backup og meta

วิธีการทำ ชาไหมข้าวโพด ที่มาพร้อมกับประโยชน์ด้านสุขภาพ

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 08/10/2020

วิธีการทำ ชาไหมข้าวโพด ที่มาพร้อมกับประโยชน์ด้านสุขภาพ

สังเกตกันไหมว่าทำไมชาวเกาหลีถึงมีผิวพรรณที่ขาวผ่องใส ผิวเนียนนุ่มดูสุขภาพดี จนทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่ค้นหาความลับนี้ บางคนก็เลือกวิธีการใช้สกินแคร์ตามรีวิวที่โด่งดัง แต่จริงๆ แล้วยังมีความลับอีกอย่างที่คุณไม่ต้องเสียเงินเยอะมากมายขนาดนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ ขอแนะนำการทำ ชาไหมข้าวโพด สุดดังที่กำลังฮิตไม่แพ้กัน มาให้ทุกคนได้ลอง

ทำความรู้จักกับ ไหมข้าวโพด ก่อนจะไปเป็น ชา กัน

ไหมข้าวโพด (Corn silk) คือ เส้นใยที่เกาะอยู่บนฝักข้าวโพดสีเหลืองนวลที่เรานิยมนำมาต้ม หรือนำมาประกอบอาหารเพื่อรับรับประทาน ซึ่งมีสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ ซึ่งเป็นคุณค่าด้านโภชนาการมีประสิทธิภาพสูง ป้องกันโรคหัวใจ และควบคุมระดับคอเลสเตอรอล

นอกจากนี้ยังมีกรดในตัวที่ช่วยในการปรับปรุงสภาพของสุขภาพช่องปาก บำรุงผิวหนัง ลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบของต่อมลูกหมาก รักษานิ่วในไต ได้เป็นอย่างดีเมื่อรับประทานอย่างถูกวิธี และเหมาะสม

ก่อนการดื่ม ชาไหมข้าวโพด สิ่งที่คุณควรรู้ไว้ คือ

ประโยชน์ของชาไหมข้าวโพดที่ชวนให้คุณต้องอึ้ง แทบไม่น่าเชื่อว่าเส้นใยที่เรามองข้ามจะมีสารที่ทำให้สุขภาพร่างกายเราแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกได้เพียงนี้

  1. ได้รับวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ : ชาไหมข้าวโพดประกอบไปด้วยวิตามินซีจำนวนมาก ในการรักษาประสิทธิภาพแก่อวัยวะภายใน ลดความเครียดจากการเกิดออกซิเดทีฟ (Oxidative stress) ที่ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ดี ให้คุณมีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆได้ อย่างคล่องแคล่ว
  2. ลดระดับน้ำตาลในเลือด : ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเหมาะกับการดื่มชาไหมข้าวโพดเป็นที่สุด เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาโดยธรรมชาติไร้สารเคมี
  3. ป้องกันโรคเกาต์ : สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดเมื่อโรคเกาต์กำเริบ ด้วยการดื่มชาไหมข้าวโพด 3 แก้ว ต่อวัน หลังจากนั้นหากอาการดีขึ้นควรรับประทานเพียงแค่วันละ 1 แก้วก็เพียงพอ
  4. ควบคุมการตกเลือด : สำหรับสตรีตั้งครรภ์ ชาไหมข้าวโพดมีความสำคัญต่อการควบคุมการตกเลือดอย่างมาก ทั้งช่วงก่อน และหลังการคลอดบุตร
  5. เพิ่มปริมาณของปัสสาวะ : เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณปัสสาวะให้มีประสิทธิภาพ โดยอาจมีอาการปัสสาวะถี่ และบ่อยขึ้น เนื่องจากสารที่อยู่ในชาไหมข้าวโพดเข้าไปขจัดสารพิษอันตรายต่างๆ ให้ออกมาในรูปแบบปัสสาวะ หรือขับถ่าย
  6. ให้สารอาหารที่ดีต่อร่างกาย : ชาไหมข้าวโพดเป็นแหล่วงรวมของเบตาแคโรทีน (Beta-carotene), ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) , เมนทอล (Menthol) , ไทมอล (Thymol) , ซีลีเนียม (Selenium) , ไนอาซิน (Niacin) , และลิโมนีน (Limonene) ที่ดีต่อสุขภาพของคุณ

ในการศึกษาล่าสุดของทีมวิจัยแห่งหนึ่งโดยใช้หนูทดลองเป็นตัวชี้วัด แสดงให้เห็นถึงการลดความเครียดที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเอกสับของอวัยวะภายใน ขจัดส่วนเกินที่เป็นอันตรายออกจากร่างกาย และยังลดประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่ทำให้ร่างกายของเราแย่ลงได้

วิธีการทำ ชาไหมข้าวโพด แสนง่ายด้วยตัวคุณเอง

เริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบ ดังนี้

  • ไหมข้าวโพดที่ถูกฉีกเป็นเส้นฝอย ในปริมาณ 1 ฟัก
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วย

ขั้นตอนการทำ

  1. นำไหมข้าวโพดต้มกับน้ำสะอาด 15-20 นาที
  2. ปิดเตา นำหม้อที่ต้มไหมข้าวโพดทิ้งไว้ให้เย็นสักครู่ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีน้ำที่เป็นสีออกน้ำตาล หรือเหลืองนวลคล้ายสีไหม และข้าวโพด
  3. หากชิมแล้วรสชาติจืดไปคุณสามารถเติมน้ำผึ้งดิบเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดื่มได้ ควบคุมความหวานให้อยู่ในระดับพอดีไม่ควรหวานเกินไปเพราะอาจทำให้ลดคุณประโยชน์ของชาไหมข้าวโพดลง สามารถเก็บแช่ชาไหมข้าวโพดได้ในตู้เย็น ชานี้จะอยู่ได้ 2-3 วันเท่านั้น

สำหรับผู้ใหญ่ : ควรดื่มอย่างน้อย 1 แก้ว 3 ครั้งต่อวัน และไม่แนะนำให้ดื่มชานี้ก่อนเข้านอน

สำหรับเด็ก : ควรลดปริมาณเหลือ 1 แก้วต่อวัน

หากมีอาการแพ้ หรือต้องการดื่มชาไหมข้าวโพดร่วมกับยาตัวอื่น เพื่อป้องกันปฏิกิริยาที่ร้ายแรง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในด้านการดูแลสุขภาพร่างกายของคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 08/10/2020

advertisement iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

advertisement iconโฆษณา
advertisement iconโฆษณา