home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

คันที่รอยสัก แต่ไม่อยากเกา จะบรรเทาอาการคันอย่างไรดี

คันที่รอยสัก แต่ไม่อยากเกา จะบรรเทาอาการคันอย่างไรดี

สำหรับบางคนที่เพิ่งไปสักมาใหม่ แล้วเกิดอาการ คันที่รอยสัก อาจจะยังไม่รู้ว่าจะบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นอย่างไรดี เพราะหากเกาลงไปบนรอยสัก ก็อาจทำให้รอยสักเสียหายได้ นอกจากนั้น ยังอาจเสียงต่อการติดเชื้อได้อีกด้วย ดังนั้น การบรรเทา อาการคันที่รอยสัก อย่างถูกวิธี ต้องทำอย่างไรบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

เพราะเหตุใดจึงเกิดอาการคันที่รอยสัก

หากคุณรู้สึกคันที่รอยสัก นั่นถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ที่เพิ่งไปรับการสักมาใหม่ ๆ รอยสักจะมีความอ่อนไหวต่ออาการคันมากที่สุดเมื่อมันยังไม่หายดี อาการคันที่รอยสัก อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างขั้นตอนการรักษา เมื่อคุณสักมาใหม่ ๆ ผิวหนังของคุณจะถูกทำลายด้วยเข็มและหมึก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคันได้ในบางจุด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใน คุณไม่ควรเกาแม้จะ คันที่รอยสัก ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเพิ่งไปสักมาใหม่ ๆ การเกาที่รอยสักอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อรอยสัก รวมถึงผิวหนังโดยรอบ นอกจาก อาการคันที่รอยสัก จะเกิดขึ้นกับรอยสักใหม่ ๆ แล้ว มันยังสามารถเกิดขึ้นกับรอยสักเก่าได้เช่นกัน ซึ่ง อาการคันที่รอยสัก อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

กระบวนการรักษาตามปกติ

เมื่อคุณเพิ่งไปสักมาใหม่ ผิวหนังของคุณจะกำลังฟื้นตัวจากบาดแผล ซึ่งผิวหนังอาจอักเสบและกำลังทำงานเพื่อป้องกันการติดเชื้อและซ่อมแซมตัวเอง ในขณะที่เนื้อเยื่อผิวหนังสมานตัวก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมี อาการคันที่รอยสัก

การติดเชื้อ

รอยสักใหม่จะเผยให้เห็นชั้นลึกของหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ของเนื้อเยื่อผิวหนัง หมึกที่ใช้สักรอยสักใหม่ ๆ อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด ภายใน 2-3 สัปดาห์แรกของกระบวนการรักษา หากบริเวณรอยสักใหม่เกิดการติดเชื้อ คุณอาจมีอาการคันที่รอยสักร่วมกับอาการบวมแดง และมีเลือดออก การติดเชื้ออย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดไข้และหนาวสั่น ซึ่งคุณจำเป็นจะต้องไปพบคุณหมอ

ปฏิกิริยาการแพ้เม็ดสีพิกเม้นต์ (Pigment)

บางคนอาจมีอาการแพ้หมึกที่ใช้ในการสัก เม็ดสีพิกเม้นต์ที่ใช้ในการสักอาจทำจากสีย้อมที่ทำจากวัสดุพลาสติก ตามที่สถาบันผิวหนังของอเมริกา (American Academy Dermatology หรือ AAD) ระบุเอาไว้ว่า อาการแพ้อาจเกิดขึ้นได้ทันทีหรืออาจจะเกิดขึ้นหลังจากสักเสร็จไปแล้วหลายปีก็ได้เช่นกัน ซึ่งการแพ้เม็ดสีพิกเม้นต์เป็นผลทำให้คุณอาจมี อาการคันที่รอยสัก อย่างรุนแรง พร้อมกับผื่นแดงและลมพิษ (Hive)

การปนเปื้อนในหมึกสัก

นอกจากอาการแพ้หมึกสักแล้ว อาการคันที่รอยสักยังอาจเกิดจากหมึกสักมีการปนเปื้อนได้อีกด้วย ดังนั้น คุณจึงมีความเสี่ยงได้ แม้ว่าทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration; FDA) จะมีการระบุเอาไว้ว่า “ปราศจากเชื้อ” ก็ตาม

สภาพผิวที่มีอยู่ก่อน

หากสภาพผิวของคุณ เคยเป็น ผิวหนังอักเสบ หรือโรคสะเก็ดเงิน มาก่อน มันอาจจะไม่ค่อยดีนักถ้าจะไปสัก เนื่องจากมันอาจทำให้เกิดอาการวูบวาบหลังจากที่คุณสักเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น ยังอาจทำให้เกิดผื่นแดงและคันที่ผิวหนังบริเวณใดบริเวณหนึ่งในร่างกายของคุณ ไม่ใช่เฉพาะบริเวณผิวหนังที่มีรอยสักเท่านั้น

โรคซาร์คอยด์ (Sarcoidosis)

โรคซาร์คอยด์ เป็นภาวะที่อาจส่งผลต่อรอยสักที่สักมานานแล้ว ในความเป็นจริงแล้ว ทางสถาบันผิวหนังของอเมริการะบุเอาไว้ว่า สภาพภูมิต้านทานผิดปกตินี้ สามารถเกิดขึ้นได้แม้จะผ่านไปแล้วหลายปีก็ตาม ทั้งยังส่งผลต่ออวัยวะภายในอีกด้วย ถึงแม้มันจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับหมึก แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคซาร์คอยด์ ทำให้เกิดอาการ คันที่รอยสัก และยังทำให้รอยสักเก่าอักเสบอย่างมากได้อีกด้วย

ปฏิกิริยากับการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging; MRI)

บางครั้งเมื่อคุณหมอต้องทำการวินิจฉัยโรคบางอย่าง คุณหมออาจจะสั่งให้ทำการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging; MRI) ซึ่งทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration; FDA) มีรายงานระบุเอาไว้ว่า การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีผลต่อรอยสักที่สักมานานแล้ว อาการต่าง ๆ อาจรวมถึงอาการคันและบวม สิ่งเหล่านี้จะหายไปเองในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยที่ไม่ต้องไปพบคุณหมอ

วิธีรักษาอาการ คันที่รอยสัก

วิธีรักษาอาการคันที่รอยสักที่ถูกต้องจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ รอยสักที่เพิ่งสักมาใหม่มีแนวโน้วที่จะเกิดความเสียหายได้ง่าย และเสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นพิเศษ จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้หมึกหรือผิวโดยรอบเสียหาย ส่วนรอยสักที่สักมานานแล้ว อาจเสี่ยงต่อการทำร้ายผิวหนังในบางกรณี สำหรับวิธีรักษา อาการคันที่รอยสัก สามารถทำได้ดังนี้

ครีมและขี้ผึ้งที่ไม่ต้องสั่งโดยคุณหมอ (Over the counter; OTC)

โดยทั่วไปแล้ว รอยสักใหม่นั้นคุณไม่ควรใช้ครีมและขี้ผึ้งที่ไม่ต้องสั่งโดยคุณหมอ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจรบกวนกระบวนการรักษาตามธรรมชาติของผิว อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้ไฮโดรคอร์ติโซนชนิดทาผิวหนัง (Topical Hydrocortisone) มาใช้ทารอยสักที่มีอาการคัน รวมถึงรอยสักที่สักมานานแล้วได้

ประคบเย็น (Cool Compresses)

การประคบเย็นสามารถบรรเทาอาการคัน ทั้งยังช่วยสามารถลดอาการบวมได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ ควรจะต้องปรึกษาคุณหมอก่อนที่จะใช้วิธีปะระคบเย็นบริเวณรอยสักที่เพิ่งสักมาใหม่ ตามข้อมูลของ The Nemours Foundation รอยสักใหม่อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการรักษา

ทำให้บริเวณรอยสักชุ่มชื้น

หากผิวของคุณทั้งคันและแห้ง วิธีแก้ปัญหาอาจจะทำได้ด้วยการทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น สำหรับรอยสักที่สักมานานแล้ว ให้เลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของข้าวโอ๊ตหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ชนิดเข้มข้นที่ทำจากโกโก้บัตเตอร์ (Cocoa Butter) หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสีและน้ำหอม เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง และอาจทำให้ อาการคันที่รอยสัก เพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ตั้งใจ

สำหรับรอยสักใหม่ให้ลองถามจากช่างสักเกี่ยวกับวิธีการรักษาความชุ่มชื้นที่ดีที่สุด ช่างสักบางคนจะแนะนำให้ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือส่วนผสมบางอย่างตามทฤษฎีที่ว่า มันสามารถดึงหมึกใหม่ออกมาได้ โดยปกติแล้ว โลชั่นทามือที่ปราศจากน้ำหอมและไม่มีกลิ่นถือว่าดีที่สุด

ข้าวโอ๊ตสำหรับผสมน้ำอาบ (สำหรับรอยสักที่สักมานานแล้วเท่านั้น)

การอาบน้ำที่มีข้าวโอ๊ตผสมกับคอลลอยด์ (Colloid) สามารถช่วยบรรเทาอาการคันบริเวณรอบ ๆ รอยสักที่สักมานานแล้วของคุณได้ แต่ห้ามใช้วิธีนี้กับรอยสักที่เพิ่งสักมาใหม่ เนื่องจากคุณไม่ควรแช่น้ำเป็นเวลานานอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์

ยาสำหรับรักษาสภาพผิว

หากสภาพผิวเดิมกำลังทำให้รอยสักของคุณคัน คุณหมออาจสั่งจ่ายครีมเฉพาะที่ ซึ่งรวมถึงโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) และโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) หากคุณไดรับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซาร์คอยด์ (Sarcoidosis) คุณอาจจะต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันอาการคัน และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

ลบรอยสักออก

หากหมึกสักเป็นสาเหตุของ อาการคันที่รอยสัก และไม่สามารถลบออกเองได้ คุณอาจจะต้องไปพบคุณหมอผิวหนัง เพื่อทำการลบรอยสักอย่างมืออาชีพ ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยเลเซอร์ หรือการรักษาผิวหนังอื่น ๆ เช่น การขัดผิวหนัง (Dermabrasion) บางครั้งมันอาจเหลือรอยแผลเป็นถาวร นอกจากนั้น การลบรอยสักอาจจะทำได้ยากในบริเวณที่รอยสักมีเม็ดสีเข้ม

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

อาการคันที่รอยสัก อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ส่วนใหญ่จะสามารถรักษาได้ แต่คุณจำเป็นที่จะต้องไม่ไปกระตุ้มอาการคันด้วยการเกา เพราะมันจะทำให้อาการคันแย่ลง และอาจทำให้รอยสักเสียหายได้ หากคุณสงสัยว่ามีอาการติดเชื้อที่รอยสัก คุณควรไปพบคุณหมอ อย่ารอช้าถ้าคุณมีไข้ หนาวสั่น และรู้สึกไม่สบาย คุณหมออาจจะสั่งยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยรักษาการติดเชื้อ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายการติดเชื้อ นอกจากนั้น การติดเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ทั้งยังทำให้รอยสักเสียหายได้อีกด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Help! My Tattoo Itches and I Don’t Want to Damage It. https://www.healthline.com/health/itchy-tattoo. Accessed January 20, 2021

TATTOOS: 7 UNEXPECTED SKIN REACTIONS AND WHAT TO DO ABOUT THEM. https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-basics/tattoos/tattoo-skin-reactions. Accessed January 20, 2021

Tattoos. https://kidshealth.org/en/teens/safe-tattooing.html. Accessed January 20, 2021

Think Before You Ink: Are Tattoos Safe?. https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/think-you-ink-are-tattoos-safe. Accessed January 20, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 21/01/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ