โรคอ้วน อันตราย!!!

โรคอ้วน หรือผู้ที่มีค่า BMI 25 ขึ้นไป ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น

อันตรายจากโรคอ้วน

โรคอ้วน

โรคอ้วนกับหน้าร้อน ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก" มากกว่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจนึกถึงการไปเที่ยวทะเลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) หน้าร้อนกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนาน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ คนที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิด "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า! ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลไกภายในร่างกายที่ทำงานผิดปกติไปเนื่องจากไขมันส่วนเกิน  Hello Khunmor จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่คนอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี "ชั้นไขมัน" กับการระบายความร้อนของร่างกาย ในสภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกผ่านทางการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำพาความร้อนจากภายในสู่ภายนอก ทำไมคนอ้วนถึงทนความร้อนได้น้อยกว่า? ตามหลักสรีรวิทยา ไขมันมีคุณสมบัติเป็น "ฉนวนกันความร้อน" (Thermal Insulator) ที่ดีเยี่ยม ชั้นไขมันหนา ๆ จะช่วยกักเก็บความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกายเพื่อความอยู่รอดในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและมีภาวะโรคอ้วน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่หนาเกินไปจะทำให้ความร้อนจากภายในระบายออกมาสู่ผิวหนังได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อมวลร่างกายน้อยกว่าคนที่มีรูปร่างสมส่วน หมายความว่าร่างกายมีพื้นที่ในการระบายความร้อน (ผ่านเหงื่อ) น้อยลง เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ร่างกายผลิตขึ้นและกักเก็บไว้ภายใน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของคนอ้วนพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนปกติเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศที่ร้อนจัด ภาระของหัวใจที่หนักขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association - AHA) ระบุว่า ความร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น […]

โรคอ้วน

ร้อนนี้หุ่นไม่พัง! รู้ทัน "เมนูดับร้อน" ที่เป็นตัวการโรคอ้วน

เมื่อลมร้อนพัดมาทักทาย อุณหภูมิที่พุ่งสูงปรี๊ดทำให้หลายคนมองหาตัวช่วยคลายร้อน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ หรือขนมหวานล้างปาก แต่รู้หรือไม่ว่าความฟินเพียงชั่วครู่อาจกลายเป็น "กับดัก" ที่ทำให้หุ่นสวย ๆ พังโดยไม่รู้ตัว และอาจนำไปสู่ภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) ซึ่งเป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพได้ อากาศยิ่งร้อน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน อากาศร้อนไม่เพียงสร้างความหงุดหงิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ยังทำให้เกิดพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลต่อร่างกาย ดังนี้ พฤติกรรมการกิน กับการสะสมของไขมันในช่องท้อง ในวันที่อากาศร้อนจัด ร่างกายมักโหยหาอะไรที่เย็นและหวานเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายและเติมพลังงานอย่างรวดเร็ว เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม หรือชาไข่มุก กลายเป็นทางเลือกยอดนิยม อย่างไรก็ตาม การบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากเกินไปจะกระตุ้นให้ตับเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็นไขมัน โดยเฉพาะ "ไขมันในช่องท้อง" (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันอันตรายที่ห่อหุ้มอวัยวะภายใน และเป็นตัวการสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวานและโรคหัวใจ กลไกการเสพติดน้ำตาล เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความร้อนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและรู้สึกอ่อนเพลีย สมองจึงสั่งการให้เราต้องการพลังงานที่ดึงไปใช้ได้ทันที ซึ่ง "น้ำตาล" คือคำตอบนั้น เมื่อเราดื่มน้ำหวาน ร่างกายจะหลั่งโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นทันที แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว (Sugar Crash) เราจะกลับมารู้สึกโหยหาความหวานอีกครั้ง กลายเป็นวงจรการเสพติดน้ำตาลที่หยุดได้ยากในช่วงหน้าร้อน เปิดลิสต์เมนูดับร้อนสุดฮิต แต่แคลอรี่พุ่งปรี๊ด มาดูกันว่าเมนูยอดฮิตที่คุณใช้คลายร้อน มีปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่ซ่อนอยู่มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 […]

โรคอ้วน

ทำความรู้จัก “ปากกาลดน้ำหนัก” ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่

โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนจึงมองหาวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่ง “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน และไม่ควรใช้ตามกระแสหรือคำแนะนำในโซเชียล เพราะหากใช้ไม่ถูกต้อง ปรับขนาดยาเอง หรือหยุดยาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล อาจเสี่ยงทั้งผลข้างเคียงและภาวะน้ำหนักดีดกลับแบบ “โยโย่” ได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้ และควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ ปากกาฉีดลดน้ำหนักคืออะไร ปากกาลดน้ำหนัก โดยทั่วไปหมายถึง ยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist (GLP-1 RA) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ในผู้ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับในประเทศไทย ยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติสำหรับการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในบุคคลทั่วไป ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร แม้ปากกาลดน้ำหนักจะช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงในบางคน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยกลุ่มที่เข้าข่ายพิจารณาใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีดังนี้ ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 กก./ม² ขึ้นไปและมีโรคร่วมจากน้ำหนักเกิน ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 กก./ม² ขึ้นไป ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทางด้านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ยังระบุด้วยว่า หากใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปากกาลดน้ำหนักอาจช่วยให้น้ำหนักลดได้เฉลี่ยประมาณ 10-20% แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล […]

โรคอ้วน

รอบเอว บอกโรคได้! เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินหรือไม่ ให้รอบเอวช่วยบอก

“รู้ไหม ถึงน้ำหนักเท่ากัน แต่บางคนอาจเสี่ยงโรคกว่า เพราะรอบเอว” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนที่น้ำหนักตัวเท่ากับเรา หรือบางครั้งอาจจะมากกว่าเราเสียด้วยซ้ำ กลับดูมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า ผลตรวจสุขภาพไม่มีค่าอะไรที่น่ากังวล ในขณะที่เราเองแม้ตัวเลขบนตาชั่งจะดู "ปกติ" แต่กลับเริ่มมีปัญหาความดันโลหิตหรือน้ำตาลในเลือดสูง ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัวโดยรวมเสมอไป แต่อยู่ที่ “การกระจายตัวของไขมัน” โดยเฉพาะไขมันที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอว ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บอกว่าคุณกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสุขภาพมากน้อยเพียงใด ขนาดรอบเอว สำคัญยังไง เส้นรอบเอว (Waist Circumference) ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเลือกขนาดกางเกงเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ เส้นรอบเอวคือตัวชี้วัดสำคัญของ “ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง” (Abdominal Fat) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อ้วนลงพุง” ไขมันในร่างกายของเรามี 2 ประเภทหลักๆ คือ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่เราสามารถหยิบจับได้ และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายกว่า เพราะมันแทรกตัวอยู่ตามอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้สามารถหลั่งสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด: ไขมันสะสมที่มากเกินไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน โรคเบาหวานประเภทที่ 2: ไขมันในช่องท้องขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โรคความดันโลหิตสูง: […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

Mindful Eating กินอย่างมีสติ กินอย่างไร ถึงจะดีต่อสุขภาพ

“กินเพื่ออยู่” กับ “อยู่เพื่อกิน” สองคำนี้อาจจะฟังดูคล้ายกัน แต่ความหมายกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง กินเพื่ออยู่ คือกินให้ร่างกายได้พลังงานพอดี อิ่มสบาย และมีแรงใช้ชีวิต แต่หลายครั้งเรากลับเผลอ “อยู่เพื่อกิน” โดยไม่รู้ตัว กินเพราะเครียด เบื่อ เหงา หรือเพราะอาหารอยู่ตรงหน้า เมื่อเรากินอย่าง “ไม่มีสติ” นานวันเข้าน้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้น และส่งผลเสียต่อสุขภาพ แนวคิด Mindful Eating หรือการกินอย่างมีสติ จึงเป็นแนวคิดสำคัญที่จะช่วยให้เรากินอย่างพอดี กินอย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องอด ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก Mindful Eating คืออะไร Mindful Eating หรือ การกินอย่างมีสติ คือการกินอาหารด้วยความตระหนักรู้แบบไม่ตัดสิน ทั้งความรู้สึกทางกาย การรับรส กลิ่น สัมผัส ไปจนถึงอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกิน ซึ่งตรงข้ามกับการกินแบบไม่รู้ตัว (Mindless Eating) ที่มักเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น คนรอบตัว กลิ่น ความเครียด หรือความเบื่อหน่าย  การกินอาหารแบบ Mindful Eating ไม่ใช่แค่การฝึกกินช้า ไม่ใช่การบังคับอดอาหาร แต่เป็นการฝึกให้เรากลับมาฟังสัญญาณร่างกาย กินให้พอดี และทำได้ต่อเนื่องในชีวิตจริง […]

โรคอ้วน

5 สัญญาณเตือนว่า “คุณควรลดน้ำหนัก”

ในปัจจุบัน หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการ ลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม และหากเราควบคุมน้ำหนักได้ไม่ดี ร่างกายก็อาจจะส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น เหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย หรือเคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม เพื่อเตือนว่าควรเริ่มกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังขึ้น บทความนี้จะพาคุณเช็ก 5 สัญญาณเตือนว่า “ถึงเวลาลดน้ำหนัก” พร้อมแนวทางเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การลดน้ำหนัก และการปรับพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ทำได้จริง ไม่ต้องไดเอทหักโหม และยังช่วยให้คุณเลือกวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเองและทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว 5 สัญญาณเตือนว่าควร “ลดน้ำหนัก” หายใจไม่ทัน เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หากสังเกตว่ามีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ค่อยทัน เวลาเดินขึ้นบันได หรือเวลาเดินเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีเหงื่อออกง่ายกว่าที่เคย เป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นกับกิจกรรมเดิม ๆ ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหนื่อยล้าบ่อย ง่วงตอนกลางวัน หรือเหมือนพักแล้วไม่สดชื่น ถ้าตื่นมาแล้วไม่ค่อยสดชื่น ง่วงนอนระหว่างวัน หรือรู้สึกหมดแรงทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักมาก อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอน รวมถึง ภาวะนอนกรน หรือ หยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้หลับไม่ลึกและส่งผลต่อพลังงานในแต่ละวัน ปวดข้อ ปวดหลัง เคลื่อนไหวลำบาก หากมีอาการปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง หรือปวดเท้าเวลานั่ง เดิน หรือยืนนาน ๆ อาจเกิดจากการที่ข้อต่อต้องรองรับน้ำหนักมากขึ้น […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักไปด้วยกัน: เปลี่ยนนิสัยทั้งบ้านให้สุขภาพดี

หลายคนอยากให้คนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นแฟน พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท หันมาให้ความสนใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมน้ำหนัก แต่อาจติดปัญหา ไม่รู้จะพูดชวนลดน้ำหนักยังไง เพราะกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย หรือ Body Shaming ความจริงคือ การชวนลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องจบด้วยความอึดอัดเสมอไป ถ้าเราเปลี่ยนมุมจาก “อยากให้เขาผอมลง” เป็น “อยากให้เขาสุขภาพดีขึ้น” และเลือกวิธีสื่อสารเหมาะสม  บทความนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับการชวนคนที่คุณรักมาลดน้ำหนักแบบไม่ Body Shaming เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ทำได้ต่อเนื่อง และไม่ต้องเดินคนเดียว ทำไมถึงควรลดน้ำหนักไปพร้อมกับเพื่อน การชวนเพื่อนลดน้ำหนัก ไม่ใช่การแข่งขัน แต่คือการมี “เพื่อนร่วมทาง” ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อเส้นทางการลดน้ำหนัก ดังนี้ มีกำลังใจในวันที่ท้อ ในวันที่งานหนัก รู้สึกเครียด และหมดกำลังใจในการลดน้ำหนัก เพื่อนจะสามารถช่วยให้กำลังใจและสู้ต่อไปได้ ทำให้รู้สึกสนุก ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ การมีเพื่อนร่วมลดน้ำหนัก จะช่วยลดความน่าเบื่อหน่ายจากกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น การออกกำลังกาย การคุมอาหาร มีเพื่อนแบ่งปันไอเดียและประสบการณ์ ช่วยกันคิดเมนูง่าย ๆ ที่แคลน้อย หรือแบ่งปันเคล็ดลับที่เพื่อนทำได้จริง ช่วยให้การตัดสินใจในแต่ละวันง่ายขึ้น การมีเพื่อนร่วมลดน้ำหนักไปด้วยกัน นอกจากจะช่วยลดความกดดัน ทำให้การลดน้ำหนักสนุกมากขึ้นแล้ว ยังอาจช่วยลดการโฟกัสที่ตัวเลขหรือรูปร่าง และหันไปให้ความสนใจที่ประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นได้อีกด้วย ชวนเพื่อนลดน้ำหนักยังไง ไม่ให้ Body Shaming หัวใจสำคัญคือการ […]

โรคอ้วน

เมื่อความอ้วน ซ่อนอะไรไว้มากกว่าที่คิด

ความอ้วน ไม่ใช่ปัญหาของคนอื่น แต่เป็นปัญหาของตัวเราเอง หลายคนอาจคิดว่าน้ำหนักก็เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความอ้วนอาจกำลังนำไปสู่โรคที่มองไม่เห็น และภาวะแทรกซ้อนอีกมากมาย อ้วนหรือไม่ ชี้วัดด้วยอะไร? แน่นอนว่าความอ้วนไม่ได้ชี้วัดจากน้ำหนักเท่านั้น เกณฑ์ที่จะช่วยชี้วัดน้ำหนักที่เหมาะสมของร่างกายได้ คือค่าดัชนีมวลกาย หรือที่เรียกกันว่า BMI ซึ่งคำนวณจากค่า น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง โดยทุกๆ 1 ยูนิต BMI ที่เพิ่มขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มโรค NCDs หรือ "โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง" ทำความรู้จักค่า BMI พร้อมวิธีแปลผลได้ที่นี่ [embed-health-tool-bmi] BMI ช่วยอะไรได้บ้าง? ช่วยประเมินสถานะน้ำหนักโดยรวมได้รวดเร็ว ว่าอยู่ในเกณฑ์ผอม ปกติ น้ำหนักเกิน หรืออ้วน ช่วยตั้งเป้าหมายการลดน้ำหนักให้ชัดเจนและเหมาะกับตัวเองมากขึ้น ช่วยติดตามผลหลังปรับพฤติกรรม เช่น คุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือรักษาภายใต้คำแนะนำแพทย์ เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ารับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล BMI เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่สามารถใช้บ่งบอกได้ว่าร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อหรือสัดส่วนไขมันเท่าไหร่ หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือมีข้อกังวลด้านสุขภาพ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนเริ่มปรับแผนลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โรคที่มองไม่เห็น ภัยที่ซ่อนไว้ในความอ้วน น้ำหนักตัวที่มาก ไม่เพียงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันที่ไม่สะดวกคล่องตัว ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย และปวดเข่าเท่านั้น […]

โรคอ้วน

โรคอ้วน (Obesity) อาการ ปัจจัยเสี่ยง และการรักษา

โรคอ้วน เป็นความผิดปกติที่ซับซ้อนประการหนึ่ง ที่เกียวข้องกับภาวะที่มีไขมันมากเกินไปในร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความเจ็บป่วย และปัญหาสุขภาพต่างๆ คำจำกัดความ โรคอ้วนคืออะไร โรคอ้วน (Obesity) เป็นความผิดปกติที่ซับซ้อนประการหนึ่ง ที่เกียวข้องกับภาวะที่มีไขมันมากเกินไปในร่างกาย โรคอ้วนไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความเจ็บป่วย และปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงอีกด้วย โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน (overweight) มีแนวคิดที่แตกต่างกันสองประการ ภาวะน้ำหนักเกินเป็นภาวะหนึ่งที่น้ำหนักที่มากเกินไปเพิ่มขึ้นตามความสูงซึ่งไม่ได้เกิดจากไขมันส่วนเกินเท่านั้นแต่ยังเกิดจากกล้ามเนื้อจำนวนมากหรือน้ำในร่างกายด้วยเช่นกัน ภาวะทั้งสองประการนี้เป็นผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพ โรคอ้วนพบได้บ่อยเพียงใด ทุกคนสามารถเป็นโรคอ้วนได้ หากไม่มีการลดอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม โรคอ้วนมักมีการวินิจฉัยในผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร คุณสามารถจำกัดการเกิดโรคนี้ได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการของโรคอ้วน อาการของโรคอ้วน อาจพิจารณาได้จากค่าดัชนีมวลกาย (body mass index: BMI) ซึ่งได้จากการคำนวณโดยการใช้สูตร ค่าดัชนีมวลร่างกาย = น้ำหนัก (กก.) / (ความสูงเมตร2) โดยสามารถแปลผลค่าดัชนีมวลกายได้ ดังนี้ น้อยกว่า 16.0 จัดเป็น โรคผอมระดับ 3 16.0 - 16.9 จัดเป็น โรคผอมระดับ 2 17.0 - 18.4 จัดเป็น โรคผอมระดับ 1 18.5 - […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

BMI หรือ ค่าดัชนีมวลกาย สำคัญอย่างไร และวิธีคำนวณ BMI

BMI (Body Mass Index) หรือ ค่าดัชนีมวลกาย เป็นเครื่องมือชี้วัดน้ำหนักว่าน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมีแนวโน้มน้ำหนักเกิน ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เพื่อทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างเหมาะสม [embed-health-tool-bmi] BMI คืออะไร สำคัญอย่างไร BMI คือ สูตรคำนวณค่ามาตรฐานของน้ำหนัก เพื่อบอกถึงแนวโน้มน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และแนวโน้มน้ำหนักเกิน โดยค่า BMI ไม่ได้วัดมวลไขมันในร่างกายโดยตรง แต่เป็นวิธีวัดมวลกายโดยรวมที่อาจแสดงถึงการเผาผลาญอาหารในร่างกาย หรือแนวโน้มการเกิดโรค เพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ซึ่งความสำคัญของ BMI มีดังนี้ เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูง เพื่อประเมินสภาวะของร่างกายอย่างเหมาะสม เป็นเครื่องมือคัดกรองผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยค่า BMI ใช้วิธีคำนวณจากค่า น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง และแสดงค่าเป็นหน่วย กิโลกรัม/เมตร2  สามารถแปลผลค่า BMI ได้ดังนี้ น้อยกว่า 16.0 จัดเป็น โรคผอมระดับ 3 16.0 - 16.9 จัดเป็น โรคผอมระดับ […]

เครื่องวัดค่าดัชนีมวลกาย BMI

เครื่องวัดค่าดัชนีมวลกาย BMI

หมายเหตุ

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์แต่อย่างใด แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ อย่าละเลยคำแนะนำของแพทย์เพียงเพราะสิ่งที่คุณได้อ่านใน Hello คุณหมอ เท่านั้น หากคุณเป็นโรคการกินผิดปกติ ก็ไม่สามารถใช้เครื่องคำนวณ BMI เพื่อตรวจเช็กสุขภาพได้ โปรดรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปี

คุณสนใจรับการรักษา/ความช่วยเหลือด้านการลดน้ำหนักหรือไม่

คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วย GIP และ GLP-1 มาก่อนหรือไม่?

*กลุ่มยาชนิดใหม่ที่ช่วยในการรักษาภาวะน้ำหนักเกินและเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัปเดตเทรนด์การลดน้ำหนักที่ควรรู้: รับข่าวสารและคำแนะนำด้านการลดน้ำหนักจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

มีปัญหาสุขภาพจากน้ำหนักตัว? เรามีทางเลือกการแพทย์ที่ช่วยได้

เรียนรู้วิธีรับมือกับโรคอ้วนให้ดีกว่าเดิม ด้วยคำแนะนำและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอ

เช็กความเสี่ยงสุขภาพของคุณ

เช็กความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนอาจเกิดจากโรคอ้วน ด้วยแบบประเมินความเสี่ยงของเรา