home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

5 อาการบาดเจ็บ ที่นักวิ่งต้องเจอ พร้อมวิธีรับมือที่ได้ผล

5 อาการบาดเจ็บ ที่นักวิ่งต้องเจอ พร้อมวิธีรับมือที่ได้ผล

ความเจ็บปวด หรือ อาการบาดเจ็บทางร่างกาย เป็นเรื่องปกติของการวิ่ง บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงขอพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักและเข้าใจ อาการบาดเจ็บ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการวิ่ง เพื่อที่จะหาทางป้องกัน หรือพร้อมที่จะรับมือกับอาการบาดเจ็บเหล่านี้ได้ทุกเมื่อ

อาการบาดเจ็บ ที่นักวิ่งต้องเจอ

1. โรคข้อเข่านักวิ่ง

โรคข้อเข่านักวิ่ง (Runner’s knee) ได้มากจากการที่มันเป็นอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในหมู่นักวิ่ง ในทางการแพทย์แล้วโรคนี้คือ อาการกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ หรือผิวสะบ้าอักเสบ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดในหมู่นักวิ่งส่วนใหญ่

เนื่องจากการเคลื่อนไวอย่างต่อเนื่องของการวิ่ง ทำให้เกิดแรงกดมากเป็นพิเศษที่เข่า เมื่อผ่านไปนานๆ เข้า หัวเข่าก็อาจเกิดอาการอักเสบขึ้นมาได้ โดยเฉพาะคนที่มีรูปเท้าผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเท้าที่บิดเข้าข้างในหรือแบะออกข้างนอก กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกหรือก้นไม่แข็งแรง จะมีโอกาสบาดเจ็บมากที่สุด

การเยียวยาง่ายๆ ก็คือลดเวลาในการวิ่งลง ให้ร่างกายได้พัก กินยาต้านอาการอักเสบ หรือการใช้ที่รัดเข่าเพื่อช่วยในการรับน้ำหนัก

2. เอ็นร้อยหวายอักเสบ

เป็นอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นร้อยหวาย ที่อยู่หลังเท้าบริเวณเหนือส้นเท้า อาการนี้มักเกิดมาจากการเพิ่มระยะทางในการวิ่งเร็วเกินไป การใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะสม และกล้ามเนื้อน่องที่ไม่แข็งแรง การเพิ่มจะยะทางอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว เป็นการทำให้เกิดแรงกดต่อเส้นเอ็นมากเกินไป จนกลายเป็นอาการเจ็บปวด

การรักษาส่วนใหญ่จะเป็นการให้กินยาต้านอักเสบ การยืดกล้ามเนื้อ หรือการประคบเย็นในบริเวณที่เจ็บปวด นอกจากนี้การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการบาดเจ็บ

3. ข้อเท้าแพลง

ขณะที่คุณวิ่ง ข้อเท้าอาจบิดหรือพลิกไปด้านข้างได้ หรือถ้าคุณไม่ได้สังเกตพื้นที่ซึ่งคุณกำลังวิ่งให้ดี ก็อาจก้าวพลาดจนเท้าพลิกได้เช่นกัน ซึ่งถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้น คุณควรหยุดพักในทันที และขอความช่วยเหลือจากแพทย์ เพื่อเยียวยาอาการเจ็บปวด ซึ่งอาจใช้เวลามากหรือน้อยแค่ไหนกว่าที่จะหายจากอาการนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าข้อเท้าของคุณพลิกมากหรือน้อยแค่ไหน

สำหรับการป้องกันนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณใช้ท่าออกกำลังกายที่ช่วยในเรื่องสมดุลร่างกาย อย่างเช่น ท่าสควอทแบบขาเดียว ที่จะทำให้กล้ามเนื้อที่ข้อเท้าแข็งแรงขึ้นด้วย

4. แผลพุพอง

แผลพุพองอาจเกิดขึ้นได้จากการเสียดสี ระหว่างรองเท้าและผิวหนังของคุณ ทำให้เกิดแผลที่มีน้ำใสๆ อยู่ด้านใน แผลนี้สามารถหายไปได้เองในไม่ช้า แต่ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้

วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก ด้วยการใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป และการใส่ถุงเท้าหนานุ่มเพื่อลดการเสียดสี

5. อาการจุกเสียด

นักวิ่งเกือบทุกคนต่างต้องเคยเจอกับอาการจุกเสียด ส่วนใหญ่จะเกิดที่ด้านข้างของลำตัว เชื่อกันว่าเกิดขึ้นมาจากการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างปอดและกระเพาะอาหารที่ทำงานหนักเกินไป ส่วนใหญ่แล้วปัญหาจะมาจากท่าทางการวิ่งที่ไม่ถูกต้อง

วิธีการแก้ไขแบบเฉพาะหน้าก็คือ การก้มตัวลง เกร็งกล้ามเนื้อลำตัว และหายใจแบบห่อปาก (ทำปากจู๋แล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ)

คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อลดการเกิด อาการบาดเจ็บ จาก การวิ่ง

การวิ่งด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ช่วยได้อย่างมากในการป้องกันปัญหาจากการวิ่ง แต่นักวิ่งส่วนใหญ่ก็อาจเจอปัญหาการบาดเจ็บ ที่กล่าวมาข้างต้นได้เป็นครั้งคราว เพื่อป้องกันหรือลดโอกาสในการเกิดอาการบาดเจ็บเหล่านี้ นักวิ่งควรทำตามคำแนะนำในการวิ่งที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัพก่อนวิ่ง การคูลดาวน์ การยืดกลามเนื้ออย่างถูกต้อง และการฟังเสียงร่างกายของตัวเอง ไม่ผลักดันตัวเองมากจนเกินไป โอกาสการบาดเจ็บก็จะลดน้อยลง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

“The Big 7 Body Breakdowns”. http://www.runnersworld.com/health/the-big-7-body-breakdowns. Accessed September 10, 2016.

“The Most Common Running Injuries and How to Avoid Them” http://greatist.com/fitness/most-common-running-injuries-and-how-avoid-them. Accessed September 10, 2016.

“10 Common Running Injuries: Prevention and Treatment”. https://www.webmd.com/fitness-exercise/guide/running-injuries-causes-prevention-treatment#1. Accessed September 10, 2016.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย pimruethai เมื่อ 20/09/2018
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x