คลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาคลาริโธรมัยซินใช้สำหรับ

ยาคลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้ใช้ร่วมกับยาต้านแผลเปื่อย (anti-ulcer medications) เพื่อรักษาแผลที่กระเพาะอาหารบางชนิด และยังอาจใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้อีกด้วย ยาคลาริโธรมัยซินเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์ (macrolide antibiotic) ทำงานโดยการหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ยาปฏิชีวนะนี้ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับการติดเชื้อไวรัสได้ เช่น โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นหรือใช้ผิดวิธีอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้

วิธีการใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือทุกๆ 12 ชั่วโมง หากเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน อาจรับประทานพร้อมกับอาหารหรือนม

เขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้งานทุกครั้ง ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง ด้วยเครื่องมือหรือช้อนสำหรับตวงยา ไม่ควรใช้ช้อนธรรมดา เพราะอาจได้ขนาดยาไม่ถูกต้อง

ยาปฏิชีวนะจะทำงานได้ดีที่สุด หากมีปริมาณของยาในร่างกายอยู่ในระดับที่คงที่ ดังนั้น จึงควรรับประทานยาโดยเว้นระยะเวลาที่เท่ากัน เพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็ก ขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวด้วย

หากคุณใช้ยานี้เพื่อรักษาการติดเชื้อ ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไปภายในไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้การติดเชื้อกำเริบได้ หากอาหารของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

หากคุณใช้ยานี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ควรใช้ยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าหยุดใช้ยาโดยที่แพทย์ไม่ยินยอม หากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้หรือมีเหงื่อออกตอนกลางคืน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

การเก็บรักษายาคลาริโธรมัยซิน

ยาคลาริโธรมัยซินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสียหายหรือเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง

ยาคลาริโธรมัยซินบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาคลาริโธรมัยซินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

ก่อนใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนใช้ยาคลาริโธรมัยซิน มีดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยมีอาการผิดปกติ หรือแพ้ยานี้ รวมถึงโรคภูมิแพ้อื่นๆ ที่คุณเป็น เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเอง ควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุ ต่อประสิทธิภาพของยาคลาริโธรมัยซิน ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน และยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้ยาคลาริโธรมัยซิน เพื่อป้องกันและรักษาการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค (Mycobacterium avium complex) ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 20 เดือน

ผู้สูงอายุ

ปัจจุบัน ยังไม่มีงานวิจัยที่จะจำกัดประโยชน์ของยาคลาริโธรมัยซินในผู้สูงอายุ แต่ผู้ป่วยสูงอายุมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับไตอย่างรุนแรง และปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจต้องการความระมัดระวัง และมีการปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคลาริโธรมัยซินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาคลาริโธรมัยซิน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะร่วมกับปวดหน้าอก วิงเวียน หัวใจเต้นเร็วหรือรัว หายใจไม่อิ่ม หรือหมดสติ
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือมีเลือดปน
  • เป็นไข้ ต่อมบวม ปวดตัว มีอาการของไข้หวัดใหญ่
  • ผื่นผิวหนัง มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย รู้สึกเหน็บชา ปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง
  • สับสน อาเจียน เหงื่อออก น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • มีปัญหากับการได้ยิน
  • ปฏิกิริยาที่ผิวหนังอย่างรุนแรง ใบหน้าหรือลิ้นบวม แสบตา เจ็บผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีม่วงหรือแดงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะที่ใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก ร่วมกับเป็นไข้ เจ็บคอ

ยาคลาริโธรมัยซินยังอาจทำให้ตับมีปัญหารุนแรง หยุดใช้ยานี้และติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการของโรคตับดังต่อไปนี้

  • เป็นไข้ต่ำ คัน
  • คลื่นไส้ ปวดกระเพาะส่วนบน เบื่ออาหาร
  • ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว
  • ดีซ่าน (ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง)

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า มีดังนี้

  • ท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน ท้องร่วง
  • มีรสชาติที่ผิดปกติและไม่พึงประสงค์ภายในปาก
  • ฟันเปลี่ยนสี
  • ปวดศีรษะ
  • มีอาการคันหรือผดผื่นระดับเบา
  • มีอาการคันหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอด

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาคลาริโธรมัยซินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยาคลาริโธรมัยซินร่วมกับยาดังต่อไปนี้ หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้อยู่ แพทย์อาจไม่แนะนำให้ใช้ยาคลาริโธรมัยซิน หรือให้เปลี่ยนจากยาเหล่านี้ไปใช้ยาตัวอื่นแทน

  • อัลฟลูโซซิน (Alfuzosin) อะมิแฟมไพรดีน (Amifampridine) แอสเทมมีโซล (Astemizole) เบไพรดิล (Bepridil) ไซซาไพรด์ (Cisapride)
  • โคลไคซีน (Colchicine) คอนนิวาปแทน (Conivaptan) ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine) โดรเนดาโรน (Dronedarone)
  • เอเลทริปแทน (Eletriptan) เอลิกลูสแตต (Eliglustat) เอเพลเรโนน (Eplerenone) เออร์โกลอยด์ เอซิเลต (Ergoloid Mesylates) เออร์โกโนวีน (Ergonovine) เออร์โกทามีน (Ergotamine)
  • ฟลูโคนาโซล (Fluconazole) ไอวาบราดีน (Ivabradine) คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) โลมิทาไพด์ (Lomitapide) ดลวาสแตติน (Lovastatin) ลูราซิโดน (Lurasidone) มาราเวียร์ออค (Maraviroc) เมโซริดาซีน (Mesoridazine) เมทิลเลอร์โดโนวีน (Methylergonovine) เมทิลเซอร์ไกด์ (Methysergide)
  • นาโลเซกอล (Naloxegol) เนลฟินาเวียร์ (Nelfinavir) ไนโมดิพีน (Nimodipine) พิโมไซด์ (Pimozide) ไพเพอร์ราควีน (Piperaquine) โพซาโคนาโซล (Posaconazole)
  • ราโนลาซีน (Ranolazine) ซาควินาเวียร์ (Saquinavir) ซิโลโดซิน (Silodosin) ซิมวาสแตติน (Simvastatin) สปาร์ฟลอกแซซิน (Sparfloxacin)
  • เทอร์เฟนาดีน (Terfenadine) ไทโอริดาซีน (Thioridazine) ทอลวาปแทน (Tolvaptan) ซิพราซิโดน (Ziprasidone)

โดยปกติแล้ว แพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้ยาคลาริโธรมัยซินกับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ในบางกรณี หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาใดยาหนึ่งหรือทั้งสองชนิด

  • อะโดทราสตูซูแมบ เอมแทนซีน (Ado-Trastuzumab Emtansine) อะฟาทินิบ (Afatinib) อะจามาลีน (Ajmaline) อัลปราโซแลม (Alprazolam) อะมิโอดาโรน (Amiodarone) อะมิทริปทิลีน (Amitriptyline)
  • แอมโลดิพีน (Amlodipine) แอมโมบาบิทอล (Amobarbital) แอมพรีเวียร์ (Amprenavir) อะนากรีไลด์ (Anagrelide) อะพิซาแบน (Apixaban) อะโพมอร์ฟีน (Apomorphine) อะพรีพิแทน (Aprepitant) อะพรินดีน (Aprindine) อะโพรบาร์บิทอล (Aprobarbital) อะริพิพราโซล (Aripiprazole)
  • อาร์เซนิค ไทรออกไซด์ (Arsenic Trioxide) อาร์เทเมเทอร์ (Artemether) อะเซนาพีน (Asenapine) อะทาซานาเวียร์ (Atazanavir) อะโทรวาสแตติน (Atorvastatin) อะวานาฟิล (Avanafil) อะซิทินิบ (Axitinib) อะซิโทรมัยซิน (Azithromycin)
  • เบดาควิลีน (Bedaquiline) โบซูทินิบ (Bosutinib) เบรนทูซิแมบ เวโดทิน (Brentuximab Vedotin) เบรทิเลียม (Bretylium) บูเซเรลิน (Buserelin) บูทาบาร์บิทอล (Butabarbital) บูทาลบิทอล (Butalbital)
  • คาบาซิทาเซล (Cabazitaxel) คาโบซานทินิบ (Cabozantinib) คาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine) เซริทินิบ (Ceritinib) โคลโรควีน (Chloroquine) โคลโพรเมซีน (Chlorpromazine) ไซโลสตาซอล (Cilostazol) ไซโพรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) ไซทาโลแพรม (Citalopram)
  • โคลไมพรามีน (Clomipramine) โคลนาเซแพม (Clonazepam) โคลเซพีน (Clozapine) โคไบซิสแตต (Cobicistat) คริโซทินิบ (Crizotinib) ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine)
  • ดาบิกาทราน เอเทซิเลต (Dabigatran Etexilate) ดาบราเฟนิบ (Dabrafenib) ดาคลาทาสเวียร์ (Daclatasvir) ดาซาทินิบ (Dasatinib) เดลามาลิด (Delamanid) เดซิพรามีน (Desipramine) เดสโลเรลิน (Deslorelin) เดซาเมทาโซน (Dexamethasone) ไดจอกซิน (Digoxin)
  • ดิลไทอาเซม (Diltiazem) ไดโซพิราไมด์ (Disopyramide) โดเซทาเซล (Docetaxel) โดเฟทลไลด์ (Dofetilide) โดลาเซทรอน (Dolasetron) ดอมเพริโดน (Domperidone) โดเซพิน (Doxepin) โดโซรูไบซิน (Doxorubicin) โดโซรูไบซินไฮโดรคลอไรด์ไลโปโซม (Doxorubicin Hydrochloride Liposome) โดรเพริดอล (Droperidol) ดูทาสเทไรด์ (Dutasteride)
  • เอบาสทีน (Ebastine) เอฟาไวเรน (Efavirenz) เอนซาลูทาไมด์ (Enzalutamide) เอริบูลิน (Eribulin) เออร์โลทินิบ (Erlotinib) อิริโทมัยซิน (Erythromycin) เอสไซตาโลแพรม (Escitalopram) เอสลิคาร์เบซาพีน อะซิแตต (Eslicarbazepine Acetate) เอสทาโซแลม (Estazolam) เอสโซไพโคลน (Eszopiclone) เอทราไวรีน (Etravirine) เอเวโรไลมัส (Everolimus)
  • ฟาโมทิดีน (Famotidine) เฟลบาเมต (Felbamate) เฟโลดิพีน (Felodipine) เฟนทานิล (Fentanyl) ฟิงโกลิมอด (Fingolimod) เฟลคาอิไนด์ (Flecainide) ฟลูออกเซทีน (Fluoxetine) ฟลูทิคาโซล (Fluticasone) ฟอร์โมเทรอล (Formoterol) ฟอสคาร์เน็ต (Foscarnet) ฟอสเฟนีโทอิน (Fosphenytoin)
  • กาแลนทามีน (Galantamine) กาทิฟลอกเซซิน (Gatifloxacin) เจมิฟลอกซาซิน (Gemifloxacin) โกนาโดเรลิน (Gonadorelin) โกเซเรลิน (Goserelin) แกรนิเซโทรน (Granisetron)
  • ฮาโลแฟนทรีน (Halofantrine) ฮาโลเพริดอล (Haloperidol) ฮาโลเทน (Halothane) ฮิสเทรลีน (Histrelin) ไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) ไฮโดรควินิดีน (Hydroquinidine)
  • ไอบรูทินิบ (Ibrutinib) ไอบูทิไลด์ (Ibutilide) ไอเดลาลิซิบ (Idelalisib) ไอฟอสฟาไมด์ (Ifosfamide) ไอโลเพริโดน (Iloperidone) อิมิพรามีน (Imipramine) อิโซฟลูเรน (Isoflurane) อิสราดิพีน (Isradipine) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) ไอวาคาฟทอร์ (Ivacaftor) ไอเซเบไพโลน (Ixabepilone)
  • ลาพาทินิบ (Lapatinib) เลโทรโซล (Letrozole) เลยูโพรไลด์ (Leuprolide) เลโวฟลอกเซซิน (Levofloxacin) เลโวลมิลนาไซพราน (Levomilnacipran) โลพินาเวียร์ (Lopinavir) ลอร์คาอิไนด์ (Lorcainide) โลซาร์แทน (Losartan) ลูเมแฟนทรีน (Lumefantrine)
  • มาซิเทนแทน (Macitentan) เมโฟลควิน (Mefloquine) เมโฟบาร์บิทอล (Mephobarbital) เมทาโทน (Methadone) เมโทเฮซิทอล (Methohexital) เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ไมโครสเฟียร์ (Microsphere) มิดาโซแลม (Midazolam) มิเฟพริสโทน (Mifepristone)
  • มิโทเทน (Mitotane) มิโซลาทีน (Mizolastine) โมดาฟินิล (Modafinil) มอร์ฟีน (Morphine) มอร์ฟีนซัลเฟตไลโมโซม (Morphine Sulfate Liposome) โมซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin)
  • นาราเซเรลิน (Nafarelin) นาฟซลิลิน (Nafcillin) ไนคาร์ดิพีน (Nicardipine) ไนเฟดิพีน (Nifedipine) ไนโลทินิบ (Nilotinib) นินเทดานิบ Nintedanib) ไนโซลดิพีน (Nisoldipine) นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin) นอร์ทริปทิลีน (Nortriptyline)
  • ออกเทรโอไทด์ (Octreotide) โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin) โอแลนซาพีน (Olanzapine) ออนแดนเซโทรน (Ondansetron) ออสเพมิเฟน (Ospemifene) ออหคาร์เบเซพีน (Oxcarbazepine) ออกซิโคโดน (Oxycodone)
  • พาลิเพริโดน (Paliperidone) พาโรซอกทีน (Paroxetine) พาซิเรโอไทด์ (Pasireotide) พาโซพานิบ (Pazopanib) เพนทามิดีน (Pentamidine) เพนโทบาร์บิทอล (Pentobarbital) เพแรมพาเนล (Perampanel) เพอร์ฟลูเทรนลิปิด (Perflutren Lipid)
  • เพอร์เฟนาซีน (Perphenazine) เฟโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) เฟนนีโทอิน (Phenytoin) ไพรมิโดน (Primidone) โพรบูคอล (Probucol) โพรคาอินาไมด์ (Procainamide) โพรคลอร์เพราซีน (Prochlorperazine) โพรเมทาซีน (Promethazine) โพรพาเฟโนน (Propafenone) โพรทริปทิลีน (Protriptyline)
  • กัวไทอาพีน (Quetiapine) ควินิดีน (Quinidine) ควินีน (Quinine) เรโกราเฟนิบ (Regorafenib) เรทาพามูลิน (Retapamulin) ไรฟาบูติน (Rifabutin) ไรฟาเพนทีน (Rifapentine) ริลพิไวรีน (Rilpivirine) ริสเพริโดน (Risperidone) ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) โรฟลูมิลาส (Roflumilast) โรมิเดปซิน (Romidepsin) รูซอลทินิบ (Ruxolitinib)
  • ซาลาเมเทรอล (Salmeterol) เซโคบาร์บิทอล (Secobarbital) เซอร์ทินดอล (Sertindole) เซโวฟลูเรน (Sevoflurane) ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ซิลทูซิแมบ (Siltuximab) ซิเมพรีเวียร์ (Simeprevir) ซิโรลิมัส (Sirolimus) โซเดียมซัลเฟต (Sodium Phosphate)
  • โซเดียมฟอสเฟตไดเบสิค (Sodium Phosphate Dibasic) โซเดียมฟอสเฟตโมโนเบสิค (Sodium Phosphate Monobasic) โซลิเฟนาซิน (Solifenacin) โซราเฟนิบ (Sorafenib) โซทาลอล (Sotalol) สไปรามัยซิน (Spiramycin) ซูลฟาเมโทซาโซล (Sulfamethoxazole) ซูนิทินิบ (Sunitinib) ซูโวเรแซน (Suvorexant)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์น (St John’s Wort)
  • ทาโครลิมัส (Tacrolimus) ทาดาลาฟิล (Tadalafil) ทาโมซิเฟน (Tamoxifen) แทมซูโลซิน (Tamsulosin) เทลาพรีเวียร์ (Telaprevir) เทลาแวนซิน (Telavancin) เทลิโทรมัยซิน (Telithromycin) เทมซิโรลิมัส (Temsirolimus) เททราเบนาซีน (Tetrabenazine)
  • ไทโอเพนทาล (Thiopental) ไทกาเกรลอร์ (Ticagrelor) ไทซานิดีน (Tizanidine) ทอลเทโรดีน (Tolterodine) โทโพเทแคน (Topotecan) โทเรมิฟีน (Toremifene) ทราเบคเทดีน (Trabectedin)
  • ทรามาดอล (Tramadol) ทราโซโดน (Trazodone) ไทรอาโซแลม (Triazolam) ไทรเมโทพริม (Trimethoprim) ทริไมพรามีน (Trimipramine) ทริปโทเรลิน (Triptorelin)
  • แวนเดทานิบ (Vandetanib) วาร์เดนาฟิล (Vardenafil) เวมูราเฟนิบ (Vemurafenib) เวทลาฟาซีน (Venlafaxine) เวราพามิล (Verapamil) ไวแลนเทรรอล (Vilanterol) ไวลาโซโดน (Vilazodone) วินบลาสทีน (Vinblastine) วินคริสทีน (Vincristine)
  • วินคริสทีนซัลเฟตไลโปโซม (Vincristine Sulfate Liposome) วินฟลูนีน (Vinflunine) ไวโนเรบีน (Vinorelbine) โวราพาซาร์ (Vorapaxar) โวริโคนาโซล (Voriconazole) โวริโนสแตต (Vorinostat) วาฟารืน (Warfarin)
  • เซลพลอน (Zaleplon) ซิโดวูดีน (Zidovudine) ซิเลยูทอน (Zileuton) โซลพิเดม (Zolpidem)

การใช้ยานี้กับยาดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่การใช้ยาทั้งสองชนิดร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยา หนึ่งหรือทั้งสองชนิด

  • อะเซโนคูมารอล (Acenocoumarol) อัลเฟนทานิล (Alfentanil) โบรโมคริปทีน (Bromocriptine) คอนจูกาเทตเอสโทรเจน (Conjugated Estrogens) ไซคลอสโพรีน (Cyclosporine)
  • ดารุนาเวียร์ (Darunavir) เดลาเวียร์ดีน (Delavirdine) ไดอาเซแพม (Diazepam) เอสเทอริฟิลเอสโทรเจน (Esterified Estrogens) เอสทราดอล (Estradiol) เอสไทรดอล (Estriol) เอสโทรล (Estrone) เอสโทรไพเพต (Estropipate) เอทินิลเอสทราดอล (Ethinyl Estradiol)
  • ไกลพิไซด์ (Glipizide) ไกลบูไรด์ (Glyburide) เฮโซบาร์บิทอล (Hexobarbital) อินดินาเวียร์ (Indinavir) ไลน์โซลิด (Linezolid) เมทิลเพรดนิโซโลน (Methylprednisolone) เนไวราพีน (Nevirapine)
  • พราวาสแตติน (Pravastatin) เพรดนิโซน (Prednisone) ราซาจิลีน (Repaglinide) ไรแฟมพิน (Rifampin) ไรวาโรซาแบน (Rivaroxaban) ไทพรานาเวียร์ (Tipranavir)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาคลาริโธรมัยซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาคลาริโธรมัยซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • เคยมีภาวะน้ำดีคั่ง (Cholestatic jaundice)
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ เช่น QT prolongation โรคตอร์ซาดเดอปวงต์ (Torsades de Pointes) ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ (ventricular arrhythmia)
  • การทำงานของไตลดลง
  • เคยเป็นโรคพอร์ฟิเรีย (Porphyria) ไม่ควรใช้ยาคลาริโธรมัยซินร่วมกับแรนิทิดีนบิสมัทไซเตรต (ranitidine bismuth citrate) ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • ท้องร่วง
  • โรคหัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการแย่ลงได้
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) และไม่ได้รับการรักษา
  • ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (Hypomagnesemia) และไม่ได้รับการรักษา ควรรับการรักษาก่อนเริ่มต้นใช้ยา
  • โรคไต
  • เคยเป็นโรคตับ
  • โรคตับ ไม่ควรใช้ยาคลาริโธรมัยซินร่วมกับโคลชิซิน (colchicine) ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • โรคไตรุนแรง ควรใช้อย่างระมัดระวัง ผลของยาอาจเพิ่มขึ้นเพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนการใช้ยานี้

ขนาดยาคลาริโธรมัยซินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) หรือคออักเสบ (Pharyngitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ยาออกฤทธิ์นาน : 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ (Bronchitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที :

  • เนื่องจากเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนซา (H influenzae) : 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน
  • เนื่องจากเชื้อฮีโมฟิลุส พาราอินฟลูเอนเซ (H parainfluenzae) : 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน
  • เนื่องจากเชื้อมอเรกซ์เซลลา คาทาร์ฮาลิส (M catarrhalis) หรือเชื้อสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนีย (S pneumoniae) : 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ยาออกฤทธิ์นาน : 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวม (Pneumonia)

ยาออกฤทธิ์ทันที :

  • เนื่องจากเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนซา : 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน
  • เนื่องจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียหรือเชื้อคลามายโดฟิลา นิวโมเนีย (Chlamydophila pneumoniae) : 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ยาออกฤทธิ์นาน : 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวมจากเชื้อมัยโคพลาสมา (Mycoplasma Pneumonia)

  • ยาออกฤทธิ์ทันที : 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน
  • ยาออกฤทธิ์นาน : 1000 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังและโครงสร้างผิว

ยาออกฤทธิ์ทันที: 250 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ขนาดยาคลาริโธรมัยซินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) หรือคออักเสบ (Pharyngitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 6 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก. ทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 6 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก. ทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคปอดบวมจากเชื้อมัยโคพลาสมา (Mycoplasma Pneumonia)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 6 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก.ทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคปอดบวม (Pneumonia)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 6 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก. ทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 6 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก. ทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังและโครงสร้างผิว

ยาออกฤทธิ์ทันที : 6 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก. ทุกๆ 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค (Mycobacterium avium-intracellulare)

ยาออกฤทธิ์ทันที : 20 เดือนขึ้นไป รับประทานยา 7.5 มก./กก. วันละสองครั้ง

ขนาดยาสูงสุด : 500 มก./ครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 250 มก. 500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการใช้ยาเกินขนาดมีดังต่อไปนี้

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox)

ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox) อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 20, 2019

โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin)

โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน ทำงานโดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 14, 2019

มอกซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin)

มอกซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน ทำงานโดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 13, 2019

มิโนไซคลีน (Minocycline)

มิโนไซคลีน (Minocycline) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อต่างๆ อาจใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาอาการสิวที่รุนแรง ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 11, 2019

Recommended for you

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on กุมภาพันธ์ 6, 2020
ไมโคพลาสมา (Mycoplasma) เชื้อโรคร้ายที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในเด็ก

ไมโคพลาสมา (Mycoplasma) เชื้อโรคร้ายที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในเด็ก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Published on มกราคม 7, 2020
อ็อกเมนติน® (Augmentin®)

อ็อกเมนติน® (Augmentin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on ธันวาคม 1, 2019
ไมโซพรอสทอล (Misoprostol)

ไมโซพรอสทอล (Misoprostol)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on พฤศจิกายน 21, 2019