home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคตาในเด็ก ปัญหาสุขภาพดวงตาของเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ควรระวัง

โรคตาในเด็ก ปัญหาสุขภาพดวงตาของเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ควรระวัง

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ แต่ถ้าสุขภาพตามีปัญหา สุขภาพใจอาจแย่ตามไปด้วย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่มักจะพบกับปัญหาสุขภาพตาได้บ่อย ๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ปัญหาสุขภาพตาของเด็กรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรง แต่ โรคตาในเด็ก ที่ควรระวังมีอะไรบ้าง และจะมีวิธีไหนในการดูแล สุขภาพดวงตา ของเด็ก ๆ ให้แข็งแรง มาหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ

โรคตาในเด็ก ที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง

ปัญหาเกี่ยวกับ สุขภาพดวงตา ที่สามารถพบได้บ่อย ๆ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ดังนี้

ภาวะตาขี้เกียจ

ภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia) เป็นภาวะที่สายตามีระดับการมองเห็นที่ผิดปกติ โดยที่การมองเห็นของสายตาข้างใดข้างหนึ่งอาจเห็นได้ไม่ชัดเท่ากับสายตาอีกข้างหนึ่ง ส่งผลให้เกิดภาวะตาเหล่ ภาวะหนังตาตก รวมถึงโรคต้อกระจกตามมา อย่างไรก็ตาม โรคตาขี้เกียจสามารถรักษาหายได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เด็ก ๆ อาจเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคตามัวชนิดถาวร

ตาเขหรือตาเหล่

อาการตาเขหรือตาเหล่ในเด็ก เกิดจากการที่ตำแหน่งของดวงตาชี้ไปในทิศทางที่ต่างกัน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ความผิดปกติของเส้นประสาท หรือเป็นผลมาจากภาวะตาขี้เกียจ อย่างไรก็ตาม อาการตาเหล่ ตาเขในเด็ก สามารถที่จะรักษาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และไม่ควรปล่อยเอาไว้จนโต เพราะอาจตาเหล่ถาวร

ตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง (Chalazion) เป็นปัญหา สุขภาพดวงตา เกิดจากการอักเสบหรืออุดตันที่บริเวณต่อมไขมันของเปลือกตาบนหรือล่าง หรือเกิดการอักเสบที่บริเวณเยื่อบุตา ทำให้เกิดอาการบวมแดงจนนูนเป็นตุ่ม

ภาวะน้ำตาเอ่อ

ภาวะน้ำตาเอ่อ (Epiphora) เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำตา ส่งผลให้มีอาการตาแฉะ และมีน้ำตาไหลออกมาอยู่บ่อย ๆ รวมถึงทำให้มีขี้ตาออกมามากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวสามารถดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าหากมีภาวะน้ำตาเอ่อบ่อย ๆ หรือใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจหรือผ่าตัดท่อน้ำตาไม่ให้มีการอุดตัน

เยื่อบุตาอักเสบ

อาการเยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) หรือตาแดง เกิดจากการระคายเคือง หรือการอักเสบที่บริเวณเนื้อตาส่วนสีขาว ที่มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือได้รับสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลให้มีอาการคันที่ดวงตา บริเวณเนื้อตาสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดง มีน้ำตาไหลเอ่อ สำหรับตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อ อาจเป็นโรคติดต่อไปยังผู้ที่อยู่ใกล้ชิดได้ อย่างไรก็ตาม อาการตาแดงสามารถดีขึ้นได้ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์

สัญญาณอันตรายต่อ สุขภาพดวงตา ในเด็กที่ควรระวัง

หากพบว่าเด็กมีอาการเกี่ยวกับดวงตาดังต่อไปนี้ ควรระวังเพราะอาจนำไปสู่อันตรายต่อ สุขภาพดวงตา ที่รุนแรงได้

  • เกิดความผิดปกติที่รูม่านตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง โดยมีฝ้าสีขาวเกิดขึ้นที่ดวงตาอย่างเห็นได้ชัด
  • มีน้ำตาล้นออกมาที่ดวงตาอย่างต่อเนื่อง
  • ดวงตาข้างใดข้างหนึ่งขยับได้ไม่ดี หรือขยับบ่อยจนเกินไป
  • ดวงตาไวต่อแสงเป็นพิเศษ
  • ศีรษะของเด็กจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
  • เด็กนั่งดูโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน หรืออ่านหนังสือในระยะที่ใกล้มาก
  • ดวงตาของเด็กมีขนาดไม่เท่ากัน หรือดวงตาข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

ดูแลสุขภาพดวงตาของเด็กได้อย่างไรบ้าง

ผู้ปกครอง คุณพ่อและคุณแม่สามารถเฝ้าระวังและดูแล สุขภาพดวงตา ของเด็ก ๆ ได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • เริ่มตั้งแต่การตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะสารอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้าง สุขภาพดวงตา เช่น ลูทีน ซีแซนทีน วิตามินอี วิตามินซี
  • เด็กควรรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ เพื่อช่วยบำรุงสายตา โดยเฉพาะลูทีนและซีแซนทีน รวมถึงผักและผลไม้หลากสีที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสายตา
  • คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของดวงตาในเด็ก ๆ อยู่เสมอ หากเกิดความผิดปกติใด ๆ ควรรีบพาไปพบคุณหมอ
  • เลือกของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น
  • จัดสรรเวลาในการดูโทรทัศน์ การเล่นเกม หรือเล่นสมาร์ทโฟนให้เด็กอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กใช้สายตาไปกับการเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป
  • หากเด็ก ๆ ต้องไปทำกิจกรรมด้านนอกบ่อย ๆ ควรหาอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดเพื่อช่วยถนอมสายตาของเด็ก ๆ เวลาอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า
  • พาเด็กไปตรวจสุขภาพสายตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่ว่าหากมีความผิดปกติใดเกี่ยวกับดวงตา จะได้สามารถรับมือและทำการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 10/03/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x