ทรามาดอล (Tramadol)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาทรามาดอลใช้สำหรับ

ยาทรามาดอล (Tramadol) ใช้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ ระดับปานกลางจนถึงรุนแรง ยาทรามาดอลเป็นยาในกลุ่มนาร์โคติค (narcotic analgesics) หรือยาแก้ปวดชนิดเสพติด โดยตัวยาจะไปทำงานในสมอง เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกและการตอบสนองของร่างกายต่อความเจ็บปวด

วิธีการใช้ยาทรามาดอล

รับประทานยาตัวนี้ตามที่แพทย์สั่ง ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงตามที่ต้องการ สำหรับบรรเทาอาการปวด คุณอาจรับประทานเพียงตัวยาอย่างเดียว หรือรับประทานยาพร้อมกับอาหารก็ได้ การรับประทานยาพร้อมอาหาร อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรของคุณเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆ เพื่อลดอาการคลื่นไส้ (อย่างเช่น นอนลง 1 ถึง 2 ชั่วโมง โดยขยับศีรษะให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้)

ขนาดยาจะขึ้นอยู่กับอาการทางการแพทย์ และการตอบสนองของร่างกายคุณ เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง แพทย์ของคุณอาจสั่งให้คุณรับประทานยาตัวนี้ในขนาดต่ำและค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 400 มิลลิกรัมต่อวัน หากคุณมีอายุ 75 ปีขึ้นไป ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำ คือ 300 มิลลิกรัมต่อวัน อย่าเพิ่มขนาดยา รับประทานบ่อยเกินหรือนานเกินกว่าที่แพทย์จ่ายให้ ควรหยุดรับประทานยาอย่างเหมาะสมเมื่อแพทย์สั่ง

ยาแก้ปวดจะมีประสิทธิภาพทำงานได้ดีที่สุด เมื่อใช้ในขณะที่มีสัญญาณแรกเกิดขึ้น หากคุณรอจนกว่าอาการปวดทรุดลง ตัวยาอาจไม่ได้ผล

หากคุณมีอาการเจ็บเกิดขึ้นต่อเนื่อง (อย่างเช่นโรคข้ออักเสบ) แพทย์ของคุณอาจสั่งให้คุณรับประทานยานาร์โคติคในระยะยาว ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่นาร์โคติคอื่นๆ อย่างเช่น ยาอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อาจถูกจ่ายมาพร้อมกับยาตัวนี้ สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการใช้ยาทรามาดอลควบคู่กับยาตัวอื่นอย่างปลอดภัย

ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการถอนยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใช้ยาตัวนี้เป็นเวลานาน หรือใช้ในขนาดยาที่สูง ในกรณีเช่นนั้น ก็อาจเกิดอาการขาดยา อย่างเช่น กระสับกระส่าย น้ำตาไหล น้ำมูกไหล คลื่นไส้ เหงื่อออก เจ็บกล้ามเนื้อ เมื่อคุณหยุดรับประทานยาตัวนี้อย่างฉับพลัน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาการถอนยานี้ หมอของคุณอาจให้ลดขนาดยาลดอย่างช้าๆ ปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม และรายงานปฏิกิริยาผิดปกติใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นทันที

เมื่อใช้ยาตัวนี้เป็นเวลานาน ยาตัวนี้อาจไม่ได้ผลแล้วเช่นกัน พูดคุยกับแพทย์ของคุณหากยาตัวนี้ไม่ได้ผลแล้ว

ยาตัวนี้อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมอยากใช้ยาแบบผิดปกติ (อาการติดยา) ความเสี่ยงนี้อาจเพิ่มขึ้น หากคุณมีพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์หรือยาผิดปกติมาก่อนในอดีต รับประทานยาตัวนี้ให้ตรงตามที่หมอจ่ายให้ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงของการติดยา

แจ้งแพทย์ของคุณ หากอาการปวดยังคงอยู่หรือทรุดลง

การเก็บรักษายาทรามาดอล

ยาทรามาดอลจะเก็บรักษาได้ดีที่สุดในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา คุณไม่ควรเก็บยาทรามาดอลในห้องน้ำหรือช่อแช่แข็ง อาจมียาทรามาดอลหลายยี่ห้อที่ต้องการการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอในการตรวจสอบฉลากยา สำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาทรามาดอลลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการทิ้งยาให้ปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาทรามาดอล

ในการตัดสินใจใช้ยา จำเป็นพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงของการรับประทานยา นี่คือการตัดสินใจที่คุณและแพทย์จะต้องทำ สำหรับยาตัวนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งแพทย์ของคุณ หากคุณเคยมีอาการผิดปกติหรืออาการแพ้ใดๆ ต่อยาตัวนี้หรือยาตัวอื่นๆ นอกจากนี้ คุณควรบอกผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพของคุณทราบ หากคุณมีอาการแพ้ประเภทอื่นๆ เช่น อาหาร สีย้อม สารกันบูดหรือสัตว์ สำหรับผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อ่านฉลากหรือส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด

เด็กเล็ก

ไม่มีการทำวิจัยที่จัดทำอย่างเหมาะสม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อผลกระทบของยา Rybix™ ODT ยา Ryzolt™ และยา Ultram® ในเด็กวัยต่ำกว่า 16 ปี รวมทั้งไม่มีการแสดงให้เห็นชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา

ไม่มีการทำวิจัยที่จัดทำอย่างเหมาะสม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อผลกระทบของยาเม็ดออกฤทธิ์นาน Ultram® ในกลุ่มประชากรเด็ก รวมทั้งไม่มีการแสดงให้เห็นชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา

ผู้สูงอายุ

งานวิจัยในปัจจุบัน ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงปัญหาเฉพาะที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ที่จะทำให้ต้องจำกัดประโยชน์ของการใช้ยาทรามาดอลในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสูงอายุมีความเป็นไปได้มากที่จะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ (อย่างเช่น ท้องผูก หน้ามืด เวียนหัว หรือจะเป็นลม ท้องไส้ปั่นป่วน อ่อนแรง) และปัญหาของตับที่เกี่ยวกับอายุ ปัญหาไต หรือหัวใจ ซึ่งอาจต้องการคำเตือน และการปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาทรามาดอล

ความปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับวิธีใช้ยาตัวนี้ ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ทุกครั้งโปรดปรึกษากับหมอของคุณ เพื่อประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาทรามาดอล

เข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที หากคุณมีสัญญาณใดๆ ก็ตามของปฏิกิริยาภูมิแพ้ โรคลมพิษ ปัญหาในการหายใจ อาการบวมบนใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นและคอ

หยุดใช้ยาและโทรแจ้งหมอของคุณทันที หากคุณมีผลข้างเคียงรุนแรง ได้แก่

  • อาการก้าวร้าว เห็นภาพหลอน มีไข้ หัวใจเต้นเร็ว เกิดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์มากเกินไป (overactive reflexes) คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เสียสมดุล เป็นลม
  • อาการชัก
  • รอยแดง ตุ่มพุพอง ผื่นผิวหนังลอก หรือ
  • หายใจตื้น ชีพจรต่ำ

อาจผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • เวียนหัว รู้สึกหัวหมุน
  • ท้องผูก ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปวดหัว
  • ง่วงซึม
  • รู้สึกวิตกกังวลหรือกระวนกระวาย

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆเกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาทรามาดอลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา คุณควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (รวมถึงยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ยาที่ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร) และให้หมอและเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ หมอของคุณอาจตัดสินใจไม่รักษาคุณพร้อมกับยาตัวนี้ หรือเปลี่ยนชนิดยาที่คุณกำลังรับประทานอยู่

  • ยานัลเตรโซน (Naltrexone)
  • ยาราซากิไลน์ (Rasagiline)
  • ยาเซเลกิไลน์ (Selegiline)

ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกันในบางกรณี หากมียาที่ถูกจ่ายพร้อมกับยาตัวนี้ หมอของคุณอาจเปลี่ยนตัวยา หรือจำนวนครั้งของการใช้ยาตัวหนึ่ง หรือตัวยาทั้งสองชนิด

  • ยาอะเซโนคูมารอล (Acenocoumarol)
  • ยาอะมิตริปไทลีน (Amitriptyline)
  • ยาอะมอคซาพิน (Amoxapine)
  • ยาแอมเฟตามีน (Amphetamine)
  • ยาบรอมเพริดอล (Bromperidol)
  • ยาบรอมฟีนิรามีน (Brompheniramine)
  • ยาบูโพรเพียน (Bupropion)
  • ยาบูสไพโรน (Buspirone)
  • ยาคาร์บามาเซพิน (Carbamazepine)
  • ยาคาร์บิโนซามีน (Carbinoxamine)
  • ยาเซริทินิบ (Ceritinib)
  • ยาคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine)
  • ยาคลอโพรมาซิน (Chlorpromazine)
  • ยาคลอโพรทิซีน (Chlorprothixene)
  • ยาซิตาโลแพรม (Citalopram)
  • ยาคลาริโทรมายซิน (Clarithromycin)
  • ยาโคลบาแซม (Clobazam)
  • ยาโคลมิพรามีน (Clomipramine)
  • ยาคลอกีไลน์ (Clorgyline)
  • ยาโคลวอคซามีน (Clovoxamine)
  • ยาโคบิซิสแทท (Cobicistat)
  • โคเคน (Cocaine)
  • ยาคริโซตินิบ (Crizotinib)
  • ยาไซโครเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine)
  • ยาเดบราเฟนิบ (Dabrafenib)
  • ยาเดซิพรามีน (Desipramine)
  • ยาเดสเวนลาฟาซีน (Desvenlafaxine)
  • ยาเดซโทรแอมเฟตามีน (Dextroamphetamine)
  • ยาเดซโทรเมทอร์ฟาน (Dextromethorphan)
  • ยาโดลาเซตรอน (Dolasetron)
  • ยาโดธิอีพิน (Dothiepin)
  • ยาโดเซพิน (Doxepin)
  • ยาดูลอคเซติน (Duloxetine)
  • ยาเอเลทริปทัน (Eletriptan)
  • ยาเอสซิตาโลแพรม (Escitalopram)
  • ยาเอสลิคาร์บาเซพิน อะซีเตท (Eslicarbazepine Acetate)
  • ยาเอโทโพรพาซีน (Ethopropazine)
  • ยาเฟมอคเซติน (Femoxetine)
  • ยาเฟนทานีล (Fentanyl)
  • ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole)
  • ยาฟลูออกเซติน (Fluoxetine)
  • ยาฟลูเพนธิซอล Flupenthixol)
  • ยาฟลูฟีนาซีน (Fluphenazine)
  • ยาฟลูวอคซามีน (Fluvoxamine)
  • ยากรานิเซตรอน (Granisetron)
  • ยาฮาโลเพริดอล (Haloperidol)
  • ยาไฮโดรโคดอน (Hydrocodone)
  • ยาไฮดรอกซีทริปโทฟาน (Hydroxytryptophan)
  • ยาไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ยาไอมิพรามีน (Imipramine)
  • ยาไอโพรไนอะซิด (Iproniazid)
  • ยาไอโซคาร์บอคซาซิด (Isocarboxazid)
  • ยาเคตามีน (Ketamine)
  • ยาเลโวมิลนาซิพราน (Levomilnacipran)
  • ยาลิเนโซลิด (Linezolid)
  • ยาลิเทียม (Lithium)
  • ยาโลเฟพรามีน (Lofepramine)
  • ยาลอร์คาเซริน (Lorcaserin)
  • ยาเมคลิซีน (Meclizine)
  • ยาเมลเพโรน (Melperone)
  • ยาเมเพริดีน (Meperidine)
  • ยาเมโซริดาซีน (Mesoridazine)
  • ยาเมทาโดน (Methadone)
  • ยาเมโทไทรเมพราซีน (Methotrimeprazine)
  • ยาเมทิลีน บลู (Methylene Blue)
  • ยาเมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide)
  • ยามิลนาซิพราน (Milnacipran)
  • ยามิราเบกรอน (Mirabegron)
  • ยาเมียตาซาพิน (Mirtazapine)
  • ยาไมโทเทน (Mitotane)
  • ยาโมโคลเบไมด์ (Moclobemide)
  • ยาโมลินดอน (Molindone)
  • มอร์ฟีน (Morphine)
  • มอรืฟีน ซัลเฟต ไลโปโซม (Morphine Sulfate Liposome)
  • ยานาราทริปแทน (Naratriptan)
  • ยาเนฟาโซโดน (Nefazodone)
  • ยานิโลทานิบ (Nilotinib)
  • ยานอร์ทริปไทไลน์ (Nortriptyline)
  • ยาโอลานซาพีน (Olanzapine)
  • ยาออกซีโคโดน (Oxycodone)
  • ยาออกซีมอร์โฟน (Oxymorphone)
  • ยาพาโรโนเซตรอน (Palonosetron)
  • ยาพาร์กีไลน์ (Pargyline)
  • ยาพาโรเซติน (Paroxetine)
  • ยาเพจินเตอเฟรอน อัลฟา-2บี (Peginterferon Alfa-2b)
  • ยาเพนฟลูริดอล (Penfluridol)
  • ยาเพนตาโซซีน (Pentazocine)
  • ยาเพอร์ฟีนาซีน (Perphenazine)
  • ยาฟีเนลซีน (Phenelzine)
  • ยาพิโมไซด์ (Pimozide)
  • ยาไพเพอราควิน (Piperaquine)
  • ยาไพโพเทียอะซีน (Pipotiazine)
  • ยาพริมิดอน (Primidone)
  • ยาโพรคาร์บาซีน (Procarbazine)
  • ยาโพรคลอเพราซีน (Prochlorperazine)
  • ยาโพรมาซีน (Promazine)
  • ยาโพรเมทาซีน (Promethazine)
  • ยาโพรพิโอมาซีน (Propiomazine)
  • ยาโพรพอคซีฟีน (Propoxyphene)
  • ยาโพรทริปไทลีน (Protriptyline)
  • ยาเรมอคซิไพรด์ (Remoxipride)
  • ยาไรสเพอริดอน (Risperidone)
  • ยาไรซาทริปแทน (Rizatriptan)
  • ยาเซอร์ทราไลน์ (Sertraline)
  • ยาไซบูทรามีน (Sibutramine)
  • ยาซิลทูซิแมป (Siltuximab)
  • สมุนไพรเซนต์ จอห์น วอรท์ (St John’s Wort)
  • ยาซัลพิไรด์ (Sulpiride)
  • ยาซูมาทริปแทน (Sumatriptan)
  • ยาซูโวเรแซนท์ (Suvorexant)
  • ยาทาเพนทาดอล (Tapentadol)
  • ยาธิเอทิลเพอราซีน (Thiethylperazine)
  • ยาธิโอไรดาซีน (Thioridazine)
  • ยาธิโอธิซีน (Thiothixene)
  • ยาทรานิลไซโพรมีน (Tranylcypromine)
  • ยาทราโซดอน (Trazodone)
  • ยาทริฟลูโอเพอราซีน (Trifluoperazine)
  • ยาทริฟลูโพรมาซีน (Triflupromazine)
  • ยาทริเมพราซีน (Trimeprazine)
  • ยาทริมิพรามีน (Trimipramine)
  • กรดวัลโพรอิค (Valproic Acid)
  • ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
  • ยาวิลาโซดอน (Vilazodone)
  • ยาวอร์ทิออกเซติน (Vortioxetine)
  • ยาโซลมิทริปแทน (Zolmitriptan)
  • ยาซูคลอเพนทิโซล (Zuclopenthixol)

การใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาใดๆ ดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางประการ แต่การใช้ยาร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากยาเหล่านี้ถูกจ่ายให้พร้อมกันโดยแพทย์ของคุณ แพทย์ของคุณอาจเปลี่ยนตัวยา หรือจำนวนครั้งของการใช้ยาตัวหนึ่ง หรือตัวยาทั้งสองชนิด

  • ยาไดโกซิน (Digoxin)
  • ยาเพแรมพาเนล (Perampanel)
  • ยาควินิดีน (Quinidine)
  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาทรามาดอลอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ ถึงปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรค

ยาทรามาดอลอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกรรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการหรือโรคต่อไปนี้

  • พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด (หรือเคยมีประวัติ)
  • โรคซึมเศร้าจากระบบประสาทส่วนกลาง
  • โรคซึมเศร้า (หรือเคยมีประวัติ)
  • พฤติกรรมใช้ยาในทางที่ผิด (หรือเคยมีประวัติ)
  • อาการบาดเจ็บที่หัว
  • ปัญหาฮอร์โมน
  • แรงกดดันภายในหัวเพิ่มมากขึ้น
  • โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง (CNS)
  • โรคจิตเภช (หรือเคยมีประวัติ)
  • โรคภูมิแพ้ฟีนิลคีโตนูเรีย (หรือ เคยมีประวัติ)
  • การกดการหายใจ (การหายใจน้อยหรือหายใจช้า)
  • อาการชักหรือโรคลมชัก (หรือเคยมีประวัติ)
  • ปัญหาทางกระเพาะขั้นรุนแรง ควรใช้อย่างระมัดระวัง โอกาสของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอาจเพิ่มขึ้น
  • ปัญหาปอดหรือการหายใจขั้นรุนแรง อย่างเช่น โรคหอบหืด ภาวะความดันคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง (hypercapnia) ไม่ควรนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • โรคไต
  • โรคตับ (ได้แก่ ตับแข็ง) ควรใช้อย่างระมัดระวัง ผลกระทบอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขับยาตัวนี้ออกจากร่างกายที่ทำได้ช้า
  • หากคุณเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria) ยาเม็ดแตกตัวในปากที่มีส่วนผสมของสารฟีนิลอะลานีน (phenylalanine) สามารถทำให้อาการทรุดลงได้

เข้าใจขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติมก่อนการใช้ยานี้

ขนาดยาทรามาดอลสำหรับผู้ใหญ่

สำหรับอาการปวดเรื้อรังระดับน้อยจนถึงปานกลาง ไม่จำเป็นต้องการให้ผลของยาแก้ปวดออกชนิดฤทธิ์ไว

ขนาดยาเริ่มต้น: 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ เช้า

การไตเตรท: เพิ่มขนาดยา 25 มิลลิกรัมเป็นยาแยก ทุกๆ 3 วัน เพื่อให้ขนาดยาถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานทีละ 25 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน จากนั้น ขนาดยาโดยรวมต่อวันอาจเพิ่มอีก 50 มิลลิกรัมเท่าที่ยังปรับตัวกับยาได้ ทุก ๆ 3 วัน เพื่อให้ขนาดยาถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานทีละ 50 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาคงที่: หลังการไตเตรท อาจให้ยาทรามาดอล 50 มิลลิกรัมจนถึง 100 มิลลิกรัมตมที่ต้องการสำหรับบรรเทาอาการปวด ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง โดยไม่ให้เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

สำหรับจัดการอาการปวดเรื้อรังระดับปานกลางจนถึงรุนแรงในผู้ใหญ่

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน

ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มิลลิกรัม วันละครั้งและไตเตรทเพิ่มขึ้นทุก ๆ 100 มิลลิกรัม เท่าที่จำเป็น ทุกๆ 5 วัน เพื่อบรรเทาอาการปวด และขึ้นอยู่การทนสภาพยาของแต่ละบุคคล

ขนาดยาสูงสุด: ไม่ควรให้ยาเม็ดออกฤทธิ์นานเกินกว่า 300 มิลลิกรัมต่อวัน

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการให้ผลของยาแก้ปวดชนิดออกฤทธิ์ทันที และประโยชน์ที่มีมากกว่าความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยในการหยุดใช้ยาเนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับขนาดยาเริ่มต้นที่มากขึ้น

ยา: ควรให้ยา 50 ถึง 100 มิลลิกรัมเท่าที่จำเป็นสำหรับบรรเทาอาการปวด ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง โดยไม่ให้ขนาดยาเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ยาทรามาดอลออกฤทธิ์นาน (ER)

ผู้ป่วยที่ไม่ได้รักษาด้วยยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที (IR)

ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มิลลิกรัม วันละครั้งและไตเตรทเพิ่มขึ้นทุก ๆ 100 มิลลิกรัมเท่าที่จำเป็น ทุก ๆ 5 วัน เพื่อบรรเทาอาการปวด และขึ้นอยู่กับความต้องการและความทนต่อสภาพยาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ป่วยที่กำลังรักษาด้วยยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที (immediare release)

คำนวณระยะเวลาออกฤทธิ์ยาใน 24-ชั่วโมงของยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที

ขนาดยาเริ่มต้น: ลดขนาดยาครั้งต่อไปต่ำสุด 100 มิลลิกรัม ขนาดยาครั้งต่อไป อาจขึ้นอยู่กับความต้องการและความทนต่อสภาพยาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัมต่อวัน

เนื่องจากข้อจำกัดในการเลือกขนาดยาทรามาดอลออกฤทธิ์นานที่ไม่ยืดหยุ่นมากนัก ผู้ป่วยบางคนที่รักษาด้วยยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที อาจปรับตัวไม่ได้

ขนาดยาทรามาดอลสำหรับเด็ก

อายุ 4 ถึง 16 ปี

ยาชนิดออกฤทธิ์ทันที: 1 ถึง 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ครั้ง ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน: 100 มิลลิกรัม

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน คือขนาดยาน้อยกว่า: 8 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน หรือ 400 มิลลิกรัม/วัน

อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

ขนาดยาเริ่มต้น: 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัม/วัน

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการให้เกิดผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ผลข้างเคียงอาจลดลงได้ด้วยการให้ขนาดยาเริ่มต้นที่ 25 มิลลิกรัม/วัน และเพิ่มขนาดยาขึ้น 25 มิลลิกรัม ทุกๆ 3 วัน และเพิ่มเป็น 25 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน ขนาดยาอาจเพิ่มเป็น 50 มิลลิกรัม ทุกๆ 3 วัน ในขณะที่ยังปรับตัวกับยาได้ จนถึง 50 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน

อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

ยาเม็ดชนิด Oral Disintegrating Tablet (ODT)

ขนาดยาเริ่มต้น: 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัม/วัน

อีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการให้เกิดผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ผลข้างเคียงอาจลดลง โดยการให้ขนาดยาเริ่มต้นที่ 25 มิลลิกรัม/วัน และ เพิ่มขนาดยาขึ้น 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 3 วัน และเพิ่มเป็น 25 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน ขนาดยาอาจเพิ่มเป็น 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 3 วัน ในขณะที่ยังปรับตัวกับยาได้ จนถึง 50 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัม/วัน

อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

ยาชนิดออกฤทธิ์นาน

ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มิลลิกรัม วันละครั้ง

ไตเตรทเพิ่มขึ้นทีละ 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 2 ถึง 3 วันหากจำเป็นสำหรับควบคุมอาการปวด

ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัม/วัน

รูปแบบของยา

ยาทรามาดอลมีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้ได้แก่ ยาแคปซูล ยาเม็ดละลายน้ำ ยาเม็ดชนิด orodispersible tablet ยาเม็ดและยาแคปซูลชนิดควบคุมการปลดปล่อย และยาฉีดเข้ากระแสเลือด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

อาจมีอาการของการใช้ยาเกินขนาด ได้แก่

  • ขนาดของรูม่านตาเล็กลง
  • หายใจลำบาก
  • ง่วงซึมขั้นรุนแรง
  • หมดสติ
  • โคม่า (หมดสติไปช่วงเวลาหนึ่ง)
  • การเต้นของหัวใจช้าลง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • หนาว ผิวหนังลอก

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาทรามาดอล กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามขนาดยาครั้งที่แล้ว และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เฟโนโพรเฟน (Fenoprofen)

ยาแก้ปวด เฟโนโพรเฟน (Fenoprofen) ใช้บรรเทาอาการปวดเนื่องจากสภาวะต่างๆ ระดับเบาถึงปานกลาง ยานี้เป็นยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 27, 2019 . 1 min read

นอร์โค® (Norco®)

นอร์โค® (Norco®) นิยมใช้ลดความเจ็บปวดในระดับปานกลางถึงรุนแรง ประกอบด้วยตัวยา อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) และไฮโดรโคโดน (Hydrocodone)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 26, 2019 . 1 min read

พานาดอล® (Panadol®)

พานาดอล® (Panadol®) ใช้เป็นยาแก้ปวดและลดไข้ และยังใช้ในการรักษาอาการต่างๆ เช่นปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ข้ออักเสบ ปวดหลัง ปวดฟัน ไข้หวัดและเป็นไข้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 7, 2019 . 1 min read

ออกซิโคนติน (Oxycontin®)

ออกซิโคนติน (Oxycontin®) เป็นยาแก้ปวดโอปิออยด์ที่เป็นสารเสพติด (narcotic) ใช้รักษาอาการปวดระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง ที่คาดว่าอาจจะมีระยะเวลานาน

เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มกราคม 17, 2019 . 1 min read

บทความแนะนำ

มัดผมแล้วปวดหัว-อาการ-วิธีแก้

สาวผมยาวแสนเศร้าใจ ไม่รู้ทำไม มัดผมทีไร ปวดหัวทุกที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 22, 2020 . 2 mins read
ดูแลแผลไฟไหม้-วิธีปฐมพยาบาล-วิธีรักษา

ดูแลแผลไฟไหม้ อย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 28, 2020 . 4 mins read
ไดลอดิด®-dilaudid®

ไดลอดิด® (Dilaudid®)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 1, 2019 . 1 min read
เอโทโดแลค-etodolac

เอโทโดแลค (Etodolac)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 27, 2019 . 1 min read