brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

การเจริญเติบโตของทารก ช่วงวัยขวบปีแรก และวิธีการดูแล

การเจริญเติบโตของทารก ในช่วงขวบปีแรกอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่ละคน บางคนอาจมีพัฒนาการเหมาะสมกับช่วงวัย แต่บางคนก็อาจมีพัฒนาการล่าช้า ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและการดูแลของผู้ปกครอง ดังนั้น เพื่อให้ลูกน้อยเจริญเติบโตสมวัย คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีดูแลลูกอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังควรสังเกตอาการผิดปกติ และควรแจ้งให้คุณหมอทราบทันที เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและทำการรักษา เพื่อให้ทารกมีพัฒนาการที่เหมาะสม สมบูรณ์ เป็นไปตามวัย

การเจริญเติบโตของทารก ช่วงวัยขวบปีแรก และวิธีการดูแล

พัฒนาการและ การเจริญเติบโตของทารก ในช่วงขวบปีแรก

พัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกขวบปีแรก แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ดังต่อไปนี้

ทารกอายุ 0-3 เดือน

ในช่วง 3 เดือนแรก ร่างกายและสมองของทารกกำลังเข้าสู่ช่วงพัฒนาและเริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตภายนอก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตพัฒนาการและการเจริญเติบโตได้ดังนี้

  • ทารกอาจเริ่มมองตามวัตถุที่อยู่ตรงหน้าไปมา
  • ยิ้ม ตอบสนองต่อสิ่งที่เห็น หรือในขณะที่คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูก
  • เริ่มยกศีรษะหรือชันคอเองได้
  • เอื้อมมืออยากจับวัตถุ ของเล่น หรือตุ๊กตาที่พบเห็น
  • จับนิ้วมือคุณพ่อคุณแม่ ของเล่น หรือสิ่งของรอบตัวและกำไว้ในมือ

ทารกอายุ 4-6 เดือน

ทารกอาจเริ่มมีการเรียนรู้มากขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่มีการกระตุ้นพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกอย่างสม่ำเสมอด้วยการพูดคุยบ่อย ๆ เพราะจะทำให้ทารกเริ่มจดจำ เลียนแบบ และตอบสนอง

  • ทารกอาจเปล่งเสียงหัวเราะ หรือพูดภาษาอ้อแอ้ ส่งเสียงดัง
  • มีการควบคุมศีรษะได้ดี เริ่มยกศีรษะได้นานขึ้นกว่าเดิม
  • เริ่มมีการเคลื่อนไหวด้วยการพลิกคว่ำหรือหงายตัวไปมา
  • เอื้อมมือออกไปหยิบสิ่งของต่าง ๆ และอาจสลับมือถือสิ่งของนั้น ๆ ด้วยตัวเอง

ทารกอายุ 7-9 เดือน

วัยนี้เป็นช่วงที่ใกล้เข้าสู่วัยหัดเดิน ซึ่งทารกอาจเริ่มเจริญเติบโตมากขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

  • เริ่มหัดยกแขนขึ้น ดันพื้นให้หน้าอกห่างจากพื้นเพื่อเตรียมคลาน บางคนอาจเริ่มคลาน หรือพยายามหาที่ยึดจับเพื่อเริ่มปีนป่าย
  • ปรบมือเมื่อรู้สึกชอบใจ มีความสุข ได้กินนมหรือขนม
  • พูดคุยเยอะขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบเห็นสิ่งที่คุ้นเคย หรือได้ยินเสียงหรือคำที่คุ้นเคย แต่อาจยังออกเสียงไม่ชัดถ้อยชัดคำ
  • เริ่มทรงตัวและนั่งตัวตรงได้เองโดยไม่ต้องมีคนช่วย

ทารกอายุ 10-12 เดือน

เป็นช่วงสุดท้ายของขวบปีแรกก่อนที่ทารกจะมีอายุครบ 1 ปีเต็ม ซึ่งพัฒนาการของทารกในช่วงวัยนี้อาจมีดังต่อไปนี้

  • ทารกเริ่มกินอาหารได้เอง และเริ่มที่จะสามารถหยิบจับช้อน ส้อม หรืออาหารเองได้
  • เริ่มคลานเร็วขึ้น หรืออาจเริ่มพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยการจับสิ่งของใกล้ตัว และค่อย ๆ เดิน
  • อาจเริ่มพูดได้ 1-3 คำ และอาจสามารถสื่อสารหรือเรียกพ่อแม่ได้ชัดเจนมากขึ้น
  • ใช้นิ้วชี้ไปตามจุดต่าง ๆ ที่สนใจ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่
  • เลียนแบบสิ่งที่เคยเห็น หรือแสดงบทบาทสมมุติ เช่น การหยิบจับของเล่นขึ้นมาเป็นโทรศัพท์และแกล้งคุยโทรศัพท์
  • อาจให้ความร่วมมือในการแต่งตัวได้มากขึ้น เช่น ยกแขนขาขึ้นเพื่อเตรียมใส่เสื้อผ้า

วิธีดูแลทารกช่วงขวบปีแรก

วิธีดูแลทารกช่วงขวบปีแรก อาจทำได้ดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสทารก เนื่องจากทารกแรกเกิดยังมีระบบภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ เสี่ยงติดเชื้อง่าย
  • ขณะอุ้มทารก ควรประคองศีรษะและต้นคอของทารก เพราะกระดูกคอของทารกยังไม่แข็งแรง
  • ไม่ควรเล่นกับทารกอย่างรุนแรง เช่น การอุ้มโยน เขย่าทารก เพราะอาจส่งผลให้ทารกมีเลือดออกในสมอง และเสียชีวิตได้ ควรเปลี่ยนเป็นการนวดสัมผัสบนผิวของทารก เขย่าเท้าของทารก เป่าแก้ม เป่าท้องทารกอย่างเบา ๆ แทน
  • ให้ทารกกินนมแม่ทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เป็นเวลา 10-15 นาที หรือหากเป็นนมผง ควรให้ทารกกินนมครั้งละ 2-3 ออนซ์
  • ควรทำให้ทารกเรอหลังดื่มนม โดยการอุ้มทารกพาดไหล่ ประคองศีรษะ ลำคอ จากนั้นใช้มืออีกข้างตบหลังทารกเบา ๆ เพื่อไล่แก๊สหรืออากาศที่เข้าไปในท้องระหว่างดูดนม ป้องกันทารกอาเจียน ท้องอืด จุกเสียด หรือกรดไหลย้อน
  • เพิ่มความผ่อนคลายให้ทารกด้วยการนวดลำตัว แขน ขา หรืออาจอุ้มทารก พูดคุย เปิดเพลงให้ทารกฟัง
  • ห่อตัวทารก เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัย หรือสบายใจขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการห่อตัวทารกที่อายุ 2 เดือนขึ้นไป เพราะทารกจะเริ่มพลิกตัว การห่อตัวจึงเป็นการปิดกั้นพัฒนาการและอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้ทารกหายใจไม่ออกและเสียชีวิตกะทันหันได้
  • ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทารกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง หรือเมื่อมีการอุจจาระหรือปัสสาวะ เพื่อป้องกันการหมักหมมสิ่งสกปรกและความชื้น จนอาจส่งผลให้เกิดผื่นผ้าอ้อม หรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และควรทำความสะอาดอวัยวะเพศและก้นของทารกให้สะอาดก่อนใส่ผ้าอ้อมทุกครั้ง
  • ควรให้ทารกนอนหลับอย่างเพียงพอ ปกติแล้วทารกมักใช้เวลานอนมากกว่า 16 ชั่วโมง แต่อาจสะดุ้งตื่นทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงเมื่อรู้สึกหิว เนื่องจากกระเพาะอาหารของทารกมีขนาดเล็กและย่อยเร็ว จึงอาจทำให้ทารกหิวบ่อย แต่ไม่ควรให้ทารกนอนในช่วงกลางวันมากเกินไป เพราะอาจทำให้ทารกนอนไม่หลับในตอนกลางคืน หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก
  • เปลี่ยนท่านอนให้ทารกบ้าง เช่น ให้ทารกนอนตะแคงซ้ายขวาสลับกันไป เพื่อป้องกันศีรษะไม่สมส่วน เนื่องจากกระดูกของทารกอาจไม่แข็งแรง ดังนั้น การนอนท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้ศีรษะด้านใดด้านหนึ่งแบนราบ
  • อาบน้ำอุ่นให้ทารก ควรทดสอบอุณหภูมิน้ำ ก่อนนำทารกลงไปในอ่าง ไม่ให้น้ำร้อนเกินไป น้ำในอ่างไม่ควรลึกเกิน 2-3 นิ้ว ระหว่างอาบน้ำให้ทารกควรประคองลำตัวและศีรษะทารกตลอด และควรอาบน้ำให้ทารกวันละครั้ง หากทารกมีปัญหาเรื่องผิวแห้งให้อาบน้ำเปล่าไม่ต้องฟอกสบู่
  • พูดคุยกับทารก เปิดเพลง อ่านหนังสือให้ทารกฟังบ่อย ๆ เพื่อพัฒนาสมองด้านการเรียนรู้ และการจดจำ
  • สำหรับทารกที่สายสะดือยังไม่หลุด คุณแม่ควรใช้ฟองน้ำค่อย ๆ เช็ดตัวให้ทารก โดยให้สายสะดือเปียกน้ำน้อยที่สุดจนกว่าสายสะดือหลุดออกไปเอง จึงจะสามารถอาบน้ำทารกในอ่างอาบน้ำได้ อีกทั้งยังควรดูแลสายสะดือทารกด้วยการเช็ดทำความสะอาดให้แห้งอยู่เสมอ จนกว่าสายสะดือทารกจะหลุดออก หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าสะดือทารกมีสีแดง กลิ่นเหม็น และหนองไหล ควรปรึกษาคุณหมอทันที

อาการผิดปกติในทารกที่ควรพบคุณหมอ

อาการผิดปกติในทารกที่ควรพบคุณหมอ ได้แก่

  • ทารกมีไข้สูง 38 องศา เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง
  • ร้องไห้ไม่หยุด ร้องไห้เป็นเวลานาน และบ่อยครั้ง
  • อาเจียน ท้องร่วง อาจเป็นสัญญาณเตือนการติดเชื้อ
  • ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งอาจสังเกตจากทารกปากแห้ง ริมฝีปากแตก ปัสสาวะมีสีเข้ม และปัสสาวะน้อยกว่าปกติ เปลี่ยนผ้าอ้อมน้อยกว่า 6 ผืน/วัน
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หายใจไม่ออกหรือหากทารกติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด มีน้ำมูกสีใสจนถึงสีเขียวเข้ม ร่วมกับมีไข้ เป็นเวลานานกว่า 3 วัน
  • ริมฝีปากสีม่วง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าออกซิเจนในร่างกายของทารกต่ำ
  • ผื่นขึ้นตามลำตัวและใบหน้านานกว่า 2-3 วัน
  • ตื่นยาก ปลุกไม่ค่อยตื่น
  • มีอาการชัก
  • ปัสสาวะมีเลือดปน
medical
แพทย์หญิงจิตรลดา ชินสุวรรณ
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
พ่อแม่เลี้ยงลูก · โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช (ศรีนครินทร์)
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 04/04/2023