โรคอ้วน

โรคอ้วน หรือการสะสมไขมันส่วนเกินก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ ซึ่งปัจจุบันความอ้วนอาจนำไปสู้ภาวะทางสุขภาพระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิดได้

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคอ้วน

ทำไมยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน? เจาะลึกฮอร์โมนเครียด ต้นเหตุ "โรคอ้วน" และความดันโลหิตสูง

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่พยายามลดน้ำหนักอย่างหนัก เข้ายิมเป็นประจำ และคุมอาหารจนแทบไม่ได้กินของอร่อย แต่ทำไม "พุง" เจ้ากรรมกลับไม่ยอมยุบลงเลย? หรือบางคนกลับพบว่าในช่วงที่งานรุมเร้า เครียดสะสม น้ำหนักกลับพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ คำตอบของปริศนานี้ไม่ได้อยู่ที่วินัยของคุณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรารู้จักกันในนาม "ฮอร์โมนความเครียด" ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่เปลี่ยนคนเครียดให้กลายเป็นโรคอ้วนลงพุง และลุกลามไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงในที่สุด ความเครียดกับร่างกาย: เมื่อ "กลไกเอาตัวรอด" กลายเป็นภัยเงียบ ในทางชีวภาพ ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้รับมือกับอันตรายผ่านระบบที่เรียกว่า "Fight or Flight" (สู้หรือหนี) เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์คับขัน ต่อมหมวกไตจะหลั่ง Cortisol ออกมาเพื่อทำหน้าที่สำคัญคือการเพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด เพื่อให้กล้ามเนื้อมีพลังงานเพียงพอในการต่อสู้หรือวิ่งหนี แต่ปัญหาของคนในยุคปัจจุบันคือ เราไม่ได้เครียดเพราะต้องหนีเสือหรือสู้กับสัตว์ร้าย แต่เราเครียดเพราะเดดไลน์งาน ปัญหาการเงิน หรือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ซึ่งความเครียดเหล่านี้เป็น "ความเครียดเรื้อรัง" (Chronic Stress) ที่ทำให้ระดับ Cortisol ในร่างกายสูงค้างอยู่เป็นเวลานาน ร่างกายจึงเข้าสู่โหมดกักเก็บพลังงานเพื่อรับมือกับวิกฤตที่ไม่มีวันจบสิ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน เจาะลึกกลไก: ทำไมคอร์ติซอลถึงสั่งให้ "สะสมไขมันที่พุง" หลายคนอาจตั้งคำถามว่า "ถ้าเครียดแล้วต้องใช้พลังงาน ทำไมเราถึงอ้วนขึ้น?" คำตอบซ่อนอยู่ในกลไกการทำงานของ Cortisol ที่ส่งผลต่อร่างกาย 3 ด้านหลัก ดังนี้: 1. ปรากฏการณ์ "พุงเครียด" […]

สำรวจ โรคอ้วน

โรคอ้วน

น้ำหนักเกินเกี่ยวอะไรกับความดัน ไขมันสูง และเมตาบอลิกซินโดรม?

น้ำหนักเกินไม่ได้แปลว่าเจ็บป่วยทันที แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะที่เรียกว่า “เมตาบอลิกซินโดรม” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน NHLBI, NIDDK และ American Heart Association ระบุสอดคล้องกันว่า ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความผิดปกติเหล่านี้ให้เกิดร่วมกัน น้ำหนักเกินทำให้ความดันและไขมันในเลือดแย่ลงได้อย่างไร เมื่อร่างกายมีไขมันส่วนเกินมากขึ้น โดยเฉพาะรอบเอว ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะต้องทำงานหนักขึ้น หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้น หลอดเลือดรับแรงดันมากขึ้น และสมดุลของไขมันในเลือดก็อาจเปลี่ยนไป NIDDK และ NHLBI ระบุว่า ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง LDL สูง และ HDL ต่ำ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ความอ้วนยังเชื่อมโยงกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ง่าย และเป็นจุดเริ่มของเบาหวานชนิดที่ 2 เมื่อความดัน ไขมัน น้ำตาล และรอบเอวผิดปกติพร้อมกัน ความเสี่ยงก็ไม่ได้บวกแบบธรรมดา แต่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มอันตรายที่ต้องรีบจัดการ เมตาบอลิกซินโดรมคือ “กลุ่มอาการเสี่ยง” ไม่ใช่โรคเดียว เมตาบอลิกซินโดรมคือการมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวใหญ่ ความดันโลหิตสูง […]


โรคอ้วน

คุมอาหารอย่างเดียวพอไหม? บทบาทของการออกกำลังกายในการลดไขมันและคุมน้ำหนัก

เวลาอยากลดน้ำหนัก หลายคนเริ่มจากคำถามว่า “ถ้าคุมอาหารดีพอ ยังจำเป็นต้องออกกำลังกายไหม” คำตอบคือ การคุมอาหารมีบทบาทสำคัญมากต่อการลดน้ำหนัก แต่ถ้าเป้าหมายคือ “ลดไขมันอย่างมีคุณภาพ สุขภาพดีขึ้น และคุมน้ำหนักได้ในระยะยาว” การออกกำลังกายยังมีบทบาทสำคัญมาก CDC และ NIDDK ระบุว่า การลดพลังงานจากอาหารช่วยให้เกิดการลดน้ำหนักได้จริง แต่การมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอช่วยทั้งเรื่องการใช้พลังงาน สุขภาพหัวใจ ความแข็งแรง และการรักษาน้ำหนักหลังลดได้ดีกว่าเดิม คุมอาหารอย่างเดียว “ลดน้ำหนัก” ได้ แต่ไม่ได้ตอบทุกโจทย์ CDC ระบุว่า การลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักเกิดจากการลดแคลอรีที่รับเข้าไป นั่นแปลว่า หากคุมอาหารได้เหมาะสม น้ำหนักก็มีโอกาสลดลง แม้ยังไม่ได้ออกกำลังกายมากนัก แต่ปัญหาคือ ตัวเลขบนตาชั่งที่ลดลง ไม่ได้บอกว่าเราลด “ไขมัน” อย่างเดียวเสมอไป บางคนอาจลดทั้งไขมัน น้ำ และมวลกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน โดยเฉพาะถ้าลดอาหารมากเกินไปหรือกินโปรตีนไม่พอ เมื่อกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายอาจอ่อนแรง เหนื่อยง่าย และรูปร่างไม่กระชับอย่างที่หวัง ที่สำคัญคือเมื่อหยุดคุมเข้ม น้ำหนักอาจเด้งกลับได้ง่ายขึ้น เพราะเราไม่ได้สร้างนิสัยการเคลื่อนไหวหรือเสริมสมรรถภาพร่างกายไว้เลย การออกกำลังกายช่วยให้ “ลดไขมัน” ได้มีคุณภาพขึ้น บทบาทของการออกกำลังกายไม่ได้มีแค่เผาผลาญแคลอรี แต่ยังช่วยให้ร่างกายรักษามวลกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น สนับสนุนระบบเผาผลาญ ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น และทำให้การควบคุมน้ำหนักในระยะยาวมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น CDC ระบุว่าการใช้พลังงานผ่านการเคลื่อนไหว เมื่อทำร่วมกับการลดแคลอรีจากอาหาร จะช่วยสร้างภาวะขาดดุลพลังงานซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนัก และยังย้ำด้วยว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอมีความสำคัญมากต่อการรักษาน้ำหนักหลังลด อีกจุดที่สำคัญคือ […]


โรคอ้วน

โรคอ้วนกระทบข้อเข่าและหลังอย่างไร? ทำไมแค่น้ำหนักขึ้นจึงทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้น

หลายคนอาจคิดว่าโรคอ้วนเป็นแค่เรื่องรูปร่าง แต่จริง ๆ แล้วน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นสามารถกระทบกับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อเข่า หลัง และความคล่องตัวเวลาเดิน ยืน หรือขึ้นบันได ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนยังสัมพันธ์กับปัญหาข้อ ปัญหาการหายใจ และคุณภาพชีวิตที่ลดลงด้วย น้ำหนักตัวที่มากขึ้น เพิ่มแรงกดต่อข้อเข่าและหลังโดยตรง ข้อเข่า ข้อสะโพก และกระดูกสันหลังเป็นโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายอยู่แล้ว เมื่อมีน้ำหนักเกิน ภาระที่กดลงบนข้อต่อเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อทำงานหนักขึ้น จึงไม่น่าแปลกที่คนที่มีภาวะอ้วนจะมีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น หรือหากมีอาการอยู่เดิมก็อาจปวดมากขึ้นได้ โดยเฉพาะเวลาเดิน ขึ้นลงบันได หรือยืนนาน ๆ สำหรับอาการปวดหลัง กลไกสำคัญคือการที่แนวรับน้ำหนักของลำตัวเปลี่ยนไป กล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัวต้องทำงานมากขึ้นเพื่อพยุงท่าทาง หากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ ก็เกิดอาการตึงล้า ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดเมื่อยเรื้อรังได้ง่ายขึ้น งานด้านสุขภาพระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของ WHO ยังชี้ว่าโรคกลุ่มนี้ทำให้ความคล่องตัวลดลง คุณภาพชีวิตถดถอย และส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคมด้วย ปัญหาไม่ได้มาจาก “แรงกด” อย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับการอักเสบ อีกจุดที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือ โรคอ้วนไม่ได้กระทบข้อต่อเพียงเพราะน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกายด้วย CDC และ NIDDK อธิบายว่า ไขมันส่วนเกินสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระยะยาวในร่างกาย รวมถึงสารที่กระตุ้นการอักเสบ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดข้อหรือข้อเสื่อมรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นบางคนจึงไม่ได้แค่ “ปวดเพราะหนัก” แต่เป็น “ปวดเพราะทั้งหนักและอักเสบ” ไปพร้อมกัน ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะทำให้เราเข้าใจว่าโรคอ้วนไม่ใช่ปัญหาเชิงกลอย่างเดียว แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่มีผลต่อระบบทั้งร่างกาย เมื่อปล่อยไว้นาน […]


โรคอ้วน

รอบเอว บอกโรคได้! เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินหรือไม่ ให้รอบเอวช่วยบอก

“รู้ไหม ถึงน้ำหนักเท่ากัน แต่บางคนอาจเสี่ยงโรคกว่า เพราะรอบเอว” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนที่น้ำหนักตัวเท่ากับเรา หรือบางครั้งอาจจะมากกว่าเราเสียด้วยซ้ำ กลับดูมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า ผลตรวจสุขภาพไม่มีค่าอะไรที่น่ากังวล ในขณะที่เราเองแม้ตัวเลขบนตาชั่งจะดู "ปกติ" แต่กลับเริ่มมีปัญหาความดันโลหิตหรือน้ำตาลในเลือดสูง ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัวโดยรวมเสมอไป แต่อยู่ที่ “การกระจายตัวของไขมัน” โดยเฉพาะไขมันที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอว ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บอกว่าคุณกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสุขภาพมากน้อยเพียงใด ขนาดรอบเอว สำคัญยังไง เส้นรอบเอว (Waist Circumference) ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเลือกขนาดกางเกงเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ เส้นรอบเอวคือตัวชี้วัดสำคัญของ “ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง” (Abdominal Fat) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อ้วนลงพุง” ไขมันในร่างกายของเรามี 2 ประเภทหลักๆ คือ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่เราสามารถหยิบจับได้ และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายกว่า เพราะมันแทรกตัวอยู่ตามอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้สามารถหลั่งสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด: ไขมันสะสมที่มากเกินไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน โรคเบาหวานประเภทที่ 2: ไขมันในช่องท้องขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โรคความดันโลหิตสูง: […]


โรคอ้วน

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ตัวร้ายที่มองไม่เห็น อันตรายกว่าที่คุณคิด

“ไขมันที่อันตรายที่สุด อาจเป็นไขมันที่คุณมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมบางคนที่ดูรูปร่างผอม แขนขาเล็ก แต่กลับมีพุง หรือบางคนที่น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ใส่เสื้อผ้าไซซ์เดิมมาตลอดหลายปี แต่พอตรวจสุขภาพกลับพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือความดันโลหิตผิดปกติ ปรากฏการณ์นี้มักมีสาเหตุมาจาก “ไขมันในช่องท้อง” หรือ Visceral Fat ซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร่างกายของเรานั่นเอง วันนี้ Hello Khunmor จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าไขมันตัวร้ายนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมวิธีเช็กและแนวทางลดรอบเอวอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว Visceral Fat คืออะไร: ไขมันใต้ผิวหนัง vs ไขมันในช่องท้อง เพื่อให้เข้าใจชัดเจน เราต้องแยกประเภทของไขมันในร่างกายออกเป็น 2 ประเภทหลักตามตำแหน่งที่มันอาศัยอยู่ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat): คือไขมันที่เราสามารถใช้มือนิ้วหยิบหรือหยิกขึ้นมาได้ มักสะสมอยู่ตามต้นแขน ต้นขา สะโพก และหน้าท้องส่วนนอก ไขมันชนิดนี้แม้จะทำให้เราดูอวบอัดหรือเสียความมั่นใจในรูปร่าง แต่ในทางเวชศาสตร์ถือว่ามีความอันตรายน้อยกว่าไขมันอีกชนิดหนึ่ง ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat): คือไขมันที่สะสมอยู่ลึกลงไปในช่องท้อง รอบๆ อวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ลำตับ ไต และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้มองไม่เห็นจากภายนอกและไม่สามารถหยิบติดมือขึ้นมาได้ แต่มันจะดันผนังหน้าท้องให้ออกมาจนทำให้เราดูมีพุงที่ตึงและแข็ง (Potbelly) ความน่ากลัวของ Visceral Fat คือมันไม่ได้อยู่เฉย ๆ […]


โรคอ้วน

ทำความรู้จัก “ปากกาลดน้ำหนัก” ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่

โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนจึงมองหาวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่ง “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน และไม่ควรใช้ตามกระแสหรือคำแนะนำในโซเชียล เพราะหากใช้ไม่ถูกต้อง ปรับขนาดยาเอง หรือหยุดยาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล อาจเสี่ยงทั้งผลข้างเคียงและภาวะน้ำหนักดีดกลับแบบ “โยโย่” ได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้ และควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ ปากกาฉีดลดน้ำหนักคืออะไร ปากกาลดน้ำหนัก โดยทั่วไปหมายถึง ยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist (GLP-1 RA) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ในผู้ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับในประเทศไทย ยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติสำหรับการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในบุคคลทั่วไป ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร แม้ปากกาลดน้ำหนักจะช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงในบางคน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยกลุ่มที่เข้าข่ายพิจารณาใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีดังนี้ ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 กก./ม² ขึ้นไปและมีโรคร่วมจากน้ำหนักเกิน ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 กก./ม² ขึ้นไป ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทางด้านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ยังระบุด้วยว่า หากใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปากกาลดน้ำหนักอาจช่วยให้น้ำหนักลดได้เฉลี่ยประมาณ 10-20% แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล […]


โรคอ้วน

World Obesity Day: รู้ทันโรคอ้วน ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

ในปัจจุบัน โรคอ้วน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญอันดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ มากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ปัญหาข้อเข่าเสื่อม  เนื่องในโอกาสวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งเป็น วันโรคอ้วนโลก (World Obesity Day) Hello คุณหมอจึงอยากจะเชิญชวนทุกคนมาาทำความเข้าใจถึงอันตรายจากโรคอ้วน และวิธีการรับมือที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน สถานการณ์โรคอ้วนในปัจจุบัน ใกล้ตัวกว่าที่คิด ในปี พ.ศ. 2565 พบผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะน้ำหนักเกินมากกว่า 2.5 พันล้านคนทั่วโลก และในจำนวนนั้นกว่า 890 ล้านคนมีภาวะโรคอ้วน ซึ่งคิดเป็น 43% ของผู้ใหญ่ทั้งหมด โดยแบ่งเป็น ผู้ชาย 43% และผู้หญิง 44% โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบความชุกของภาวะน้ำหนักเกินราว 31% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภูมิภาค ขณะที่ภูมิภาคทวีปอเมริกามีความชุกสูงถึง 67% นับว่าสูงที่สุดในบรรดาภูมิภาคทั้งหมด สำหรับเด็ก ในปี พ.ศ. 2567 มีการประมาณว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวน 35 […]


โรคอ้วน

5 สัญญาณเตือนว่า “คุณควรลดน้ำหนัก”

ในปัจจุบัน หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการ ลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม และหากเราควบคุมน้ำหนักได้ไม่ดี ร่างกายก็อาจจะส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น เหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย หรือเคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม เพื่อเตือนว่าควรเริ่มกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังขึ้น บทความนี้จะพาคุณเช็ก 5 สัญญาณเตือนว่า “ถึงเวลาลดน้ำหนัก” พร้อมแนวทางเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การลดน้ำหนัก และการปรับพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ทำได้จริง ไม่ต้องไดเอทหักโหม และยังช่วยให้คุณเลือกวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเองและทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว 5 สัญญาณเตือนว่าควร “ลดน้ำหนัก” หายใจไม่ทัน เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หากสังเกตว่ามีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ค่อยทัน เวลาเดินขึ้นบันได หรือเวลาเดินเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีเหงื่อออกง่ายกว่าที่เคย เป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นกับกิจกรรมเดิม ๆ ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหนื่อยล้าบ่อย ง่วงตอนกลางวัน หรือเหมือนพักแล้วไม่สดชื่น ถ้าตื่นมาแล้วไม่ค่อยสดชื่น ง่วงนอนระหว่างวัน หรือรู้สึกหมดแรงทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักมาก อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอน รวมถึง ภาวะนอนกรน หรือ หยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้หลับไม่ลึกและส่งผลต่อพลังงานในแต่ละวัน ปวดข้อ ปวดหลัง เคลื่อนไหวลำบาก หากมีอาการปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง หรือปวดเท้าเวลานั่ง เดิน หรือยืนนาน ๆ อาจเกิดจากการที่ข้อต่อต้องรองรับน้ำหนักมากขึ้น […]


โรคอ้วน

ทำไม ตั้งเป้า New Year Resolution "ลดน้ำหนัก” แล้วพัง และแก้ยังไง

ขึ้นปีใหม่ New Year Resolution ของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้นเรื่องการ “ลดน้ำหนัก” แต่ไม่ว่าใครจะเริ่มต้นลดน้ำหนักด้วยแรงฮึดเต็มที่แค่ไหน หลายครั้งที่ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มหลุด เริ่มกินตามใจ เครียด รู้สึกผิด แล้วสุดท้ายเป้าหมายลดน้ำหนักที่ตั้งไว้ก็พังเหมือนเดิม แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะปัญหานี้สามารถแก้ได้ ถ้าเราเข้าใจปัญหาและรับมือได้อย่างตรงจุด ทำไม “ตั้งเป้าลดน้ำหนัก” แล้วพัง? โฟกัสที่ “ตัวเลข” มากเกินไป หลาย ๆ คนเมื่อตั้งเป้าหมายของการลดน้ำหนัก มักจะโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ที่เป็น “ตัวเลข” มากกว่าเรื่องอื่น ๆ เช่น “ต้องลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม ใน 2 สัปดาห์“ “ต้องลดก่อนไปเที่ยว” เป้าหมายเหล่านี้แม้ว่าจะดูชัดเจน คาดหวังได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างความกดดันว่าต้องทำตามให้ได้ สมองก็จะโฟกัสแต่ที่ตัวเลข พอไม่สามารถทำได้จริงหรือลดได้ช้ากว่าที่คาด ก็อาจทำให้ท้อและล้มเลิกไป แก้ยังไง ปรับเป้าหมาย แทนที่วัดความสำเร็จที่ตัวเลข ควรไปเน้นที่การ “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ และทำได้ทุกวัน ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่แนะนำ เช่น “กินโปรตีนให้ครบทุกมื้อ” ช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น ลดโอกาสการหลุดกินของจุบจิบ “กินผักให้ได้ครึ่งจาน วันละ 1 มื้อ” เพิ่มปริมาณการบริโภคไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มนานขึ้น และลดปริมาณแคลอรี่ที่บริโภค […]


โรคอ้วน

รู้จักตัวเลือกช่วยลดน้ำหนัก ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง

สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมถือเป็นจุดเริ่มต้นสู่การมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว พฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทานอาหารมีประโยชน์ งดทานหวาน มัน เค็ม ล้วนแต่มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคอ้วน ซึ่งนสามารถนำไปสู่โรคแทรกซ้อนได้หลายโรค ทั้งยังเป็นภาระด้านสุขภาพในระยะยาวอีกเช่นกัน ผู้ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางการลดน้ำหนัก และใส่ใจดูแลสุขภาพ อาจมองหาวิธีการที่จะทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจน นอกเหนือจากการดูแลตัวเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเนือยนิ่ง หลายๆ คนอาจกำลังสนใจมองหาตัวเลือกในการรักษาอย่างเช่นการผ่าตัด หรือการใช้ยา ตัวเลือกที่อยู่ภายใต้การแนะนำของคุณหมอเหล่านี้ จะมีอะไร ให้ผลอย่างไรบ้าง และจะเหมาะกับคนกลุ่มไหนบ้าง บทความนี้รวมเอาไว้ให้แล้ว ทำความรู้จักตัวเลือกช่วยลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรรู้ คือตัวเลือกช่วยลดน้ำหนัก เป็นเพียงตัวช่วยเสริมที่ควรทำควบคู่ไปกับการมีพฤติกรรมที่เหมาะสม อย่างเช่น การทานอาหารแคลอรี่ต่ำ ทานผักผลไม้ รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรอยู่ภายใต้การแนะนำของคุณหมอเท่านั้น โดยตัวเลือกเหล่านี้ ได้แก่ การผ่าตัด และการใช้ยาลดน้ำหนัก ซึ่งมีทั้งการรับประทานและการฉีด1 การผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะให้เล็กลง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และลำไส้ ขึ้นกับชนิดของการผ่าตัดฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความอยากอาหารไปด้วย วิธีนี้สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 70% ของน้ำหนักส่วนเกินน้ำหนักตัว2 โดยการรักษาประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้3 มีอายุมากกว่า 18 ปี มีค่า BMI มากกว่า 37 […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน