brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

ผักคะน้า ประโยชน์และข้อควรระวังการบริโภค

ผักคะน้า จัดเป็นผักใบเขียวที่อยู่ในตระกูลกะหล่ำ นิยมปลูกในประเทศไทย จีน ฮ่องกง และมาเลเซีย ผักคะน้ามีสารอาหารมากมาย เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินเค ที่อาจช่วยบำรุงกระดูก เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคมะเร็ง

ผักคะน้า ประโยชน์และข้อควรระวังการบริโภค

คุณค่าทางโภชนาการของผักคะน้า

ผักคะน้า 1 ถ้วย อาจให้พลังงาน 63 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 10.73 กรัม ที่ประกอบด้วยไฟเบอร์ 7.6 กรัม น้ำตาลน้อยกว่า 1 กรัม และสารอาหารอื่น ๆ ดังนี้

  • แคลเซียม 268 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 222 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 61 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 40 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 34.6 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 28 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 2.15 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 1.67 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 772.5 ไมโครกรัม
  • วิตามินเอ 722 ไมโครกรัม
  • โฟเลต 30 ไมโครกรัม

ประโยชน์ของผักคะน้าที่มีต่อสุขภาพ

อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผักคะน้าเป็นผักตระกูลกะหล่ำที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ที่มีส่วนช่วยลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ และยังมีสารกลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ซึ่งเป็นสารพฤษเคมีที่อาจช่วยป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระ และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

จากการศึกษาในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition ปี พ.ศ. 2554 ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการบริโภคผักตระกูลกะหล่ำกับการลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็นผู้ใหญ่ชาวจีน 134,796 คน ที่ถูกประเมินจากการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร พบว่ากลุ่มผู้หญิงและผู้ชายชาวจีนที่นิยมรับประทานผักและผลไม้ในปริมาณมาก โดยเฉพาะผักตระกูลกะหล่ำ อาจมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้บริโภคผักและผลไม้ อีกทั้งยังอาจมีสุขภาพหัวใจที่ดีกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าอีกด้วย

อาจช่วยป้องกันโรคต้อหิน

ผักคะน้ามีวิตามินเอ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) พบได้มากในผักใบเขียว มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันเซลล์จอประสาทตาเสื่อมสภาพเนื่องจากอนุมูลอิสระ ที่อาจทำให้เกิดปัญหาทางสายตา เช่น โรคต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก

จากการศึกษาในวารสาร The American Journal of Ophthalmology ปี พ.ศ. 2556 ที่ศึกษาเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของการบริโภคผลไม้และผักกับการลดลงของความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อหินในสตรีชาวแอฟริกันอเมริกัน โดยสอบถามเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของผู้หญิง 584 คน พบว่า ผู้ที่รับประทานผักคะน้า และผักชนิดอื่น ๆ รวมถึงผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ อาจมีความเสี่ยงการเกิดโรคต้อหินน้อยกว่ากลุ่มอื่น อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าการบริโภคสารอาหารเฉพาะเจาะจงบางชนิดสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต้อหินได้หรือไม่

อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

ผักคะน้ามีสารกลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ที่เป็นสารอาหารพบได้ในผักและผลไม้ มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระและป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็ง

จากการศึกษาหนึ่งในวารสาร Molecular Nutrition & Food Research ปี พ.ศ. 2561 ที่ศึกษาเกี่ยวกับผักตระกูลกะหล่ำและสารไอโซไทธโอไซยาเนต (Isothiocyanate) ซึ่งเป็นสารประกอบที่อยู่ในพืชตระกูลกะหล่ำในการป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ พบว่า ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น ผักคะน้า กะหล่ำปลี ผักกาด กวางตุ้ง มีสารพฤกษเคมี เช่น กลูโคซิโนเลต ที่อาจมีฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็ง ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง และอาจช่วยหยุดวงจรการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อย่างไรก็ตาม ยังคงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต

ข้อควรระวังการบริโภคผักคะน้า

การรับประทานผักคะน้าอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่อาจมีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) เนื่องจากผักคะน้ามีวิตามินเคที่อาจลดประสิทธิภาพของยากลุ่มนี้ลง ดังนั้น จึงควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนบริโภค

นอกจากนี้ ผักคะน้ายังเป็นแหล่งของไฟเบอร์ ที่ร่างกายอาจต้องใช้เวลานานในการย่อย หากรับประทานผักคะน้ามากเกินไปและรับประทานรวดเร็วเกินไปก็อาจส่งผลให้มีก๊าซในลำไส้และท้องอืดได้

medical
นายแพทย์ภควัต ตั้งจาตุรนต์รัศมี
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
อายุรแพทย์ · โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 15/11/2023