home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ บอกเลยรู้แล้วจะอึ้ง!

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ บอกเลยรู้แล้วจะอึ้ง!

หลายคนน่าจะตระหนักดีว่า ระบบทางเดินหายใจ เป็นระบบหนึ่งที่สำคัญมากในร่างกายของเรา ระบบหายใจแบ่งออกเป็นส่วนบนและส่วนล่าง โดยอวัยวะในระบบทางเดินหายใจส่วนบนประกอบด้วยจมูก คอหอย เป็นต้น ส่วนอวัยวะในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างประกอบด้วยกล่องเสียง หลอดคอ หลอดลมต่างๆ ปอด และกะบังลม ระบบทางเดินหายใจไม่ได้มีหน้าที่แค่หายใจเข้า-ออกเท่านั้น วันนี้ Hello คุณหมอเลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับระบบทางเดินหายใจของเราให้ดีขึ้น บอกเลยว่าบางเรื่องถ้าคุณรู้แล้วจะต้องอึ้งแน่นอน

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ

1. แค่ หายใจ ก็ทำให้ร่างกายเสียน้ำมหาศาล

เราหายใจเข้าเพื่อรับเอาออกซิเจนเข้าสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย และหายใจออกเพื่อกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย แต่สิ่งที่ออกจากร่างกายขณะที่หายใจออกนั้นไม่ได้มีแค่คาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น ยังมีน้ำจำนวนมหาศาลด้วย ข้อมูลจากบทความที่เผยแพร่ในวารสาร Polish Pneumonology and Allergology เมื่อปี 2012 เปิดเผยว่า ในขณะที่เราอยู่นิ่งๆ ร่างกายของเราจะสูญเสียน้ำไปกับการหายใจออกมากถึง 17.5 มิลลิลิตร และปริมาณน้ำที่เสียไปเมื่อหายใจออกจะสูงกว่านี้ถึง 4 เท่าเมื่อเราออกกำลังกาย

2. บางคนกลั้นหายใจได้นานกว่า 20 นาที

ผู้ใหญ่จะกลั้นหายใจได้เฉลี่ย 30-60 วินาที หากเรากลั้นหายใจนานกว่านี้อาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้นจนส่งผลให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดได้

แม้ค่าเฉลี่ยจะออกมาเช่นนี้ แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่ม เช่น นักดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ ที่เชี่ยวชาญการดำน้ำแบบตัวเปล่า โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาจะใช้เทคนิคในการหายใจที่แตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดลดลง จึงหายใจได้นานขึ้นโดยไม่เกินภาวะเลือดเป็นกรด เจ้าของสถิติดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ได้นานที่สุด ที่บันทึกโดยสถาบันสถิติโลกอย่างกินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World Record) คือ Stig Severinsen ชาวเดนมาร์ก โดยในปี 2012 เขาสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานถึง 22 นาทีเลยทีเดียว

3. ละอองฝอยจากการจามอาจไปได้ช้ากว่าที่คุณคิด

จากการศึกษาวิจัยแบบจำลองในอดีตพบว่า การจามนั้นมีอัตราความเร็วอยู่ที่ประมาณ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ผลการจากศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเร็วของการจาม โดยอาศัยกล้องความเร็วสูงและแสงไฟแอลอีดี ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS ONE เมื่อปี 2013 เผยว่า การจามของผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยมีอัตราความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

4. ที่หน้าอกเราขยับเวลาออกกำลังกาย ไม่ได้เป็นเพราะอากาศเคลื่อนที่

ขณะที่เราหายใจเข้า หน้าอกจะพองตัว และเมื่อหายใจออก หน้าอกจะยุบตัว หลายคนอาจคิดว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะอากาศเคลื่อนที่เข้าและออกจากร่างกาย แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการที่หน้าอกของเราพองและยุบเวลาที่เราหายใจ เกิดจากกะบังลม ซึ่งเป็นแผ่นกั้นบางๆ ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ และแผ่นผังผืด ที่กั้นระหว่างช่องอกกับช่องท้องยึดและหดตัว

โดยเมื่อเราหายใจเข้า กะบังลมจะยืดหรือขยายตัวเพื่อเพิ่มพื้นที่ในช่องอก ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างกระดูกซี่โครงหดตัว กระดูกซี่โครงจึงเคลื่อนขึ้นข้างบนและยื่นไปข้างหน้า ส่งผลให้ดูเหมือนหน้าอกพองตัว และเมื่อเราหายใจออก ก็จะเกิดกระบวนการดังกล่าวในลักษณะตรงกันข้าม ส่งผลให้มองแล้วเหมือนหน้าอกยุบตัวนั่นเอง

5. ปอดเป็นอวัยวะชิ้นเดียวในร่างกายที่ลอยน้ำได้

ปอดทั้งสองข้างของเราประกอบไปด้วยถุงลมปอด (Alveoli) ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงอากาศเล็กๆ คล้ายลูกโป่งจำนวนกว่า 300 ล้านถุง มีหน้าที่แลกเปลี่ยนอากาศ คือ กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสเลือดและนำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อมีอากาศอยู่เต็มปอด ถุงลมปอดเหล่านี้จะพองขึ้น ทำให้ปอดกลายเป็นอวัยวะเดียวในร่างกายของมนุษย์ที่สามารถลอยน้ำได้

6. ปอดข้างซ้ายของเราเล็กกว่าปอดข้างขวา

หลายคนอาจคิดว่าปอดทั้งสองข้างของเรานั้นมีขนาดเท่ากัน แต่ความจริงแล้ว ปอดข้างซ้ายนั้นมีขนาดเล็กกว่าปอดข้างขวาเล็กน้อย เพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้หัวใจของเรานั่นเอง ปอดข้างซ้ายจะมี 2 กลีบ ส่วนปอดข้างขวาจะมี 3 กลีบ โดยขนาดของกลีบปอดแต่ละกลีบนั้นจะขึ้นอยู่กับส่วนสูงของคุณและระดับความสูงจากน้ำทะเลของพื้นที่ที่คุณอยู่อาศัย หากคุณเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ หรืออยู่บนที่สูงซึ่งอากาศเบาบาง ปอดก็จะใหญ่ เพราะร่างกายต้องการอากาศมากกว่านั่นเอง

7. เรา หายใจ ประมาณ 22,000 ครั้งต่อวัน

เมื่อเราหายใจเข้า ออกซิเจนจะเข้าสู่ร่างกายและถูกลำเลี้ยงไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกายผ่านกระแสเลือด เมื่อเซลล์ในร่างกายใช้ออกซิเจนแล้วก็จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่กระแสเลือดและส่งไปยังปอด จากนั้นเราก็จะหายใจพร้อมปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ซึ่งจำนวนครั้งในการหายใจเข้า-ออกในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณ 22,000 ครั้ง และเวลาที่เราหายใจเข้า ร่างกายเราจะได้รับอากาศถึง 8,000 ลิตรเลยทีเดียว

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Gasp! 11 Surprising Facts About the Respiratory System. https://www.livescience.com/44105-respiratory-system-surprising-facts/2.html. Accessed April 24, 2020

Respiratory System Fun Facts. https://biologydictionary.net/respiratory-system-fun-facts/. Accessed April 24, 2020

5 Amazing Fun Facts about the Respiratory System. https://www.enlightiumacademy.com/blog/parent-center/entry/5-amazing-fun-facts-about-the-respiratory-system. Accessed April 24, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 28/04/2020
x