อึฟรุ้งฟริ้งด้วย แคปซูลกากเพชร ควรลองหรือต้องเลี่ยง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

คุณอยากอึออกมาเป็นกากเพชร ฟรุ้งฟริ้ง และแวววาวบ้างหรือไม่? อึเสร็จแล้วได้ความรู้สึกเสมือนว่าคุณกำลังโลดแล่นอยู่ในโลกของเทพนิยาย ถ้าคุณต้องการเช่นนั้น คุณอาจสนใจผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันในชื่อ แคปซูลกากเพชร ที่กินเข้าไปแล้วจะอึออกมาเป็นกากเพชรวิบวับเลยทีเดียว แต่แคปซูลที่ว่านี้จะปลอดภัยและเห็นผลจริงหรือไม่ และมีความเสี่ยงอย่างไร มาหาคำตอบกันได้กับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ

กากเพชรกินได้จริงหรือ

กากเพชร หรือ กลิตเตอร์ (Glitter) มีอยู่ด้วยกัน2แบบ คือแบบที่รับประทานได้กับแบบที่รับประทานไม่ได้

  • กากเพชรที่ไม่สามารถรับประทานได้ คือ กากเพชรสำหรับใช้ในงานศิลปะ เช่น กากเพชรสำหรับแต่งหน้า กากเพชรสำหรับทำงานประดิษฐ์ตกแต่ง
  • กากเพชรที่สามารถรับประทานได้ คือ กากเพชรสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น กากเพชรตกแต่งหน้าคุ้กกี้ กากเพชรตกแต่งหน้าเค้ก

กากเพชรชนิดที่นำมากินได้ มีส่วนประกอบของ น้ำตาล, อะคาเชียหรือกัมอะคาเซีย (Acacia or gum arabic), มอลโทเดกซ์ทริน (maltodextrin), แป้งข้าวโพด, และสีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ประกอบไปด้วย สีไมก้า (Mica-based), ผงสีมุก และสีผสมอาหารหรือสีสังเคราะห์ อย่างเช่น สี FD&C Blue No. 1. โดยสีสังเคราะห์ที่ว่านี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง หรือ Food, Drug and Cosmetic (FD&C) Act

ความเสี่ยงของการรับประทานกากเพชร

สำหรับกากเพชรที่ใช้ในการประกอบอาหารนั้น แน่นอนว่าสามารถรับประทานได้ อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาเองก็ยังได้กล่าวถึงการรับประทานกากเพชรเหล่านี้ว่า ควรระมัดระวังการรับประทานกากเพชรในอาหาร ถึงแม้ว่าจะมีรับการรับรองว่าสามารถกินได้ แต่ก็อาจจะมีสิ่งแปลกปลอมอย่างพลาสติกเจือปนเข้ามาได้เช่นกัน รวมถึงยังมีการประกาศไปยังกลุ่มผู้ผลิตกากเพชรอีกว่า ควรมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและควรใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างสูงสุด

มีวิธีหลีกเลี่ยงกากเพชรในอาหารอย่างไรได้บ้าง

  • ตรวจเช็กฉลากของผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อเสมอ ตรวจดูว่ามีวัตถุแปลกปลอมที่มีความเสี่ยงต่อร่างกายหรือไม่
  • เลือกวัตถุดิบในการตกแต่งอาหารแบบอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องใช้กากเพชรในการตกแต่งอาหารเสมอไป
  • ในกรณีที่สั่งอาหารจากร้านอาหาร เช่น อาหารประเภทเบเกอรี่ เค้ก หรือขนมหวานอื่นๆ ควรแจ้งไปยังผู้ผลิตว่าขอให้ลดหรืองดใส่วัตถุดิบที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

แคปซูลอึเป็นกากเพชร คืออะไร

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่ได้รับการส่งต่อกันอย่างรวดเร็วและกว้างขวางเกี่ยวกับ แคปซูลกากเพชร หรือที่รู้จักกันในชื่อ Glitter pills  ซึ่งก็คือแคปซูลที่บรรจุกากเพชรไว้ภายใน ลักษณะคล้ายกับยาชนิดแคปซูลที่เราพบเห็นกันทั่วไป แคปซูลดังกล่าวเป็นไวรัลที่แชร์มาจากต่างประเทศ พร้อมกับสรรพคุณที่ระบุเอาไว้ว่า หลังจากที่กินเข้าไปแล้วจะขับถ่ายออกมาเป็นกากเพชร เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เอาใจสายกลิตเตอร์ฟรุ้งฟริ้งอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในโลกโซเชียลมีเดียว่า เราจะรับประทานสิ่งนี้กันไปเพื่ออะไร หรือ การรับประทานสิ่งนี้จะได้ผลลัพธ์ตามที่ระบุไว้จริงหรือ

แคปซูลกากเพชรควรรับประทานหรือไม่

โดยปกติแล้ว มนุษย์เรานั้นรับประทานอาหารเพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายเกิดพลังงานสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาจจะมีบ้างบางครั้งที่จะรับประทานอาหารที่ไม่ได้มีคุณค่าทางสารอาหารตามความชอบ หรือนานๆ ครั้งจึงจะรับประทาน แต่ในส่วนของแคปซูลอึกากเพชรที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ แพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก็ได้ออกมาให้คำแนะนำว่า ของดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ถึงแม้ว่าจะมีส่วนประกอบที่สามารถรับประทานได้จริง หากแต่ยังไม่ได้มีการรับรองถึงคุณค่าทางสารอาหารใดๆ และถ้าหากพลาดพลั้ง รับประทานแคปซูลที่มาจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะเป็นการรับประทานเอาสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษเข้าสู่ร่างกายจนเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการรายงานถึงผลลัพธ์ว่าสามารถขับถ่ายอึออกมาเป็นกากเพชรได้จริง และแม้แต่ผู้ผลิตบางรายเองก็ยังเคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าด้วยว่า รับประทานเข้าไปแล้วไม่เห็นว่าอึของตนเองจะเป็นกากเพชรตรงไหน

จึงสามารถสรุปได้ว่า แคปซูลอึกากเพชร ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการใดต่อสุขภาพในระดับที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดี และยังอาจมีความเสี่ยงถ้าหากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้มาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐานการรับรองจากหน่วยงานขององค์การอาหารและยา ดังนั้นเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดี ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และให้คุณค่าสารอาหารต่อร่างกายก็จะดีไม่น้อย

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา