว่าวัย ใบหน้าดูโทรม การแก้ไขปัญหาขอบตาดำอาจทำได้ด้วยการประคบเย็น พักผ่อนให้เพียงพอ หรือการใช้ครีมบำรุงผิว อีกทั้งอาจปรึกษาคุณหมอ เพื่อหาวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง

    สาเหตุที่ทำให้ขอบตาดำ

    ขอบตาดำ อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

    • ร่างกายขาดน้ำ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการขอบตาดำ เนื่องจากผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำและหย่อนคล้อยได้
    • การพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะการอดนอน หรือการนอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมง อาจส่งผลให้มีของเหลวสะสมใต้ตวงตา ทำให้ตาบวม และทำให้ผิวหนังรอบดวงตาคล้ำขึ้น
    • โรคภูมิแพ้บางชนิด เช่น Atopic dermatotis จะมีรอยคล้ำใต้ตาได้ ( allergic shiner) หรือเมื่อมีอาการแพ้จากสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ฝุ่น น้ำหอม มลพิษ อาหาร ร่างกายอาจหลั่งฮีสทามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ร่างกายหลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้ จะกระตุ้นให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการคัน ตาบวม ตาแดง ตาแห้ง อาจทำให้เกิดรอยคล้ำที่ตาขึ้น
    • การใช้สายตามากเกินไป เช่น เล่นโทรศัพท์ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ เป็นพฤติกรรมที่อาจใช้งานดวงตามากเกินไป จนทำให้ตาล้า และหลอดเลือดบริเวณรอบดวงตาขยาย จนส่งผลให้ผิวหนังรอบดวงตาคล้ำ
    • การบาดเจ็บรอบดวงตา เช่น ดวงตาถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด อาจส่งผลให้หลอดเลือด ดวงตา และผิวหนังรอบดวงตาได้รับความเสียหาย บอบช้ำ นำไปสู่ขอบตาดำ
    • พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีขอบตาดำ ก็อาจมีโอกาสได้รับการสืบทอดยีนที่ทำให้คนในครอบครัวมีขอบตาที่ดำได้เช่นกัน
    • อายุที่มากขึ้น อาจส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น เนื้อเยื่อและผิวรอบดวงตาบางลง ส่งผลให้เห็นขอบตาดำคล้ำขึ้น

    นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง ภาวะต่อมไทรอยด์ ผิวหนังใต้ตาบาง ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่ใช้ยาหยอดตารักษาต้อหิน เช่น ไบมาโตโพรสต์ (Bimatoprost) ก็อาจมีความเสี่ยงที่ทำให้สุขภาพผิวหนังแย่ลง นำไปสู่อาการขอบตาดำคล้ำขึ้นได้เช่นเดียวกัน

    อาการขอบตาดำ

    อาการขอบตาดำ อาจสังเกตได้จากผิวหนังรอบดวงตา หย่อนคล้อย และมีสีที่เข้มขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จนไปถึงสีดำ ปกติแล้วจะไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ สำหรับอาการขอบตาดำแต่หากผิวหนังบริเวณรอบดวงตาได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ ก็อาจมีอาการเจ็บปวด และรอยฟกช้ำสีม่วงดำ นอกจากนี้ หากมีการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ลูกตาเคลื่อนไหวลำบาก ตาไวต่อแสง เลือดออกจากดวงตา ควรเข้าพบคุณหมอทันที เพื่อตรวจสอบความเสียหายของดวงตาและรักษาทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรง ที่อาจนำไปสู่อาการตาบอด

    วิธีแก้ไขปัญหาขอบตาดำ

    วิธีแก้ไขปัญหาขอบตาดำ อาจทำได้ดังนี้

    ประคบเย็น

    อาจใช้เจลแช่เย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งนำมาประคบรอบ ๆ ดวงตา ประมาณ 20 นาที เพื่อให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวม ซึ่งอาจช่วยให้ผิวหนังรอบดวงตาดูสดชื่นและลดความหมองคล้ำ

    พักผ่อนให้เพียงพอ

    การนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง อาจช่วยลดความหมองคล้ำรอบดวงตาได้ อีกทั้งขณะนอนหลับควรนอนหมอนสูงเพื่อให้ศีรษะยกขึ้นเล็กน้อย ป้องกันไม่ให้มีของเหลวสะสมใต้ตาที่ทำให้ผิวหนังใต้ตาดำคล้ำ

    แต่งหน้า

    การใช้เครื่องสำอาง เช่น รองพื้น คอนซีลเลอร์ เป็นวิธีเร่งด่วนที่ช่วยปกปิดความหมองคล้ำบริเวณขอบตาได้ แต่อาจแก้ไขได้เพียงชั่วคราว

    ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุมชื้นรอบดวงตา

    ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของมอยส์เจอไรซ์เซอร์เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังรอบดวงตาและลดความหมองคล้ำได้บ้าง

    ประคบตาด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

    ควรประคบตาด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ถุงชา แตงกวา น้ำมันอัลมอนด์ มาประคบหรือนำมาทาบริเวณใต้ตาและนวดเบา ๆ เป็นเวลา 10-20 นาที อาจช่วยให้สารต้านอนุมูลอิสระซึมลงเข้าสู่ผิว และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดขนาดหลอดเลือดและลดการสะสมของเหลวใต้ตาที่เป็นสาเหตุทำให้ขอบตาดำได้

    หลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลให้ผิวดูแก่ก่อนวัยอันควร เพิ่มความเสี่ยงทำให้ขอบตาดำ

    รักษาด้วยวิธีทางการแพทย์

    เพื่อลดความดำคล้ำของขอบตาโดยคุณหมออาจพิจารณาเลือกวิธีรักษาให้ตามความเหมาะสม ดังนี้

    • ยาในรูปแบบครีม เช่น กรดโคจิก (Kojic acid) กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) ที่อาจช่วยลดความหมองคล้ำ ทำให้ขอบตาดูกระจ่างใสขึ้น
    • เลเซอร์ อาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยปรับโทนสีผิวบริเวณขอบตาดำให้ดูจางลง
    • การฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่ทำจากไฮยาลูรอนิค ที่ช่วยปกปิดความดำคล้ำที่เกิดจากหลอดเลือดขยายตัว โดยคุณหมอจะฉีดฟิลเลอร์บริเวณผิวหนังใต้ตาโดยตรง อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์เป็นการแก้ไขปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ก่อนฉีดควรศึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงและเลือกสถานที่บริการที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
    • การผ่าตัด เพื่อกำจัดไขมันหรือของเหลวที่สะสมอยู่ใต้ตา อีกทั้งยังกำจัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยและทำให้ขอบตาดำ จึงอาจช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณขอบตาได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    What Is a Black Eye?. https://www.aao.org/eye-health/diseases/black-eye. Accessed March 24, 2022   

    black eye. https://www.mayoclinic.org/first-aid/first-aid-black-eye/basics/art-20056675. Accessed March 24, 2022   

    Understanding Black Eye. https://www.webmd.com/eye-health/understanding-black-eye-basics. Accessed March 24, 2022   

    Understanding Black Eye – Symptoms. https://www.webmd.com/eye-health/understanding-black-eye-symptoms. Accessed March 24, 2022   

    Black Eye Treatment. https://www.webmd.com/eye-health/understanding-black-eye-treatment. Accessed March 24, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 30/04/2022
    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงอัญชิสา กาญจโนมัย