ซิตากลิปติน (Sitagliptin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา ซิตากลิปติน ใช้สำหรับ

ยา ซิตากลิปติน (sitagliptin) ใช้ร่วมกับโปรเเกรมการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร รวมถึงอาจใช้ร่วมกับยาอื่นๆ เพื่อควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ยา ซิตากลิปติน นี้ใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 การควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับไต ตามองไม่เห็น ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท การสูญเสียเเขนขาหรือปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ การควบคุมเบาหวานอย่างเหมาะสม อาจช่วยลดความเสี่ยงหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง

ซิตากลิปตินเป็นยารักษาเบาหวาน ที่ทำงานด้วยการเพิ่มระดับของสารที่เรียกว่า อินคริติน (incretin) อินคริตินช่วยควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงด้วยการเพิ่มการปล่อยสารอินซูลิน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร อินคริตินยังลดจำนวนน้ำตาลที่ตับผลิตอีกด้วย

วิธีใช้ยาซิตากลิปติน

รับประทานยาร่วมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์สั่ง โดยทั่วไป คือ วันละครั้ง

ปริมาณยาขึ้นอยู่กับอาการ การทำงานของไต การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นๆ ที่คุณรับประทานอยู่ เพื่อผลในการรักษาที่ดีที่สุด ให้รับประทานยานี้สม่ำเสมอ และเพื่อให้จำง่ายขึ้น

คุณควรรับประทานยานี้ในเวลาเดิมทุกวัน โปรดทำตามเเผนการรักษาด้วยยาอย่างระมัดระวัง รวมถึงแผนการรับประทานอาหารและโปรเเกรมการออกกำลังกายตามที่เเพทย์เเนะนำ

วัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอตามที่เเพทย์สั่ง ติดตามผลเเละเเจ้งให้เเพทย์ทราบ รวมถึงเเจ้งให้เเพทย์ทราบหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป เพราะอาจต้องเปลี่ยนปริมาณยาหรือวิธีการรักษาของคุณ

การเก็บรักษายาซิตากลิปติน

ยาซิตากลิปตินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิตากลิปตินบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาซิตากลิปตินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังเเละคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิตากลิปติน

ก่อนรับประทานยาแซกซ่ากลิปติน โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณแพ้ต่อยานี้หรือส่วมผสมอื่นๆ ของยานี้ หรือคุณแพ้ต่อยาอื่น หรือเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีผสมไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพ้ได้

ก่อนรับประทานยานี้ ควรแจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์ หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะ

คุณอาจมีอาการตาพร่ามัว วิงเวียน หรือเซื่องซึม เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกินไป อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือ ทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง หรือต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณจะสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

งดดื่มปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ใช้ยานี้ เพราะสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะยากขึ้น เมื่อร่างกายของคุณเครียด เช่น เกิดจากไข้ การติดเชื้อ การบาดเจ็บ การผ่าตัด โปรดปรึกษาแพทย์ เนื่องจากคุณจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการรักษา ยา หรือการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ก่อนการผ่าตัด โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ

ในช่วงตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาเเพทย์ก่อนใช้ยานี้เพื่อจัดการกับระดับน้ำตาลระหว่างตั้งครรภ์ เเพทย์อาจเปลี่ยนการรักษาเบาหวานในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ สอบถามความเสี่ยงเเละข้อดีของการรักษาเเต่ละประเภท เช่น การควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย ยาอื่นๆ รวมถึงอินซูลิน

ยานี้อาจซึมเข้าไปในน้ำนมเเละมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารกที่ดูดนมมารดา ดังนั้น จึงไม่ควรให้นมบุตรระหว่างที่รับประทานยานี้ในระยะยาวเเละในปริมาณมาก ปรึกษาเเพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาซิตากลิปตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาซิตากลิปติน

เเม้ว่าโดยปกติเเล้วยาซิตากลิปตินจะไม่ได้ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง (น้ำตาลพร่องในเลือด) แต่น้ำตาลในเลือดอาจลดลงได้หากเเพทย์จ่ายยานี้ร่วมกับยารักษาเบาหวานตัวอื่น ปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรหากจำเป็นต้องลดปริมาณยารักษาเบาหวานตัวอื่นลง

สัญญาณและอาการของน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น เหงื่อออกฉับพลัน หัวใจเต้นเร็ว หิว ตาพร่ามัว วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นเหน็บที่มือและเท้า ทางที่ดีคุณควรพกเม็ดหรือเจลกลูโคสติดตัวเสมอ เผื่อจำเป็นต้องใช้เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำ

แต่หากคุณไม่มีน้ำตาลกลูโคสในรูปแบบที่น่าเชื่อถือได้เหล่านี้ ให้รีบเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการรับประทานน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ลูกอม น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมที่ไม่ใช่แบบไม่มีน้ำตาล

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีเกี่ยวกับปฏิกิริยาและการใช้ยาตัวนี้ โอกาสในการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีมากขึ้น หากคุณดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ออกกำลังกายหนักผิดปกติ หรือได้รับแคลอรี่จากอาหารไม่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรรับประทานอาหารเป็นประจำ และอย่าข้ามมื้ออาหาร โปรดปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางการปฏิบัติ หากคุณพลาดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งไป

หากมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญญาณและอาการ คือ กระหายน้ำ ปัสสาวะเพิ่มขึ้น สับสน เซื่องซึม หน้าแดง หายใจเร็ว และมีกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้ หากคุณมีอาการเหล่านี้โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบทันที เพราะอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนยาที่ใช้ในการรักษาเบาหวาน

เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากคุณมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงที่รุนเเรง ได้เเก่ สัญญาณของปัญหาโรคไต (เช่น การเปลี่ยนเเปลงของปริมาณปัสสาวะ) ปวดข้อต่อ แผลพุพองผิดปกติ สัญญาณของโรคหัวใจล้มเหลว (เช่น หายใจถี่ ข้อเท้าหรือเท้าบวม เหนื่อยล้าผิดปกติ น้ำหนักขึ้นผิดปกติหรือฉับพลัน)

โปรดเข้ารับการรักษาโดยด่วนหากมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงที่รุนเเรงมาก ได้เเก่ สัญญาณของตับอ่อนอักเสบ เช่น คลื่นไส้อาเจียนเป็นระยะเวลานาน เบื่ออาหาร ปวดท้อง เเสบที่กระเพาะอาหาร หรือปวดหลัง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อไปนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรง เช่น เวียนศีรษะรุนแรง หายใจติดขัดผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) น้ำยาหยอดตารักษาโรคต้อกระจก เช่น ทิโมลอล (timolol) อาจป้องกันอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัว ที่คุณมักจะรู้สึกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไป (hypoglycemia) ได้ อาการอื่นๆของน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น วิงเวียนศีรษะ หิว หรือเหงื่อออก นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากยาเหล่านี้

มียาจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่อภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง และทำให้ควบคุมภาวะนี้ได้ยาก ฉะนั้นก่อนเริ่มหรือหยุดใช้ยาตัวใด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงผลกระทบของยาต่อระดับน้ำตาลในเลือดก่อนเสมอ ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณเป็นประจำตามที่กำหนด และแจ้งผลให้แพทย์ทราบด้วย

แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ เนื่องจากอาจต้องปรับเปลี่ยนยารักษาโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารของคุณ

ยาซิตากลิปตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์

ยาซิตากลิปตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ซิตากลิปตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซิตากลิปตินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ปริมาณยาโดยทั่วไป : 100 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ : เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยาที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน เช่น ซัลโฟนิลยูเรีย อินซูลิน อาจจำเป็นต้องใช้ปริมาณยาที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนลดลง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำตาลพร่องในเลือด

วิธีใช้ : ในคลินิกหลายแห่งใช้ยานี้เป็นยาเสริมอาหารและออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

การปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

โรคไตชนิดไม่รุนเเรง (อัตราการกรองไต 45 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร) : ไม่มีการแนะนำให้ปรับปริมาณยา

โรคไตขั้นปานกลาง (อัตราการกรองไต 30 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตรถึงต่ำกว่า 45 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร) : 50 มิลลิกรัมต่อวัน

โรคไตขั้นรุนเเรง (อัตราการกรองไตต่ำกว่า 30 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร) : 25 มิลลิกรัมต่อวัน

การปรับปริมาณยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

โรคตับชนิดไม่รุนเเรงหรือขั้นปานกลาง : ไม่มีการเเนะนำให้ปรับปริมาณยา

โรคไตขั้นรุนเเรง : ใช้ความระมัดระวัง ไม่มีข้อมูลการปรับปริมาณยา

การฟอกเลือด

ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม : 25 มิลลิกรัมต่อวัน

ฟอกเลือดทางช่องท้อง : 25 มิลลิกรัมต่อวัน

  • อาจให้ยาโดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลาที่ใช้ในการฟอกเลือด

คำเเนะนำอื่นๆ

คำเเนะนำในการใช้

  • รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือไม่ก็ได้
  • หากลืมรับประทานยา ควรรับประทานยาทันทีที่นึกออก ไม่ควรรับประทานยาเกินขนาดที่กำหนดต่อวัน

ทั่วไป

  • อาจใช้ยานี้เพียงชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เป็นผู้ใหญ่เเล้ว
  • ไม่เเนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 หรือผู้ที่มีภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนจากเบาหวาน (diabetic ketoacidosis) รับประทานยาชนิดนี้ เนื่องจากยาจะไม่ออกฤทธิ์ในภาวะดังกล่าว
  • ยังไม่มีการศึกษาวิจัยในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ จึงไม่อาจทราบได้ว่า ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นตับอ่อนอักเสบรุนเเรงขึ้นหรือไม่

การเฝ้าสังเกต

  • เฝ้าสังเกตสัญญาณหรืออาการตับอ่อนอักเสบ
  • เฝ้าสังเกตการควบคุมน้ำตาล
  • เข้ารับการตรวจการทำงานพื้นฐานของไต เเละเฝ้าสังเกตเป็นระยะระหว่างการรักษา ผู้ป่วยที่มีอายุมากควรได้รับการตรวจเป็นประจำ

คำเเนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • เเนะนำให้ผู้ป่วยเเจ้งสัญญาณหรืออาการของตับอ่อนอักเสบ หากปวดท้องอย่างรุนเเรงเเละเป็นเวลานาน โปรดเข้ารับการรักษาโดยด่วน
  • คุณอาจเเพ้อย่างรุนเเรง ถ้าอาการแพ้เกิดขึ้น โปรดเข้ารับการรักษาาโดยด่วน
  • โดยปกติเเล้วภาวะน้ำตาลพร่องในเลือดอาจเกิดขึ้น เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับอินซูลินหรือซัลโฟนิลยูเรีย
  • ผู้ป่วยควรเข้าใจความสำคัญของการทำตามคำเเนะนำเรื่องการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ในช่วงที่ร่างกายเกิดความตึงเครียด เช่น เป็นไข้ บาดเจ็บ ติดเชื้อหรือเข้ารับการผ่าตัด อาจมีการปรับวิธีการรักษาเบาหวาน ผู้ป่วยควรได้รับการเเนะนำให้ปรึกษาเเพทย์
  • แนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อผู้ให้บริการด้านสุขภาพหากเจ็บข้อต่ออย่างรุนเเรงเเละเป็นระยะเวลานาน หรือหากมีสัญญาณหรืออาการหัวใจวาย

ขนาดยาซิตากลิปตินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการจัดขนาดยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ดังนั้น การใช้ยาซิตากลิปตินอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทำความเข้าใจตัวยาก่อนการใช้งาน

รูปแบบของยา

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และอาหารแนะนำ สำหรับผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน

อาหาร ที่ควรหลีกเลี่ยง และอาหารที่แนะนำ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน มีดังต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

ไดอะซอกไซด์ (Diazoxide)

ไดอะซอกไซด์ (Diazoxide) ใช้เพื่อรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำงานโดยการป้องกันการปล่อยสารอินซูลินจากตับอ่อน ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาสู่ระดับปกติ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ไกลเมพิไรด์ (Glimepiride)

ไกลเมพิไรด์ (Glimepiride) ใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และโปรแกรมการออกกำลังกาย เพื่อควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

เมทฟอร์มิน (Metformin)

เมทฟอร์มิน (Metformin) ใช้ร่วมกับการกินอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย และอาจใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

น้ำตาลในเลือดต่ำ-โมโหหิว

น้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้ โมโหหิว ได้จริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 6, 2019
คลอร์โพรพาไมด์-chlorpropamide

คลอร์โพรพาไมด์ (Chlorpropamide)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 27, 2019
ไกลบูไรด์-glyburide

ไกลบูไรด์ (Glyburide)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 27, 2019
แซกซ่ากลิปติน (Saxagliptin)

แซกซ่ากลิปติน (Saxagliptin)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 19, 2019