ดีเฟอริโพรน (Deferiprone)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ ดีเฟอริโพรน

ยา ดีเฟอริโพรน ใช้สำหรับ

ยา ดีเฟอริโพรน (Deferiprone) ใช้กับผู้ที่มีความผิดปกติของเลือดบางชนิด อย่างโรคธาลัสซีเมีย (thalassemia) ที่มีปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายสูงเกินไปเนื่องจากการถ่ายเลือดซ้ำหลายครั้ง การถ่ายเลือดนั้นช่วยผู้ที่มีความผิดปกติของเลือด แต่ก็สามารถทำให้มีปริมาณของธาตุเหล็กในร่างกายมากเกินไปด้วยเช่นกัน คุณควรจะกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินออก เนื่องจากระดับธาตุเหล็กที่สูงเกินไปนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น หัวใจล้มเหลว โรคตับ โรคเบาหวาน รวมถึงการเจริญเติบโตช้าในเด็ก

ยาดีเฟอริโพรนจะใช้เมื่อคุณมีปัญหากับการใช้ยากำจัดธาตุเหล็กตามปกติ หรือหากคุณยังมีระดับธาตุเหล็กสูงอยู่หลังจากที่ใช้ยากำจัดธาตุเหล็กอื่น

ยาดีเฟอริโพรนอยู่ในกลุ่มของยาขับธาตุเหล็ก (iron chelators) ยานี้ทำงานโดยการเกาะติดกับธาตุเหล็กทำให้ร่างกายของคุณกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินออกไปทางปัสสาวะ

วิธีการใช้ยา ดีเฟอริโพรน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือ วันละ 3 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น) การรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารอาจจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้

หากคุณกำลังใช้ยาน้ำ ควรอ่านคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยก่อนใช้ยา ควรตวงยาอย่างระมัดระวังโดยใช้อุปกรณ์หรือช้อนสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดาเพราะอาจจะได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง หลังจากที่คุณดื่มยาในแต่ละครั้งแล้ว ควรเทน้ำใส่อุปกรณ์หรือช้อนสำหรับตวงยาแล้วดื่มส่วนผสมนั้นตามลงไปอีก

รับประทานยานี้ให้ห่างกัน 4 ชั่วโมงกับผลิตภัณฑ์อื่นที่อาจจะผูกติดกับยานี้แล้วลดประสิทธิภาพของยา โปรดสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับยาอื่นที่คุณกำลังใช้ เช่น ยาลดกรด วิตามินหรือแร่ธาตุ (ยาที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก อะลูมิเนียม สังกะสี) และอื่นๆ

ขนาดยาขึ้นอยู่กับภาวะทางสุขภาพ น้ำหนักตัว และการตอบสนองต่อการรักษา (รวมถึงผลการตรวจในห้องแล็บ) คุณอาจจำเป็นต้องปรับหรือหยุดการรักษาหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง และไปตามนัดของแพทย์หรือห้องแล็บทุกครั้ง

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ จึงควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

การเก็บรักษายาดีเฟอริโพรน

ยาดีเฟอริโพรนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาดีเฟอริโพรนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาดีเฟอริโพรนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาดีเฟอริโพรน

ก่อนใช้ยาดีเฟอริโพรน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคตับ และภาวะจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ในช่วงขณะตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ยานี้อาจจำเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา หากคุณตั้งครรภ์หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายาดีเฟอริโพรนนั้นจะผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากมีโอกาสในการเกิดความเสี่ยงต่อทารกจึงไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะที่กำลังให้นมบุตร และควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาดีเฟอริโพรนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาดีเฟอริโพรน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือปวดข้อต่อ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

ยานี้อาจทำให้ปัสสาวะของคุณเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง ซึ่งไม่มีอันตรายและจะหายไปหลังจากที่หยุดใช้ยา

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด อุจจาระเป็นเลือด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาดีเฟอริโพรนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาดีเฟอริโพรนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาดีเฟอริโพรนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาดีเฟอริโพรนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคธาลัสซีเมีย

ขนาดยาเริ่มต้น 25 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 75 มก./กก.)

ขนาดยาสูงสุด 33 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 99 มก./กก.)

คำแนะนำ

-ปัดค่าขนาดยาให้ใกล้เคียงกับขนาด 250 มก. (ครึ่งเม็ด)

-ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและเป้าหมายการรักษา (เพื่อรักษาระดับหรือเพื่อลดปริมาณของธาตุเหล็ก)

-การยอมรับนั้นขึ้นอยู่กับการลดของเซรั่มเฟอร์ริติน (serum ferritin) ไม่มีผลการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ของการรักษาโดยตรง (เช่นอาการดีขึ้น การทำงานดีขึ้น หรือรอดชีวิต)

-ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับการรักษาผู้ป่วยภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดที่มีภาวะโลหิตจางอื่นๆ ร่วมด้วย

การใช้งาน เพื่อรักษาภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดเนื่องจากอาการของโรคธาลัสซีเมียเมื่อการทำคีเลชั่นบำบัด (chelation therapy) ในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเหล็กเกิน

ขนาดยาเริ่มต้น 25 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 75 มก./กก.)

ขนาดยาสูงสุด 33 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 99 มก./กก.)

คำแนะนำ

-ปัดค่าขนาดยาให้ใกล้เคียงกับขนาด 250 มก. (ครึ่งเม็ด)

-ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและเป้าหมายการรักษา (เพื่อรักษาระดับหรือเพื่อลดปริมาณของธาตุเหล็ก)

-การยอมรับนั้นขึ้นอยู่กับการลดของเซรั่มเฟอร์ริติน ไม่มีผลการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ของการรักษาโดยตรง (เช่น อาการดีขึ้น การทำงานดีขึ้น หรือรอดชีวิต)

-ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับการรักษาผู้ป่วยภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดที่มีภาวะโลหิตจางอื่นๆ ร่วมด้วย

การใช้งาน เพื่อรักษาภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดเนื่องจากอาการของโรคธาลัสซีเมียเมื่อการทำคีเลชั่นบำบัดในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีตับบกพร่องในระดับน้อยหรือปานกลาง

การปรับขนาดยา

-หากระดับของเซรั่มเฟอร์ริตินนั้นลดลงอย่างต่อเนื่องลงมาต่ำกว่า 500 ไมโครกรัม/ลิตร ควรพิจารณาหยุดการรักษาชั่วคราว

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

-แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาในตอนเช้า กลางวัน และเย็น

-รับประทานยาพร้อมกับอาหารเพื่อลดอาการคลื่นไส้

-หากลืมใช้ยา ควรใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้ หากใกล้จะถึงเวลาใช้ยาครั้งถัดไป ควรข้ามไปเลย อย่าเพิ่มปริมาณยา

การเฝ้าระวัง

-เฝ้าระวังระดับของเซรั่มเฟอร์ริตินเป็นประจำทุกๆ 2 ถึง 3 เดือน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-แนะนำให้ผู้ป่วยรีบแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ หรือมีอาการคล้ายดรคไข้หวัดใหญ่

ขนาดยาดีเฟอริโพรนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคเมลิออยด์ อีกหนึ่งโรคร้ายที่มากับฝน

วันนี้ Hello คุณหมอ พามารู้จักกับ  โรคเมลิออยด์ ส่วนใหญ่เป็นชาวเกษตรกรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพบมากในช่วงฤดูฝน จะมีลักษณะอาการอย่างไรบ้างนั้น ไปหาคำตอบกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล