home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

นอนกรน ไม่ใช่แค่สร้างความรำคาญให้คนข้างๆ แต่อาจส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

นอนกรน ไม่ใช่แค่สร้างความรำคาญให้คนข้างๆ แต่อาจส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

การ นอนกรน นอกจากจะสร้างความรำคาญให้ผู้ที่นอนข้างๆแล้ว ยังมีผลต่อ สุขภาพ มากมายที่จะตามมา หากคุณเป็นคนที่นอนกรนเป็นประจำทุกๆ คืน แต่ยังคงนิ่งนอนใจไม่ปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางรักษาอาการนอนกรนแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลเสียตามมาในอีกไม่ช้า…วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลมาให้ดูกันว่าแค่…นอนกรน จะส่งผลต่อสุขภาพอะไรบ้าง

นอนกรน คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

การนอนกรน เกิดจากเมื่อเวลาหายใจเข้าแล้วอากาศไม่สามารถผ่านทางปากหรือว่าจมูกได้อย่างสะดวก เพราะมีสิ่งกีดขวางการไหลเวียนของอากาศ

ปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้อากาศถูกกีดขวาง ดังนี้

ภาวะแน่นจมูก

ภาวะแน่นจมูก เป็นภาวะที่อาจจะเป็นๆหายๆ เป็นเฉพาะช่วงที่ไซนัสกำเริบ ภูมิแพ้ หรืออาจจะเป็นตลอดเวลาก็ได้ ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการคัดแน่นจมูก เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เยื่อบุโพรงจมูกบวม โครงสร้างของจมูกที่ผิดรูปทำให้หายใจได้ลำบาก ส่งผลทำให้เกิดการกรนได้

กล้ามเนื้อคอและลิ้นหย่อนคล้อย

อาการกรน เกิดจากการที่มีสิ่งกีดขวางทางเดินออกอากาศ กล้ามเนื้อคอและลิ้นหย่อนคล้อยก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการกรนได้ เมื่อกล้ามเนื้อคอและลิ้นหย่อนลงไปขวางกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการหลับลึก เนื่องจากมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และการใช้ยานอนหลับ

เนื้อเยื่อคอใหญ่

ส่วนใหญ่แล้วเด็กที่เป็นต่อมทอนซิลหรือต่อมทอนซิลโต มักจะเกิดปัญหาเนื้อเยื่อบริเวณคอใหญ่ ซึ่งเนื้อเยื่อดังกล่าวอาจจะกีดขวางช่องทางการหายใจ ทำให้เกิดอาการกรนได้ นอกจากนี้ในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ก็อาจจะพบว่า มีเนื้อเยื่อคอใหญ่จนเป็นสาเหตุของการนอนกรนได้เช่นกัน

เพดานอ่อนหรือลิ้นไก่ยาว

เมื่อเพดานอ่อนหรือลิ้นไก่ยาว จะส่งผลให้ช่องบริเวณจมูกและลำคอแคบลง เมื่อเพดานอ่อนหรือว่าลิ้นไก่ สัมผัสโดนกับสิ่งอื่นๆหรือเกิดการสั่นสะเทือน ทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดตัน ทำให้เกิดการกรนได้

สัญญาณที่บ่งบอกว่า นอนกรน อันตรายแล้วนะ

การนอนกรนอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับใครหลายๆคน การนอนกรนเกิดได้จากหลายสาเหตุจากที่กล่าวไปข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อบริเวณคอหย่อนคล้อย ดื่มแอลกอฮอล์หนัก มีการกินยานอนหลับ หรืออาจจะเกิดจากโครงสร้างของจมูกที่ผิดรูป

สาเหตุต่างๆเหล่านี้ส่งผลทำให้หายใจเอาอากาศเข้าไปได้น้อย แต่สำหรับหลายคน อาการนอนกรนนั้นเป็นอันตรายจนส่งผลต่อร่างกาย ลองดูกันนะคะว่า มีอาการต่างๆ เหล่านี้หรือไม่

อาการนอนกรนที่เป็นอันตราย

  • ง่วงนอนตอนกลางวันมากเกินไป หรือตื่นขึ้นมาแล้วงัวเงีย ไม่รู้สึกสดชื่น รู้สึกเหมือนไม่ได้นอน
  • มีอาการปวดหัวตอนเช้า หลังตื่นนอน
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • ความดันโลหิตสูง
  • เจ็บหน้าอก ตอนกลางคืน
  • ไม่มีสมาธิในการทำงาน เรียนหรือความจำลดลง
  • ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า อ้าปากค้างเพื่อหายใจ หรือมีอาการปากคอแห้ง

หากใครที่อ่านแล้วพบว่า มีอาการตรงกับที่กล่าวมาหลายคอเลยที่เดียว อาการเหล่านี้อาจกำลังบอกว่า คุณอาจจะเสี่ยงมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดจากการหายใจที่ถูกขัดจังหวะตลอดทั้งคืน เพราะกล้ามเนื้อด้านหลังคอไม่สามารถเปิดทางเดินหายใจได้

การมีน้ำหนักเกินสัมพันธ์กับการหยุดหายใจขณะหลับเช่นกัน ดังนั้นจึงควรเข้าปรึกษาแพทย์ถึงอาการกรนและอาการที่เกิดขึ้น เพื่อตรวจอย่างละเอียดให้แน่ใจว่า ร่างกายมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจริงหรือไม่ และต้องทำการรักษาต่อไป เพื่อตรวจวินิจฉัยและหาวิธีการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

นอนกรน ส่งผลเสียต่อ สุขภาพ อย่างไรบ้าง

นอกจากสร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างแล้ว ไปดูกันว่าการนอนกรนส่งผลต่อสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง

โรคหลอดเลือดสมอง

จากข้อมูลสุขภาพที่วิเคราะห์เกี่ยวกับการนอนหลับพบว่า ความรุนแรงของการนอนกรนมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของการเกิด หลอดเลือดแดงตีบตัน ซึ่งการตีบตันของหลอดเลือดแดงที่คอ เนื่องจากไขมันที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นผลทำให้เกิด โรคหลอดเลือดสมอง

การกรนที่ดังและยาวนานในแต่ละคืน ยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองก็สูงขึ้นตามไปด้วย ยิ่งคุณมีอาการง่วงนอนในตอนกลางวัน ทั้งที่ไม่ได้นอนดึกหรือมีความดันโลหิตสูง ก็อาจเป็นไปได้ว่า…อาจจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

โรคหัวใจ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีความเชื่อมโยงกับปัญหาหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็นำเราไปสู่โรคหัวใจได้ และอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจวายได้ด้วยเช่นกัน

หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผู้ที่มีปัญหาในการนอนกรนในระยะยาวหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งภาวะหยุดหายใจขณะหลับนั้น มีแนวโน้มที่จะมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกติรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นภาวะหัวใจเต้าผิดปกติประเภทที่พบได้โดยทั่วไป มากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นและคนที่ได้รับการรักษาแบบ CPAP เป็นไปได้ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจส่งผลกระทบต่อระบบนำไฟฟ้าของหัวใจ

โรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดกับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากความไม่เป็นระบบของลำคอ ที่มีการปิดกั้นการเข้า-ออกของอากาศที่ไม่ปกติในระหว่างที่นอนหลับ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงแรงดันที่สามารถดูดเศษอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหารขึ้นมาได้ ซึ่งทั้งโรคกรดไหลย้อนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มีความสัมพันธ์กับเรื่องของน้ำหนักเกินทั้งคู่ ซึ่งภาวะทั้งสองจะดีขึ้นเมื่อมีการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

อุบัติเหตุ

อาจจะฟังดูไม่เกี่ยวข้องกันระหว่างการนอนกรนและอุบัติเหตุ จริงๆแล้วหากอาการกรนส่งผลให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะทำให้ร่างกายของคุณพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ รู้สึกเพลียในตอนเช้าหลังจากตื่นนอน หรือมีอาการง่วงนอนในตอนกลางวัน ทั้งๆที่คุณไม่ได้นอนดึก

ดังนั้นหากคุณมีอาการง่วงเพลียในตอนกลางวันแล้วจำเป็นต้องใช้รถ หรือทำงานใกล้เครื่องจักรที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในระหว่างที่ทำกิจกรรมได้

ปัญหาทางสุขภาพจิต

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้ เมื่อร่างกายของคุณรู้สึกเหมือนไม่ได้พักผ่อน รู้สึกเหมือนอดหลับ จนบางครั้งอาจเกิดปัญหาซึมเศร้าอย่างรุนแรง

จากการศึกษาผู้นอนกรนจำนวน 74 คน แสดงให้เห็นว่า คนที่มีอาการง่วงในตอนกลางวันมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลมากขึ้นเท่านั้น แต่การรักษาอาการนอนกรน จะช่วยลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ แก้ไขล่าสุด 02/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x