โรคตาขี้เกียจในเด็ก ปัญหาสายตาที่อาจทำให้ลูกคุณตาบอดได้!

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 3 mins read
Share now

โรคตาขี้เกียจ ฟังดูเหมือนเป็นเพียงคำพูดหยอกเย้าเปรียบเปรยว่า ขี้เกียจทำงานจนตาแทบปิด จริงๆ แล้วโรคตาขี้เกียจเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับสายตาชนิดหนึ่ง ซึ่งมักเกิดขึ้นกับเด็กและไม่ค่อยพบในวัยผู้ใหญ่ เราจึงอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับโรคเกี่ยวกับดวงตาชนิดนี้มากนัก วันนี้ Hello คุณหมอ มีสาระเกี่ยวกับ โรคตาขี้เกียจในเด็ก มาฝากค่ะ

โรคตาขี้เกียจคืออะไร

โรคตาขี้เกียจ เกิดจากความผิดปกติของการมองเห็น โดยสำหรับเด็กนั้นสามารถตรวจพบได้จากการวัดสายตาของคุณครูที่โรงเรียน หรือจากการตรวจของแพทย์หรือจักษุแพทย์

เด็กหลายคนสามารถที่จะเข้าใจปัญหาทางสายตาของตนเองได้ สามารถบอกได้ว่ามีปัญหาทางสายตาในลักษณะใด เช่น อาการตามัว ตาเบลอ มองเห็นไม่ชัดเจน หรือต้องเพ่งมองบางสิ่งใกล้ๆ อยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปตรวจสายตาและสังเกตความผิดปกติของเด็กๆ อยู่เสมอ  หากเกิดปัญหาหรือความผิดปกติทางสายตา คุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะพาลูกไปพบแพทย์และได้รับการรักษาอย่างทันที

สาเหตุของโรคตาขี้เกียจ

อันที่จริงโรคนี้มีสาเหตุมาจากอาการความผิดปกติทางสายตาเช่น ตาเหล่ ตาเข กล่าวคือ อาการตาเหล่ หรือ ตาเข เป็นอาการที่ทำให้การมองเห็นไม่เท่ากันกล่าวคือ ตาข้างหนึ่งปกติ ส่วนอีกข้างไม่ปกติ จึงทำให้เด็กใช้ตามองสิ่งต่างๆ เพียงข้างเดียว เมื่อตาข้างที่เหล่ไม่ถูกใช้การนานๆ เข้า จึงมัวลงจนกระทั่งเกิดภาวะโรคตาขี้เกียจขึ้น

ส่วนอีกกรณีหนึ่งเกิดจากภาวะสายตาผิดปกติธรรมดาๆ เช่น สายตาสั้น สายตายาว โดยมีสาเหตุคล้ายกับอาการตาเหล่ คือ สายตาสองข้างไม่เท่ากัน และต่างกันมาก จึงทำให้เด็กมองเห็นไม่ชัด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะตาขี้เกียจทั้งสองข้าง หรือเด็กใช้ตาข้างเดียวในการมอง และจะทำให้เกิดตาขี้เกียจในตาข้างที่ไม่ได้ใช้มอง ขณะเดียวกันอาการตาขี้เกียจก็อาจเกิดจากโรคตาประเภทอื่นๆ ที่ขัดขวางการมองเห็นตั้งแต่เด็ก เช่น หนังตาตก กระจกตาขุ่น ต้อกระจกตั้งแต่กำเนิด และต้อหิน

โรคตาขี้เกียจในเด็ก ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุเท่าไหร่

เด็กทุกคนจะได้รับการตรวจตั้งแต่แรกเกิด เพื่อดูว่ามีภาวะความผิดปกติของดวงตา หรือต้อกระจกหรือไม่ ถ้ามีต้อกระจกตั้งแต่แรกเกิด ก็จำเป็นต้องรีบผ่าตัดภายในหนึ่งถึงสองเดือน  สำหรับเด็กแล้วควรได้รับการตรวจตาเมื่ออายุ 3 – 6 ปี

เพราะถ้าหากตรวจพบภาวะตาขี้เกียจ ก็สามารถที่จะรับการรักษาได้เลยทันที เนื่องจากการรักษาจะได้ผลดีในขณะที่เด็กมีอายุ 3 – 6 ปี ซึ่งถ้าเด็กมีอายุมากกว่า 9 – 10 ปีไปแล้ว การรักษาจะใช้ระยะเวลาที่นานขึ้นกว่าเดิม

ภาวะแทรกซ้อนของตาขี้เกียจ

เมื่อผู้ป่วยที่เป็นโรคตาขี้เกียจ ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจส่งผลให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง จนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร จากการศึกษาพบว่า อาการตาบอดถาวรในผู้ใหญ่ มีสาเหตุมาจากอาการตาขี้เกียจประมาณ 2.9 เปอร์เซ็นต์

วิธีรักษาโรคตาขี้เกียจ

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า โรคตาขี้เกียจเป็นภาวะหนึ่งที่เกิดจากการมองไม่ชัด จากความผิดปกติของสายตาต่างๆ จนเกิดการมองเห็นที่ไม่เท่ากัน เมื่อไม่ค่อยได้ใช้ตาข้างนั้นนานเข้า จึงกลายเป็นโรคตาขี้เกียจ แต่ถึงแม้ว่า จะเป็นเพียงการมองเห็นสิ่งต่างๆไม่ถนัด แต่ไม่ควรที่จะละเลย เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รับการรักษา ก็อาจเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง จนถึงขั้นทำให้ตาบอดได้

 การรักษาโรคตาขี้เกียจ จึงต้องใช้วิธีการปิดตาข้างที่เห็นชัด เพื่อให้ตาข้างที่เห็นไม่ชัด ได้ใช้งานบ้างดังนี้

  • สำหรับเด็กที่มีอาการตาเข เพียงข้างเดียว แพทย์จะทำการปิดตาข้างที่ไม่มีความผิดปกติไว้ ให้เหลือแต่ดวงตาข้างที่มีความผิดปกติ เพื่อให้ดวงตาข้างที่ผิดปกตินั้นได้มีการใช้งาน  จนกระทั่งดวงตาทั้งสองข้างสามารถที่จะมองเห็นได้ดีเท่ากัน จากนั้นแพทย์จึงทำการผ่าตัดดวงตา
  • หากลูกของคุณมีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แพทย์จะแนะนำให้เด็กใส่แว่นตาเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อดูอาการ จนกระทั่งสายตาของเด็กดีขึ้นตามลำดับ ก็ไม่ต้องใช้วิธีปิดตา และสามารถที่จะใส่แว่นตาต่อไปได้เรื่อยๆ รวมถึงเด็กบางคนที่มีปัญหาสายตาสั้นกับสายตาเอียง แพทย์ก็จะแนะนำให้มีการใส่เเว่นเช่นเดียวกัน
  • เด็กบางคนอาจมีปัญหาที่มาขัดขวางความสามารถในการมองเห็น เช่น เป็นต้อกระจก ก็จะมีการผ่าตัดรักษาต้อกระจก หรือการมีหนังตาตก ตั้งแต่แรกเกิด ก็จะมีการผ่าตัดยกหนังตาขึ้น เป็นต้น

การป้องกัน โรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจมักเกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี และเด็กทุกคนมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคตาขี้เกียจ โดยเฉพาะเด็กที่มีความผิดปกติทางสายตาอยู่แล้ว เช่น สายตาสั้น สายตายาว และ ตาเหล่ พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตอาการของทารก และตรวจสุขภาพของเด็กอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะทารกแรกเกิดไปจนถึงวัย 6-12 เดือน

ส่วนเด็กที่อยู่ในช่วงวัยก่อนเข้าเรียน หรืออายุประมาณ 3-4 ปี ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ หากตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ในระยะเนิ่นๆ ก็จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ บุคคลทั่วไป วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาหรือดวงตาเกิดความผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ทำความสะอาดแว่นสายตา ของคุณให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ

การ ทำความสะอาดแว่นสายตา ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะถ้าทำความสะอาดไม่ถูกวิธีอาจทำให้เลนส์ของแว่นเป็นรอยได้ แต่จะทำความสะอาดอย่างไรถึงจะถูกวิธี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รู้หรือไม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การมองเห็นในระยะไกลไม่ชัดเจน หรือต้องหรี่ตา เพื่อเพ่งมองในระยะไกล นั่นแสดงว่า สายตากำลังมีปัญหาอย่างแน่นอน แล้ว ภาวะสายตาสั้นในเด็ก เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เตรียมพร้อมรับมือกับ ภาวะสายตายาวตามวัย ในวัยใกล้ 40

หากคุณมีอายุเกิน 40 ปี และต้องเหยียดแขนถือหนังสืออ่านไกลมากกว่าปกติแล้วล่ะก็ คุณอาจมีโอกาสที่คุณกำลังมี ภาวะสายตายาวตามวัย แล้วล่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เธียรธัช มีโภคา

สายตายาวตามวัย (Presbyopia)

สายตายาวตามวัย คือ ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อดวงตาสูญเสียความสามารถในการมองเห็นสิ่งของระยะใกล้ มักเกิดขึ้นในช่วงต้นอายุ 40 และการมองเห็นจะแย่ลงเรื่อยๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เธียรธัช มีโภคา