ซิงค์ซัลเฟต (Zinc Sulfate)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ซิงค์ซัลเฟต ใช้สำหรับ

สังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาและสุขภาพของเนื้อเยื่อของร่างกาย

ซิงค์ซัลเฟต (Zinc sulfate) ใช้เพื่อรักษาและป้องกันภาวะขาดสังกะสี (zinc deficiency)

ซิงค์ซัลเฟตยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากคู่มือการใช้ยาได้อีกด้วย

วิธีใช้ยาซิงค์ซัลเฟต

ใช้ยาตามที่กำหนดบนฉลากยา หรือตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

รับประทานยาซิงค์ซัลเฟตพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว

รับประทานยาซิงค์ซัลเฟตพร้อมกับอาหาร หากคุณมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน

การเก็บรักษายาซิงค์ซัลเฟต

ยาซิงค์ซัลเฟตควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิงค์ซัลเฟตบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาซิงค์ซัลเฟตลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิงค์ซัลเฟต

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาซิงค์ซัลเฟต หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ พร้อมกับการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูง เนื่องจากอาจทำให้ร่างงกายดูดซึมยาซิงค์ซัลเฟตได้ยากขึ้น อาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูงได้แก่ นม ชีส โยเกิร์ต ถั่วฝักหรือถั่วฝักเมล็ดกลมแบบแห้ง (dried beans or peas) ถั่วเมล็ดแบน (lentils) ถั่วเปลือกแข็ง (nuts) เนยถั่ว เบียร์ น้ำอัดลมโคล่า และโกโก้ร้อน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคาร์ทีโอลอลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องไส้ปั่นป่วน

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซิงค์ซัลเฟตอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิงค์ซัลเฟตอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซิงค์ซัลเฟตอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งสภาวะโรคของคุณให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซิงค์ซัลเฟตสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อเป็นอาหารเสริม

ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน (Recommended Dietary Allowance) (RDA) ของธาตุสังกะสีมีดังนี้

อายุ 19 ปีขึ้นไป

  • เพศชาย : 11 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • เพศหญิง : 9 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ : 11 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)
  • ผู้ที่ให้นมบุตร : 12 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)

ยาซิงค์ซัลเฟตแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

  • ผู้ใหญ่ที่มีกระบวนการเผาผลาญคงที่รับสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ (TPN) : สังกะสี 2.5 ถึง 4 มก./วัน
  • ผู้ที่มีภาวะหยุดการสลายสารอาหารเฉียบพลัน (Acute catabolic states) รับสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ : แนะนำให้เพิ่มสังกะสี 2 มก. ต่อวัน
  • ผู้ใหญ่ที่มีเสถียรภาพที่สูญเสียน้ำจากลำไส้เล็ก : แนะนำให้เพิ่มสังกะสี 12.2 มก./ลิตรของปริมาณน้ำในลำไส้เล็กที่สูญเสียไป หรือเพิ่มสังกะสี 17.1 มก./กก. ของอุจจาระหรือของเสียที่ได้จากการผ่าตัดลำไส้เล็กเปิดทางหน้าท้อง (ileostomy)

ขนาดยาซิงค์ซัลเฟตสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อเป็นอาหารเสริม

ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันของธาตุสังกะสีมีดังนี้

อายุ 0 ถึง 6 เดือน

  • เพศชาย : 2 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 4 มก.)
  • เพศหญิง : 2 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 4 มก.)

อายุ 7 ถึง 12 เดือน

  • เพศชาย : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 5 มก.)
  • เพศหญิง : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 5 มก.)

อายุ 1 ถึง 3 ปี

  • เพศชาย : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 7 มก.)
  • เพศหญิง : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 7 มก.)

อายุ 4 ถึง 8 ปี

  • เพศชาย : 5 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 12 มก.)
  • เพศหญิง : 5 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 12 มก.)

อายุ 9 ถึง 13 ปี

  • เพศชาย : 8 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 23 มก.)
  • เพศหญิง : 8 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 23 มก.)

อายุ 14 ถึง 18 ปี

  • เพศชาย : 11 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • เพศหญิง : 9 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ : 12 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)
  • ผู้ที่ให้นมบุตร : 13 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)

ยาซิงค์ซัลเฟตแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

  • ทารกครบกำหนดคลอดและเด็กที่อายุไม่เกิน 5 ปี : แนะนำขนาดยาสังกะสี 100 ไมโครกรัม/กก./วัน
  • ทารกคลอดก่อนกำหนด (น้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 1500 กรัม) น้ำหนักตัวไม่เกิน 3 กก. :แนะนำขนาดยาสังกะสี 300 ไมโครกรัม/กก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล