ลูทีน (lutein)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 09/02/2021 . 3 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ลูทีนใช้สำหรับ

ลูทีน (lutein) เรียกกันว่าวิตามินแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) มีความเกี่ยวข้องกับเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ อาหารที่เต็มไปด้วยลูทีน มีทั้ง บล็อคโคลี่ ปวยเล้ง คะน้า ข้าวโพด พริกหยวก กีวี่ องุ่น น้ำส้มคั้น แตง และน้ำเต้า

หลายคนคิดถึงลูทีนในฐานะของ “วิตามินสำหรับดวงตา” ใช้เพื่อป้องกันโรคตารวมถึงโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ ต้อกระจก และโรคจอตามีสารสี (retinitis pigmentosa)

บางคนยังใช้มันเพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจอีกด้วย

การทำงานของลูทีน

ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับการทำงานของลูทีนที่มากพอ โปรดปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันว่าลูทีนคือหนึ่งในสองแคโรทีนอยด์หลัก ที่พบเป็นเม็ดสีในดวงตาของมนุษย์ (ในส่วนที่เรียกว่ามาคูลาและจอประสาทตา) คาดว่ามันทำหน้าที่เป็นตัวกรองแสง ปกป้องเนื้อเยื่อตาไม่ให้โดนแสงแดดทำร้าย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ลูทีน

ปรึกษากับแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากขณะที่คุณกำลังจะมีลูกหรือกำลังให้นมบุตร คุณควรจะใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมไปถึงยาที่คุณกำลังใช้อยู่ซึ่งสามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา
  • หากคุณมีอาการแพ้กับสารลูทีน ยาอื่นๆ หรือสมุนไพรอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรืออาการโรคอื่นใด
  • หากคุณมีอาการภูมิแพ้อื่นๆ เช่น แพ้อาหาร แพ้สีย้อม แพ้สารกันบูด หรือแพ้สัตว์

ข้อบังคับในการใช้อาหาเสริมนั้น มีเข้มงวดน้อยกว่าข้อบังคับในการใช้ยา ยังต้องการงานวิจัยอีกมากเพื่อบ่งชี้ความปลอดภัย ประโยชน์ของอาหารเสริมนี้จะต้องมีมากกว่าความเสี่ยงก่อนที่จะใช้งาน โปรดปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยของลูทีน

ลูทีนนั้นจะปลอดภัยหากรับประทานได้อย่างเหมาะสม การบริโภคลูทีน 6.9-11.7 มก. ต่อวัน ในฐานะส่วนหนึ่งของอาหารดูเหมือนจะปลอดภัย อาหารเสริมลูทีนสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในการศึกษาหลายชิ้น ในขนาด 15 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 2 ปี

ข้อควรระวังเป็นพิเศษและคำเตือน

การตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ลูทีนมีแนวโน้มว่าจะปลอดภัย เมื่อใช้ในปริมาณเท่ากับที่พบในอาหาร

ซิสติกไฟโบรซิส (Cystic fibrosis): คนที่เป็นโรคซิสติกไฟโบรซิส (โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้สารคัดหลั่งในร่างกายมีความเหนียวข้นปิดปกติ) อาจจะไม่สามารถดูดซึมแคโรทีนอยด์บางชนิดจากอาหารได้ดีเท่าไหร่นัก และมักจะมีระดับลูทีนในเลือดต่ำ ปริมาณที่ร่างกายสามารถดูดซับจากอาหารเสริมลูทีนนั้น อาจจะลดลงในผู้ที่ป่วยเป็นโรคซิสติกไฟโบรซิส

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาลูทีน

หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยาต่อลูทีน

ลูทีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ หรือต่ออาการโรคของคุณ ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนการใช้

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนใช้ยานี้

ขนาดปกติของการใช้ลูทีน

ขนาดตามการศึกษาวิจัย

รับประทาน

  • เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ: ลูทีน 6 มก. ต่อวัน ทั้งทางอาหารหรืออาหารเสริม ผู้ที่รับประทานลูทีนโดยเฉลี่ย 6.9 ถึง 11.7 มก. ต่อวัน ผ่านทางอาหารมีความเสี่ยงในการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุและโรคต้อกระจกน้อยที่สุด
  • สำหรับการลดอาการของโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ: อาหารเสริมลูทีน 10 มก. ต่อวัน
  • ผักเคลสุก 1 ถ้วย มีสารลูทีน 44 มก. ปวยเล้งสุก 1 ถ้วย มีสารลูทีน 26 มก. บล็อคโคลี่ 1 ถ้วย มีสารลูทีน 3 มก.

ขนาดของลูทีนอาจแตกต่างกันสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน ปริมาณที่คุณจะใช้นั้นขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และเงื่อนไขอื่นๆ อาหารเสริมนั้นไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป โปรดปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณที่เหมาะสม

รูปแบบของลูทีน

จุดเด่นและรูปแบบการใช้งานมีดังนี้

  • ซอฟท์เจล
  • แคปซูล
  • รูปแบบตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด เช่น บล็อคโคลี่ ปวยเล้ง เคล ข้าวโพด พริกหยวก กีวี่ องุ่น น้ำส้มคั้น แตง และพืชผักกลุ่มฟักทอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

Recommended for you

สูตรสมูทตี้ฟักทอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on 11/01/2021 . 3 mins read
ข้าวโพด-ประโยชน์-ข้อควรระวัง

ข้าวโพด ติดฟันนิดหน่อย แต่อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์เต็มฝัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on 25/11/2020 . 2 mins read