คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ชาดำ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ชาดำ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ชาดำ เป็นชาจากการนำใบชาสายพันธุ์ Camellia sinensis ไปหมักบ่มแล้วนำไปตากแห้งหรืออบแห้ง จนได้ชาที่มีลักษณะเป็นสีแดงเข้มไปจนถึงเกือบดำ และมีรสขมเล็กน้อย ชาดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและลำไส้ และอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม ชาดำอาจมีคาเฟอีนสูง การดื่มชาดำมากเกินไปจึงอาจส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็ว นอนหลับยาก เพื่อความปลอดภัยจึงควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

คุณค่าทางโภชนาการของชาดำ

ชาดำมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยป้องกันการอักเสบจากอนุมูลอิสระที่อาจส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังอาจมีสารประกอบต่าง ๆ ดังนี้

ประโยชน์ของชาดำ

ชาดำมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของชาดำในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้

  • อาจช่วยเพิ่มสมาธิ

ชาดำมีคาเฟอีนและกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน (L-Theanine) ที่อาจช่วยทำให้ร่างกายและสมองตื่นตัว ทำให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบทางจิตของสารประกอบในชาอย่าง คาเฟอีนและแอล-ธีอะนีน ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition Reviews ปี พ.ศ. 2551 พบว่า การดื่มชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจช่วยให้มีสมาธิ สามารถจดจ่อกับกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น แต่ควรดื่มในปริมาณที่พอดี เพราะหากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป อาจส่งผลให้นอนหลับยาก กระสับกระส่าย วิตกกังวล หัวใจเต้นเร็วได้

  • อาจช่วยลดความดันโลหิต

ชาดำมีฟลาโวนอยด์ที่อาจช่วยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่หลอดเลือดได้ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ปี พ.ศ. 2558 ที่ได้ทำการทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง 19 คน โดยให้กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งดื่มชาดำ 129 มิลลิกรัม อีกส่วนหนึ่งได้รับยาหลอก วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 8 วัน พบว่า การบริโภคชาดำอาจช่วยลดความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic blood pressure) ที่เป็นแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจคลายตัว และอาจช่วยลดความดันโลหิตตัวบน (Systolic blood pressure) ที่เป็นแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจบีบตัว ดังนั้น การดื่มชาดำเป็นประจำจึงอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

  • อาจช่วยลดคอเลสเตอรอล

ชาดำเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีไขมันอิ่มตัว และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงอาจช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ซึ่งทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ และอาจช่วยลดความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลในเลือด การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Nutrition เมื่อปี พ.ศ. 2546 ที่ได้ทำการทดสอบในผู้ใหญ่จำนวน 15 คน แบ่งเป็นผู้หญิง 8 คน และผู้ชาย 7 คน ที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โดยทดสอบแบบสุ่มให้ดื่มชาดำ 5 มื้อ/วัน ในขณะที่รับประทานอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักร่วมด้วยเป็นเวลา 3 สัปดาห์ พบว่า การดื่มชาดำอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวมและไขมันไม่ดีในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้

  • ช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้

ภายในลำไส้จะมีแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส ที่อาจช่วยควบคุมความสมดุลการทำงานของลำไส้ การดื่มชาดำที่มีโพลีฟีนอลที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงอาจช่วยลดการอักเสบจากสารอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีภายในลำไส้ได้ จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Food Reviews international ปี พ.ศ.2554 ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโพลีฟีนอลในอาหารและจุลชีพในลำไส้ของมนุษย์ พบว่า โพลีฟีนอลอาจทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดี และอาจช่วยยับยั้งการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียบางชนิด เช่น เชื้อซาลโมเนลล่า (Salmonella) และเอชไพโลไร (Helicobacter pylori; H. pylori) ที่ส่งผลให้อาเจียน กระเพาะอาหารอักเสบ และท้องร่วงได้

  • อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

ชาดำมีโพลีฟีนอลที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเทส (Aromatase enzyme) ซึ่งมีบทบาทกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้องอก จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร EJC European Journal of Cancer ปี พ.ศ. 2547 พบว่า โพลีฟีนอลในชาดำอาจช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะโรมาเทส ที่อาจนำไปสู่การเกิดฮอร์โมนดีเอชอีเอ (Dehydroepiandrosterone) และพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งเต้านมได้ อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชาดำเพื่อช่วยในการรักษาเนื้องอกในเต้านม

Verifying...

ข้อควรระวังในการบริโภคชาดำ

เนื่องจากชาดำมีคาเฟอีนสูง การดื่มชาดำในปริมาณมากกว่า 4-5 ถ้วย/วัน อาจส่งผลให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป และส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • หายใจเร็ว
  • กระสับกระส่ายและนอนหลับยาก
  • ลำไส้แปรปรวน ท้องเสีย
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ความดันโลหิตสูง ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันตาสูงและต้อหิน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจาง โรคกระดูกพรุน และอาการชัก

ชาดำอาจทำปฏิกิริยากับยาและอาหารเสริมบางชนิด เช่น คาร์บามาเซพีน (Carbamazepine) เอฟีดรีน (Ephedrine) และยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาจส่งผลให้คาเฟอีนอยู่ในร่างกายนานกว่าปกติหรือลดประสิทธิภาพของยาลง เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาคุณหมอก่อน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Black Tea. https://www.webmd.com/vitamins-and-supplements/black-tea-uses-and-risks. Accessed May 09, 2022

Black Tea Lowers Blood Pressure and Wave Reflections in Fasted and Postprandial Conditions in Hypertensive Patients: A Randomised Study https://www.mdpi.com/2072-6643/7/2/1037. Accessed May 09, 2022

Black tea polyphenol theaflavins inhibit aromatase activity and attenuate tamoxifen resistance in HER2/neu-transfected human breast cancer cells through tyrosine kinase suppression. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15341993/. Accessed May 09, 2022

Dietary Polyphenols and Human Gut Microbiota: a Review. https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/87559129.2010.535233. Accessed May 09, 2022

Black Tea Consumption Reduces Total and LDL Cholesterol in Mildly Hypercholesterolemic Adults. https://academic.oup.com/jn/article/133/10/3298S/4687625?login=false. Accessed May 09, 2022

Psychological effects of dietary components of tea: caffeine and L-theanine.  https://academic.oup.com/nutritionreviews/article/66/2/82/1863235?login=false . Accessed May 09, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล