ซิงค์ซัลเฟต (Zinc Sulfate)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ข้อบ่งใช้

ซิงค์ซัลเฟต ใช้สำหรับ

สังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาและสุขภาพของเนื้อเยื่อของร่างกาย

ซิงค์ซัลเฟต (Zinc sulfate) ใช้เพื่อรักษาและป้องกันภาวะขาดสังกะสี (zinc deficiency)

ซิงค์ซัลเฟตยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากคู่มือการใช้ยาได้อีกด้วย

วิธีใช้ยาซิงค์ซัลเฟต

ใช้ยาตามที่กำหนดบนฉลากยา หรือตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

รับประทานยาซิงค์ซัลเฟตพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว

รับประทานยาซิงค์ซัลเฟตพร้อมกับอาหาร หากคุณมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน

การเก็บรักษายาซิงค์ซัลเฟต

ยาซิงค์ซัลเฟตควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิงค์ซัลเฟตบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาซิงค์ซัลเฟตลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิงค์ซัลเฟต

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาซิงค์ซัลเฟต หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ พร้อมกับการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูง เนื่องจากอาจทำให้ร่างงกายดูดซึมยาซิงค์ซัลเฟตได้ยากขึ้น อาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูงได้แก่ นม ชีส โยเกิร์ต ถั่วฝักหรือถั่วฝักเมล็ดกลมแบบแห้ง (dried beans or peas) ถั่วเมล็ดแบน (lentils) ถั่วเปลือกแข็ง (nuts) เนยถั่ว เบียร์ น้ำอัดลมโคล่า และโกโก้ร้อน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคาร์ทีโอลอลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องไส้ปั่นป่วน

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซิงค์ซัลเฟตอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิงค์ซัลเฟตอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซิงค์ซัลเฟตอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งสภาวะโรคของคุณให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซิงค์ซัลเฟตสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อเป็นอาหารเสริม

ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน (Recommended Dietary Allowance) (RDA) ของธาตุสังกะสีมีดังนี้

อายุ 19 ปีขึ้นไป

  • เพศชาย : 11 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • เพศหญิง : 9 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ : 11 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)
  • ผู้ที่ให้นมบุตร : 12 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)

ยาซิงค์ซัลเฟตแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

  • ผู้ใหญ่ที่มีกระบวนการเผาผลาญคงที่รับสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ (TPN) : สังกะสี 2.5 ถึง 4 มก./วัน
  • ผู้ที่มีภาวะหยุดการสลายสารอาหารเฉียบพลัน (Acute catabolic states) รับสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ : แนะนำให้เพิ่มสังกะสี 2 มก. ต่อวัน
  • ผู้ใหญ่ที่มีเสถียรภาพที่สูญเสียน้ำจากลำไส้เล็ก : แนะนำให้เพิ่มสังกะสี 12.2 มก./ลิตรของปริมาณน้ำในลำไส้เล็กที่สูญเสียไป หรือเพิ่มสังกะสี 17.1 มก./กก. ของอุจจาระหรือของเสียที่ได้จากการผ่าตัดลำไส้เล็กเปิดทางหน้าท้อง (ileostomy)

ขนาดยาซิงค์ซัลเฟตสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อเป็นอาหารเสริม

ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันของธาตุสังกะสีมีดังนี้

อายุ 0 ถึง 6 เดือน

  • เพศชาย : 2 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 4 มก.)
  • เพศหญิง : 2 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 4 มก.)

อายุ 7 ถึง 12 เดือน

  • เพศชาย : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 5 มก.)
  • เพศหญิง : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 5 มก.)

อายุ 1 ถึง 3 ปี

  • เพศชาย : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 7 มก.)
  • เพศหญิง : 3 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 7 มก.)

อายุ 4 ถึง 8 ปี

  • เพศชาย : 5 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 12 มก.)
  • เพศหญิง : 5 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 12 มก.)

อายุ 9 ถึง 13 ปี

  • เพศชาย : 8 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 23 มก.)
  • เพศหญิง : 8 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 23 มก.)

อายุ 14 ถึง 18 ปี

  • เพศชาย : 11 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • เพศหญิง : 9 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 34 มก.)
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ : 12 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)
  • ผู้ที่ให้นมบุตร : 13 มก. (ปริมาณสุงสุดที่สามารถบริโภคได้ในแต่ละวัน 40 มก.)

ยาซิงค์ซัลเฟตแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

  • ทารกครบกำหนดคลอดและเด็กที่อายุไม่เกิน 5 ปี : แนะนำขนาดยาสังกะสี 100 ไมโครกรัม/กก./วัน
  • ทารกคลอดก่อนกำหนด (น้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 1500 กรัม) น้ำหนักตัวไม่เกิน 3 กก. :แนะนำขนาดยาสังกะสี 300 ไมโครกรัม/กก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา