ทามอคซิเฟน (Tamoxifen)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาทามอคซิเฟนใช้สำหรับ

ยาทามอคซิเฟน (Tamoxifen) เป็นยาที่ใช้รักษามะเร็งเต้านม ที่ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย (metastatic breast cancer) เพื่อรักษามะเร็งเต้านมในผู้ป่วยบางประเภท หลังเข้ารับการผ่าตัด และการรักษาด้วยรังสีบำบัด และเพื่อลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

ยาตัวนี้จะไปขัดขวางการเติบโตของมะเร็งเต้านม ตัวยาจะทำงานโดยไปขัดขวางผลกระทบของเอสโตรเจนในเนื้อเยื่อหน้าอก

วิธีการใช้ยาทามอคซิเฟน

อ่านคู่มือทางการแพทย์ที่ได้รับมาจากเภสัชกรของคุณ ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ยาทามอคซิเฟน และในแต่ละครั้งที่คุณไปรับยาชุดใหม่ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณ

รับประทานเพียงยาอย่างเดียว หรือพร้อมกับอาหาร 1-2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 5 ปี หรือตามที่หมอของคุณสั่ง ขนาดยาต่อวันที่รับประทานมากกว่า 20 มิลลิกรัม มักจะแบ่งครึ่ง และรับประทาน 2 ครั้งต่อวัน ในช่วงเช้าและช่วงเย็น หรือตามที่หมอของคุณสั่ง หากคุณใช้ในรูปแบบยาน้ำ วัดขนาดยาโดยใช้เครื่องมือ/ช้อนวัดอย่างระมัดระวัง อย่าใช้ช้อนกินอาหาร เนื่องจากคุณอาจไม่ได้ระดับของขนาดยาที่ถูกต้อง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษาของคุณ

ใช้ยาตัวนี้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด การใช้ยาเวลาเดิมในทุกๆวัน จะช่วยให้คุณจำได้ง่ายขึ้น

หากคุณเป็นมะเร็งเต้านมที่อาการลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย คุณอาจประสบกับอาการปวดกระดูก/มะเร็ง และ/หรือ โรคประทุขึ้นมาในขณะที่คุณเริ่มรับประทานยาทามอคซิเฟน ในบางกรณี สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณที่ดีของการตอบสนองต่อการรักษา อาการต่างๆ ได้แก่ เจ็บกระดูกมากขึ้น เนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีเนื้องอกชิ้นใหม่เกิดขึ้น อาการเหล่านี้ มักจะหายไปได้เองอย่างรวดเร็ว ในกรณีใดๆ ก็ตาม รายงานอาการเหล่านี้ต่อหมอของคุณทันที

เนื่องจากยาตัวนี้ สามารถดูดซึมเข้าผิวหนังและปอดได้ ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออาจจะตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ หรือสูดหายใจเอาตัวยาเข้าไป (ดูหัวข้อ ข้อควรระวัง)

แจ้งหมอของคุณทันที หากอาการของคุณทรุดลง (อย่างเช่น เกิดก้อนเนื้อในหน้าอก)

วิธีเก็บรักษายาทามอคซิเฟน

ยาทามอคซิเฟนจะเก็บรักษาได้ดีที่สุดในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา คุณไม่ควรเก็บยาทามอคซิเฟนในห้องน้ำหรือช่อแช่แข็ง อาจมียาทามอคซิเฟนหลายยี่ห้อที่ต้องการการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอในการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ของยาสำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาทามอคซิเฟนลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ นอกจากว่าได้รับคำแนะนำดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการทิ้งยาของคุณอย่างไรให้ปลอดภัย

รู้จักกับข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาทามอคซิเฟน

ในการตัดสินใจใช้ยา จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักของประโยชน์และความเสี่ยงของการรับประทานยา นี่คือการตัดสินใจที่คุณและแพทย์จะต้องทำ สำหรับยาตัวนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

อาการแพ้

บอกหมอของคุณ หากคุณเคยมีอาการผิดปกติหรืออาการแพ้ใดๆ ต่อยาตัวนี้ หรือยาตัวอื่นๆ นอกจากนี้ คุณควรบอกผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพของคุณทราบ หากคุณมีอาการแพ้ประเภทอื่นๆ เช่น อาหาร สีย้อม สารกันบูดหรือสัตว์ สำหรับผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อ่านฉลากหรือส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด

ผู้สูงอายุ

ไม่มีงานวิจัยในการใช้ยาหลายชนิดในผู้สูงอายุ ดังนั้น มันอาจยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ประสิทธิภาพของยาได้ผลตรงกับที่เกิดในผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่าหรือไม่ แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลเฉพาะในการเปรียบเทียบการใช้ยาทามอคซิเฟน ในผู้สูงอายุกับกลุ่มอายุอื่นๆ คาดกันว่ายาตัวนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือปัญหาที่แตกต่างกันในผู้สูงอายุมากกว่าที่เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่

ความปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับวิธีใช้ยาตัวนี้ ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ทุกครั้งโปรดปรึกษากับหมอของคุณ เพื่อประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยา

รู้จักกับผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาทามอคซิเฟน

เข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที หากคุณมีสัญญาณใดๆ ก็ตามของปฏิกิริยาภูมิแพ้ โรคลมพิษ ปัญหาในการหายใจ อาการบวมบนใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นและคอ

หยุดใช้ยาทามอคซิเฟน และโทรแจ้งหมอของคุณทันที หากคุณมีผลข้างเคียงรุนแรง ได้แก่

  • อาการชาหรืออ่อนแรงฉับพลัน โดยเฉพาะบริเวณฝั่งใดฝั่งหนึ่งของร่างกาย
  • มีอาการปวดหัว สับสน ปัญหาการมองเห็น การพูดและการทรงตัวอย่างรุนแรง
  • เจ็บหน้าอก ไอฉับพลัน หายใจลำบาก หายใจเร็ว ชีพจรหัวใจเต้นเร็ว
  • มีอาการเจ็บ บวม ร้อนหรือรอยแดงที่ขาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • อาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร กระหายน้ำมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง สับสน และรู้สึกเหนื่อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • มีความผิดปกติของการตกเลือดหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอด
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • อาการเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกราน
  • มองเห็นไม่ชัด เจ็บตา หรือมองเห็นรัศมีวงกลมรอบดวงไฟ
  • เกิดรอยฟกช้ำได้ง่าย อาการเลือดออกผิดปกติ (จมูก ปาก ช่องคลอดหรือลำไส้) มีจุดสีแดงหรือสีม่วงใต้ผิวหนัง
  • เป็นไข้ สั่น เจ็บตามร่างกาย อาการหวัด
  • ก้อนเนื้อในหน้าอก หรือ
  • เจ็บกระเพาะส่วนบน อาการคัน ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระเป็นสีเทา ดีซ่าน (ผิวหนังและดวงตาเป็นสีเหลือง)

อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงเกิดขึ้น ได้แก่

  • ตัวร้อนวูบวาบ
  • เจ็บกระดูกหรือข้อหรือเจ็บเนื้องอก
  • อาการบวมที่มือและเท้า
  • ช่องคลอดแห้งหรือระคายเคือง
  • แรงขับเคลื่อนทางเพศลดลง การไร้สมมรถภาพทางเพศ หรือมีปัญหาในการถึงจุดสุดยอด
  • ปวดหัว เวียนหัว ซึมเศร้า หรือ
  • ผมร่วง

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆเกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ

รู้จักกับปฏิกิริยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาทามอคซิเฟนอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาของยา คุณควรจดรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (ทั้งยาที่ต้องใช้ใบสั่งยา ยาที่ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร) และให้หมอและเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากหมอ

ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ หมอของคุณอาจตัดสินใจไม่รักษาคุณพร้อมกับยาตัวนี้หรือเปลี่ยนชนิดยาที่คุณกำลังรับประทานอยู่

  • ยาอะมิแฟมพรีดิน (Amifampridine)
  • ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole)
  • ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
  • ยาเนลฟินาเวียร์ (Nelfinavir)
  • ยาไพเพอราควิน (Piperaquine)
  • ยาโพซาโคนาโซล (Posaconazole)
  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)

ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกันในบางกรณี หากมียาที่ถูกจ่ายพร้อมกับยาตัวนี้ หมอของคุณอาจเปลี่ยนตัวยา หรือจำนวนครั้งของการใช้ยาตัวหนึ่ง หรือตัวยาทั้งสองชนิด

  • ยาอะบิราเทโรน อะซีเตท (Abiraterone Acetate)
  • ยาอะเซโนคูมารอล (Acenocoumarol)
  • ยาอะนาเกรไลด์ (Anagrelide)
  • ยาอะพรีพิแทนท์ (Aprepitant)
  • ยาอะริพิพราโซล (Aripiprazole)
  • ยาบูเซเรลิน (Buserelin)
  • ยาคาร์บามาเซพิน (Carbamazepine)
  • ยาเซริทินิบ (Ceritinib)
  • ยาคลอโพรมาซิน (Chlorpromazine)
  • ยาคลาริโทรมายซิน (Clarithromycin)
  • ยาโคลบาแซม (Clobazam)
  • ยาโคบิซิสแทท (Cobicistat)
  • ยาคริโซตินิบ (Crizotinib)
  • ยาไซโครโฟสฟาไมด์ (Cyclophosphamide)
  • ยาเดบราเฟนิบ (Dabrafenib)
  • ยาเดลามานิด (Delamanid)
  • ยาเดซิพรามีน (Desipramine)
  • ยาเดสโลเรลิน (Deslorelin)
  • ยาดิคูมารอล (Dicumarol)
  • ยาดอมเพริดอน (Domperidone)
  • ยาเอสซิตาโลแพรม (Escitalopram)
  • ยาเอสลิคาร์บาเซพิน อะซีเตท (Eslicarbazepine Acetate)
  • ยาฟลูโอรัวราซิล (Fluorouracil)
  • ยาฟลูออกเซติน (Fluoxetine)
  • ยาฟลูฟีนาซีน (Fluphenazine)
  • ยาฟลูวอคซามีน (Fluvoxamine)
  • ยาโฟซาพีพิแทนท์ (Fosaprepitant)
  • ยาเจนิสทีน (Genistein)
  • ยาโกนาโดเรลิน (Gonadorelin)
  • ยาโกเซเรลิน (Goserelin)
  • ยาฮิสเตรลิน (Histrelin)
  • ยาไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ยาไอพริฟลาโวน (Ipriflavone)
  • ยาไอวาบราดีน (Ivabradine)
  • ยาลิวโพรดีน (Leuprolide)
  • ยาเมโทเทรเซต (Methotrexate)
  • ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole)
  • ยาไมโทมายซิน (Mitomycin)
  • ยาไมโทเทน (Mitotane)
  • ยามอคซิโฟรซาซิน (Moxifloxacin)
  • ยานาฟาเรลิน (Nafarelin)
  • ยานิโลทานิบ (Nilotinib)
  • ยานิทิซิโนน (Nitisinone)
  • ยาออนดานเซตรอน (Ondansetron)
  • ยาพาโรเซติน (Paroxetine)
  • ยาพาซิเรโอไทด์ (Pasireotide)
  • ยาพาโซพานิบ (Pazopanib)
  • ยาเฟนโพรคูมอน (Phenprocoumon)
  • ยาพริมิดอน (Primidone)
  • ยาคิวทิอาไพน์ (Quetiapine)
  • สมุนไพร เรด โคลเวอร์ (Red Clover)
  • ยาไรโตนาเวียร์ (Ritonavir)
  • ยาเซอร์ทราไลน์ (Sertraline)
  • ยาเซโวฟลูเรน (Sevoflurane)
  • ยาซิลทูซิแมบ (Siltuximab)
  • สมุนไพรเซนต์ จอห์น วอรท์ (St John’s Wort)
  • ยาทริปโทเรลิน (Triptorelin)
  • ยาวานเดทานิบ (Vandetanib)
  • ยาเวบูราเฟนิบ (Vemurafenib)
  • ยาวินฟลูไนน์ (Vinflunine)

การใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาใดๆ ดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางประการ แต่การใช้ยาร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากยาเหล่านี้ถูกจ่ายให้พร้อมกันจากหมอของคุณ หมอของคุณอาจเปลี่ยนตัวยา หรือจำนวนครั้งของการใช้ยาตัวหนึ่ง หรือตัวยาทั้งสองชนิด

  • ยาอัลเดสลิวคิน (Aldesleukin)
  • ยาอะมิโนกลูเตทิไมด์ (Aminoglutethimide)
  • ยาอะนาสโตรโซล (Anastrozole)
  • ยาเบคซาโรทีน (Bexarotene)
  • ยาเลโทรโซล (Letrozole)
  • ยาไรแฟมพิน (Rifampin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาทามอคซิเฟนอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ ถึงปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรค

ยาทามอคซิเฟนอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ ปฏิกิริยานี้อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกรรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

สำหรับผู้ป่วย

  • ปัญหาเกี่ยวกับเลือด หรือ
  • ต้อกระจกหรือปัญหาตาอื่นๆ ยาทามอคซิเฟน อาจก่อให้เกิดปัญหาเหล่านี้
  • ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ยาทามอคซิเฟน สามารถเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้

เมื่อใช้ยาตัวนี้ในการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม ในผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูง หรือผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ศูนย์ (DCIS)

  • การเกิดลิ่มเลือด (หรือเคยมีประวัติ) หรือ
  • โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (หรือเคยมีประวัติ) หรือ
  • หลอดเลือดในสมองแตก หรือ
  • มะเร็งมดลูก อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการใช้ยาทามอคซิเฟน

ทำความเข้าใจขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติมก่อนใช้ยาตัวนี้

ขนาดยาทามอคซิเฟนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทามอคซิเฟนสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งเต้านม

สำหรับการรักษามะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายในผู้หญิงและผู้ชาย

รับประทาน 20 ถึง 40 มิลลิกรัม ควรแบ่งขนาดยาเท่า ๆ กัน หากมีการรับประทานยาขนาด 20 มิลลิกรัมขึ้นไป (ช่วงเช้าและช่วงเย็น)

สำหรับการรักษาผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ศูนย์ หลังการผ่าตัดเต้านมและฉายรังสี

รับประทาน 20 มิลลิกรัม ทุกวัน เป็นเวลา 5 ปี

เพื่อลดการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับมะเร็งเต้านม

รับประทาน 20 มิลลิกรัม ทุกวัน เป็นเวลา 5 ปี

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งเต้านม-ทางเลือกเสริม

สำหรับการรักษา มะเร็งเต้านมที่ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ในผู้หญิงวัยหมดระดูที่ผ่าตัดเต้านมออกบางส่วนหรือทั้งหมด การผ่าตัดรักแร้และการฉายรังสีที่หน้าอก:

รับประทาน 10 มิลลิกรัม 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 5 ปี

ขนาดยาทามอคซิเฟนสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งเต้านม-บรรเทาอาการ

รับประทาน 10 ถึง 20 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวัน

อาจไม่มีการตอบสนองในทางที่ดีให้เห็นชัดเป็นเวลาหลายเดือนหลังเริ่มการรักษา

ขนาดยาทามอคซิเฟนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กที่เป็นโรค McCune-Albright

สำหรับการใช้ในเด็กผู้หญิงวัย 2 ถึง 10 ปี ที่เป็นโรค McCune-Albright และภาวะเจริญพันธุ์ก่อนวัย:

20 มิลลิกรัม วันละครั้ง ระยะการรักษามากสุด 12 เดือน

ขนาดยาสำหรับเด็กที่เป็นภาวะเจริญพันธุ์ก่อนวัย (Precocious Puberty)

สำหรับการใช้ในเด็กผู้หญิงวัย 2 ถึง 10 ปี ที่เป็นโรค McCune-Albright และภาวะเจริญพันธุ์ก่อนวัย:

20 มิลลิกรัม วันละครั้ง ระยะการรักษามากสุด 12 เดือน

รูปแบบยา

ยาทามอคซิเฟน มีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้ ได้แก่

  • ยาน้ำสำหรับรับประทาน: 10 มิลลิกรัม/5 มิลลิลิตร (150 มิลลิลิตร)
  • ยาเม็ด: 10 มิลลิกรัม; 20 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นหรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

อาการของการใช้ยาเกินขนาด ได้แก่

  • ส่วนหนึ่งของร่างกายเกิดการสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
  • ทรงตัวไม่ได้
  • เวียนหัว

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาทามอคซิเฟน กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามขนาดยาครั้งที่แล้ว และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ขั้นตอนสำคัญที่อาจช่วยให้คุณรอดจากมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม คือโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลก โรคนี้ยังป้องกันไม่ได้ แต่เราก็สามารถสังเกตความผิดปกติของเต้านมเบื้องต้นได้ ด้วย วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

เมโธเทรกเซท (Methotrexate)

เมโธเทรกเซท (Methotrexate) จะเข้าแทรกแซงการเจริญเติบโตของเซลล์บางชนิดภายในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เช่น เซลล์มะเร็ง และเซลล์ผิว

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มีนาคม 3, 2019 . 1 min read

ตรวจยีนมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Genetic Testing)

ตรวจยีนมะเร็งเต้านม คือการทดสอบเลือดเพื่อตรวจหายีนที่เกิดความผิดปกติ ที่ชื่อว่า BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
สุขภาพ ก-ฮ, ตรวจสุขภาพ ก-ฮ มกราคม 21, 2019 . 1 min read

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer)

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือโรคมะเร็งที่มีจุดกำเนิดมาจากเนื้อเยื่อในเต้านม แต่ในกรณีหายาก มะเร็งเต้านมก็อาจมีจุดกำเนิดจากส่วนอื่นของเต้านมได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ธันวาคม 12, 2018 . 1 min read

บทความแนะนำ

หัวนม-ผู้ชาย

ไขข้อสงสัย ผู้ชาย มี หัวนม เอาไว้ทำอะไรกัน ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 16, 2020 . 2 mins read
หน้าอก-เลือกเสื้อชั้นใน-วิธีวัดขนาดหน้าอก

สาว ๆ ควรรู้ เลือกเสื้อชั้นใน แบบไหน ถึงจะเหมาะกับหน้าอกของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 26, 2020 . 4 mins read
ภาวะหน้าอกไม่เท่ากัน-โรคมะเร็งเต้านม

ภาวะหน้าอกไม่เท่ากัน ทำให้สาวๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 21, 2020 . 2 mins read
ภาวะผู้ชายหน้าอกโต-ฮอร์โมนร่างกาย-ผิดปกติ

ภาวะผู้ชายหน้าอกโต เพราะฮอร์โมนในร่างกาย ผิดปกติจริงหรอ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 26, 2019 . 2 mins read