brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

ประโยชน์ของเสาวรส และข้อควรระวังในการบริโภค

เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีลักษณะกลม ผลสุกมีสีม่วง เหลืองหรือส้ม มีเมล็ดจำนวนมากซึ่งรับประทานได้ มีรสเปรี้ยว อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาจช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดีต่อระบบย่อยอาหาร บำรุงหัวใจ อาจช่วยลดความวิตกกังวล

ประโยชน์ของเสาวรส และข้อควรระวังในการบริโภค

คุณค่าทางโภชนาการของเสาวรส

เสาวรสปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 97 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น

  • คาร์โบไฮเดรต 23 กรัม
  • น้ำตาล 11 กรัม
  • ไฟเบอร์ 10 กรัม
  • โปรตีน 2.2 กรัม
  • ไขมัน 0.7 กรัม
  • โพแทสเซียม 348 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 28 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ เสาวรสยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 6 ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซิน (Niacin)

ประโยชน์ของเสาวรส ที่มีต่อสุขภาพ

เสาวรสมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของเสาวรสในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้

อาจช่วยปรับปรุงการทำงานของอินซูลิน

เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินซี มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลินในการเผาผลาญน้ำตาลเป็นพลังงาน โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Preventive Nutrition and Food Science เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มน้ำเสาวรสที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจ (Cardiac Autonomic Function หรือ CAF) และน้ำตาลในเลือดของผู้ที่มีสุขภาพดี พบว่า เสาวรสเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันที่รบกวนการเผาผลาญกลูโคสด้วยการทำลายเอนไซม์และกลไกการทำงานของเซลล์ในร่างกาย การบริโภคเสาวรสที่อุดมไปด้วยวิตามินซี จึงอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน

เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อและการทำลายจากสารอนุมูลอิสระ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินซีที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน พบว่า วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงภูมิคุ้มกันโดยการสนับสนุนการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน สนับสนุนการทำงานของเยื่อบุผิวที่ต่อต้านเชื้อโรคและส่งเสริมการป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชันของผิวหนังที่ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ

อาจช่วยบำรุงหัวใจ

เสาวรสอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งอาจช่วยทำให้หัวใจเต้นปกติ ช่วยควบคุมความดันโลหิต และอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Hypertension Reports เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของโพแทสเซียมซึ่งมีส่วนช่วยในการจัดการกับความดันโลหิตสูง พบว่า โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิต โดยผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอมีความดันโลหิตที่ลดลง อาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจตาย

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอีกหนึ่งชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสาร Preventive Nutrition and Food Science เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มน้ำเสาวรสที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจ (Cardiac Autonomic Function หรือ CAF) และน้ำตาลในเลือดในผู้ที่มีสุขภาพดี พบว่า การบริโภควิตามินซีส่งผลดีต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว อาจมีศักยภาพในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดและช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

อาจดีต่อระบบย่อยอาหาร

เสาวรสอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของไฟเบอร์และพรีไบโอติกที่ส่งผลต่อสุขภาพ พบว่า การบริโภคใยอาหารสูงส่งผลดีต่อสุขภาพลำไส้ ระบบย่อยอาหาร ช่วยในการขับถ่ายและช่วยควบคุมน้ำหนัก รวมถึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

ข้อควรระวังในการบริโภคเสาวรส

ข้อควรระวังในการบริโภคเสาวรสที่ควรรู้ มีดังนี้

  • เสาวรสมีน้ำยางตามธรรมชาติที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ในบางคนได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Allergy เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2540 ศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มอาการแพ้ลาเทก ฟรุต ซินโดรม (Latex-Fruit Syndrome) พบว่า ผลไม้หลายชนิดมีน้ำยางตามธรรมชาติที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ เช่น มะละกอ อะโวคาโด กล้วย เกาลัด เสาวรส มะเดื่อ แตงโม มะม่วง กีวี่ สับปะรด พีช มะเขือเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้อาหารในผู้ป่วยที่แพ้ยางธรรมชาติ
  • เนื้อเสาวรสมีสารประกอบที่มีความเป็นพิษที่พบตามธรรมชาติในพืชบางชนิด เรียกว่า ไซยาโนเจนิคไกลโคไซด์ (Cyanogenic Glycosides) ซึ่งอาจทำให้เกิดพิษไซยาไนด์ (Cyanide) ในร่างกายปริมาณมาก หากสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ ง่วงซึม คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นแดง ส่วนใหญ่มักพบในผลไม้ที่ยังไม่สุก โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Food Additives & Contaminants เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ศึกษาเกี่ยวกับไซยาโนเจนิคไกลโคไซด์ในอาหารจากพืช พบว่า ไซยาโนเจนิคไกลโคไซด์พบในพืชหลายชนิด เช่น เสาวรส ผักโขม มันสำปะหลัง หน่อไม้ อัลมอนด์ เมล็ดแฟลกซ์ โดยความเป็นพิษของไซยาโนเจนิคไกลโคไซด์เกิดจากการย่อยสลายของเอนไซม์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดพิษไซยาไนด์เฉียบพลันและยังอาจเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ หัวใจเต้นช้าลง โรคผิวหนัง
fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 07/04/2022