ซีร์เทค® (Zyrtec®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ข้อบ่งใช้

ซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน) ใช้สำหรับ

ซีร์เทค® หรือเซอร์เทค® (Zyrtec®) เป็นยาในกลุ่มยาต้านฮีสตามีน (Antihistamines) ประกอบด้วยตัวยาเซทิริซีน (Cetirizine) ทำงานโดยการยับยั้งการทำงานของฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารในร่างกายที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

ยานี้ใช้เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวของโรคไข้ละอองฟาง (hay fever) ซึ่งเป็นอาการแพ้ต่อละอองเกสร ฝุ่นละออง หรือสารอื่นๆ ในอากาศ และอาการแพ้ต่อสารอื่นๆ เช่น ไรฝุ่น สะเก็ดผิวหนังสัตว์ แมลงสาบ และเชื้อรา โดยสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้เหล่านี้ อาจทำให้เกิดอาการจาม น้ำมูกไหล มีอาการคันที่ดวงตา ตาแดง น้ำตาไหล และคันที่จมูกหรือคอ

ยาซีร์เทค® ยังใช้เพื่อรักษาอาการคันและรอยแดงเนื่องจากลมพิษ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดลมพิษหรือปฏิกิริยาแพ้ที่ผิวหนังอื่นๆ ได้

วิธีใช้ซีร์เทค® (เซทิริซีน)

ซีร์เทค® มีทั้งแบบยาเม็ด ยาเม็ดแบบเคี้ยวได้ ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นาน และยาน้ำเชื่อม (ยาน้ำ) สำหรับรับประทาน วิธีใช้ยาโดยปกติ คือ รับประทานวันละครั้งพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก

ควรทำตามวิธีการใช้ยาบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด ในบางครั้งแพทย์อาจจะเปลี่ยนขนาดยาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับผลที่ดีที่สุด อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แพทย์กำหนด และคุณควรใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา เพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรรับประทานในเวลาเดียวกันทุกวัน หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อย่าใช้ซีร์เทค® เพื่อรักษาโรคลมพิษที่มีรอยช้ำหรือแผลพุพอง โรคลมพิษที่มีสีผิดปกติ หรือโรคลมพิษที่ไม่มีอาการคัน หากคุณเป็นโรคลมพิษดังกล่าว โปรดติดต่อแพทย์

หากโรคลมพิษของคุณอาการไม่ดีขึ้น ในช่วง 3 วันแรกของการรักษา หรือหากคุณเป็นโรคลมพิษนานกว่า 6 สัปดาห์ หรือหากคุณไม่ทราบสาเหตุของโรคลมพิษ ควรหยุดใช้ยา และติดต่อแพทย์ทันที

การเก็บรักษาซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน)

ควรเก็บยาซีร์เทค® ที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง หากมีข้อสงสัยควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งซีร์เทค® ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน)

ก่อนใช้ซีร์เทค® โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้

  • วางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น
  • แพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของซีร์เทค® หรือยาอื่นๆ
  • มีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ซีร์เทค® อาจทำให้คุณมีอาการง่วงซึม อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักร จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร

แอลกอฮอล์สามารถเพิ่มอาการง่วงซึมที่เกิดจากยานี้ได้ คุณจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างที่กำลังใช้ยานี้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน) จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration; FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน)

ซีร์เทค® อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากหนึ่งในอาการเหล่านี้รุนแรงขึ้น หรือไม่หายไป

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ซีร์เทค® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับซีร์เทค® ได้แก่

  • ยาแอสไพรินขนาดความแรงต่ำ
  • ยาดูล็อกซีทีน (duloxetine) อย่างซิมบัลตา® (Cymbalta®)
  • น้ำมันปลา หรือกรดไขมันโอเมก้า 3 (omega-3 polyunsaturated fatty acids)
  • ยาพรีกาบาลิน (pregabalin) อย่างไลริกา® (Lyrica®)
  • ยาอีโซเมปราโซล (esomeprazole) อย่างเนกเซียม® (Nexium®)
  • ยาอัลบูเทอรอล (albuterol) อย่างโพรแอร์® เอชเอฟเอ (ProAir® HFA)
  • ยามอนเทลูคาสท์ (montelukast) อย่างซิงกูแลร์® (Singulair®)
  • วิตามินบี 12 หรือไซยาโนโคบาลามิน (Cyanocobalamin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ซีร์เทค® อาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ซีร์เทค® อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน) สำหรับผู้ใหญ่

รับประทานยาแคปซูล 10 มก. หนึ่งเม็ดต่อวัน อย่ารับประทานยาแคปซูล 10 มก. มากกว่าหนึ่งเม็ด ภายใน 24 ชั่วโมง อาจใช้ยาขนาด 5 มก. ได้ สำหรับอาการที่รุนแรงน้อยกว่า

ขนาดยาของซีร์เทค® (ยาเซทิริซีน) สำหรับเด็ก

เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป

รับประทานยาแคปซูล 10 มก. หนึ่งเม็ดต่อวัน อย่ารับประทานยาแคปซูล 10 มก. มากกว่าหนึ่งเม็ด ภายใน 24 ชั่วโมง อาจใช้ยาขนาด 5 มก. ได้ สำหรับอาการที่รุนแรงน้อยกว่า

อายุ 2 ถึง 5 ปี

2.5 มก. รับประทานวันละครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 5 มก./วัน แบ่งรับประทานวันละ 1-2 ครั้ง

อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี

2.5 มก. รับประทานวันละครั้ง เด็กที่อายุ 12 เดือนขึ้นไปอาจเพิ่มขนาดยาไปที่ 2.5 มก. วันละสองครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 10 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: ธันวาคม 26, 2018 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 6, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน