นิโมดิปีน (Nimodipine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 7 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ นิโมดิปีน

นิโมดิปีน ใช้สำหรับ

นิโมดิปีน (Nimodipine) ใช้สำหรับรักษาเพื่อลดปัญหาเนื่องจากอาการเลือดออกในสมองบางชนิด เช่น เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง ยานิโมดิปีนเป็นยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blocker) นิโมดิปีนถูกให้ทำงานโดยการผ่อนคลายหลอดเลือดในสมองใกล้กับบริเวณที่มีเลือดออกเพื่อให้เลือดสามารถไหลได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความเสียหายของสมองอื่นๆ ที่จะได้รับผลกระทบ

โดยธรรมชาติของร่างกายมักจะตอบสนองต่ออาการเลือดออกตามธรรมชาติ ด้วยการหดของหลอดเลือดให้ตีบแคบลงเพื่อชะลอการไหลเวียนของเลือด แต่สำหรับอาการเลือดออกในสมองนั้น การหยุดเลือดที่ไหล จะสร้างความเสียหายต่อสมองได้มากกว่าจึงมีการนำนิโมดิปีนเข้ามาช่วยบรรเทาอาการนี้

วิธีการใช้ นิโมดิปีน

  • ใช้ยานิโมดิปีนทันทีที่เริ่มมีอาการเลือดออกในสมอง ตามปกติคือภายใน 4 วัน รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมง หรือตามที่แพทย์กำหนด
  • หากคุณใช้ยาเม็ดควรรับประทานพร้อมกับน้ำเปล่าอย่างเพียงพอ (8 ออนซ์หรือ 240 มล.)
  • อย่าล้มตัวลงนอนภายใน 10 นาที หลังจากรับประทานยา
  • กลืนยาลงไปทั้งเม็ด ไม่ควรบด แบ่ง หรือเคี้ยวยา
  • หากคุณใช้ยาแคปซูล ควรรับประทานนิโมดิปีนอย่างน้อยก่อนหรือหลังมื้ออาหาร 1-2 ชั่วโมง หรือตามที่แพทย์กำหนด กลืนยาแคปซูลลงไปทั้งเม็ด ถ้าไม่สามารถกลืนได้ อาจเจาะรูที่แคปซูล แล้วใช้เข็มฉีดยาดูดยาน้ำภายในแคปซูลออกมาแล้วรับประทานหรือให้ยาผ่านทางสายให้อาหาร (nasogastric tube) โดยใช้กระบอกฉีดยา อย่าผสมสารในแคปซูลนี้กับยาอื่นๆ เพราะอาจทำให้ยามีประสิทธิภาพเปลี่ยนแปลง
  • หากใช้ยาชนิดน้ำ (สารละลายสำหรับรับประทาน) ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง ด้วยเครื่องมือหรือช้อนสำหรับตวงยา ไม่ควรใช้ช้อนธรรมดาเพราะอาจได้ขนาดยาไม่ถูกต้อง รับประทานนิโมดิปีนอย่างน้อยก่อนหรือหลังมื้ออาหาร 1-2 ชั่วโมงอาจใช้ยาผ่านสายให้อาหาร หากคุณให้ยาผ่านทางสายให้อาหาร โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อมูลวิธีการใช้ยา
  • อย่ารับประทานยาลดกรดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนหรือหลังรับประทานยานิโมดิปีน เพราะอาจทำให้ยาไม่ทำงาน
  • ปริมาณยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้นิโมดิปีนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด เพื่อช่วยเตือนความจำ ควรรับประทานในระยะเวลาเดียวกันของทุกวัน อย่าหยุดรับประทานนิโมดิปีนเเม้ว่าคุณจะมีอาการที่ดีขึ้นเเล้วก็ตาม

อย่าหยุดใช้ยานี้อย่างกะทันหันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการของคุณอาจจะแย่ลง หากหยุดใช้ยาเร็วเกินไป

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการรุนแรงขึ้น หรือมีอาการแย่ลง

การเก็บรักษา นิโมดิปีน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งนิโมดิปีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นิโมดิปีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นิโมดิปีน

  • ก่อนใช้ยานิโมดิปีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยาที่มีส่วนประกอบของนิโมดิปีน และแพ้ต่อยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ ที่มีโครงสร้างไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine) เช่น แอมโลดิปีน (amlodipine) หรือไนเฟดิปีน (nifedipine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะอาการเจ็บหน้าอก หรือเริ่มมีอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน ความดันโลหิตต่ำ รวมถึงอาการบาดเจ็บที่หัว และโรคตับ

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะหรือง่วงซึม งดใช้ยานพาหนะ หรือใช้เครื่องจักร รวมถึงการทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัว และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากแพทย์ 

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เเจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และสมุนไพรอื่นๆ )

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียน หรืออาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า อาการวิงเวียนนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มได้

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เท่าที่จำเป็น ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของยาชนิดนี้

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า นิโมดิปีนอาจซึมเข้าไปในน้ำนมมารดาได้หรือไม่ ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรี ที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

นิโมดิปีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นิโมดิปีน

อาการที่สามารถพบได้ทั่วไป มีดังนี้

  • อาจเกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด หน้าแดง
  • อาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดัง ต่อไปนี้

  • หมดสติ วิงเวียนขั้นรุนแรง
  • หัวใจเต้นช้าหรือเร็ว
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องอืด
  • ไม่สามารถอุจจาระได้นานกว่า 3 วัน
  • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ)
  • หายใจติดขัด

เพื่อลดอาการวิงเวียนศีรษะ ค่อยๆ ลุกขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากท่านั่งหรือนอน เป็นท่ายืน

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานหรือเเย่ลง เเจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

คุณอาจเห็นเปลือกยาเม็ดเมื่อถ่ายอุจจาระ ผลดังกล่าวไม่เป็นอันตรายเพราะร่างกายของคุณได้ดูดซึมยาเเล้ว

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีสรรพคุณในการรักษามากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียงเพิ่มเติม โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับนิโมดิปีน ได้แก่

ยาอื่นอาจส่งผลกระทบต่อการกำจัดยานิโมดิปีนออกจากร่างกายและส่งผลต่อการทำงานของยานี้ คือ

  • ไซเมทิดีน (cimetidine)
  • ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) เช่น ไอทราโคนาโซล (itraconazole) ยาปฏิชีวนะแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น อิริโทรมัยซิน (erythromycin)
  • ยาไรฟามัยซิน (rifamycins) เช่น ไรฟาบูติน (rifabutin)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ท
  • ยารักษาอาการชัก เช่น คาร์บาเมเซพีน (carbamazepine) หรือเฟนีโทอิน (phenytoin) และอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจจะมีส่วนผสม ที่สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ หรือระดับความดันโลหิตได้ แจ้งให้เภสัชกรทราบ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ และสอบถามวิธีใช้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen)

นิโมดิปีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น คุณควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นิโมดิปีนอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหรือดื่มน้ำเกรปฟรุต ขณะที่กำลังใช้ยานี้ เพราะเกรปฟรุตสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงของยานี้ได้ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นิโมดิปีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นิโมดิปีน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (Subarachnoid Hemorrhage)

  • 60 มก. รับประทาน หรือให้ยาทางสายให้อาหาร ทุกๆ 4 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาของการรักษา : 21 วัน

คำแนะนำ

  • ควรเริ่มต้นการรักษาภายใน 96 ชั่วโมง เมื่อเริ่มมีอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง
  • ควรหลีกเลี่ยงการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำและวิธีการฉีดยาอื่นๆ

การใช้งาน

  • เพื่อเพิ่มผลการทำงานของสมอง (neurological outcome) โดยการลดอาการและความรุนแรงของการขาดเลือด ในผู้ป่วยที่มีอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง จากหลอดเลือดโป่งพองภายในสมองแตก (ruptured intracranial berry aneurysms) โดยไม่คำนึงถึงระยะหลังชักของสภาวะทางระบบประสาท เช่น แบบประเมินความรุนแรงของฮันท์และเฮส (Hunt and Hess Grades) ระดับ I ถึง V

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง (cirrhosis) : 30 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • ควรเฝ้าระวังความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจอย่างใกล้ชิดระหว่างการรักษา
  • หากจำเป็นควรพิจารณาการหยุดใช้ยา

การปรับขนาดยา

  • ใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำหรือยายับยั้งเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3 เอ 4 แบบแรง (strong CYP450 3A4 inducers/inhibitors) : หลีกเลี่ยงการใช้
  • ใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3 เอ 4 แบบปานปลางหรือเบา ให้เฝ้าสังเกตประสิทธิภาพ และอาจพิจารณาเพิ่มปริมาณยานี้
  • ใช้ร่วมกับยายับยั้งเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3 เอ 4 แบบปานปลางหรือเบา : ควรพิจารณาการลดปริมาณหากเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • สำหรับการรับประทานยา ควรรับประทาน 1-2 ชั่วโมง ก่อนหรือหลังมื้ออาหาร
  • ควรหลีกเลี่ยงยาที่ผสมอัลคาไลน์ (Alkaline mixtures) ก่อนและหลังจากรับประทานยานิโมดิปีน
  • ยาแบบรับประทานนั้นควรจำกัดไว้ใช้กับการใช้ภายในเท่านั้น (เช่น รับประทาน หรือให้ทางสายให้อาหาร)
  • หลังจากให้ยาทางสายให้อาหาร ควรล้างกระบอกฉีดยาด้วยน้ำเกลือ 0.9% 20 ถึง 30 มล. เพื่อล้างเอายาที่เหลืออยู่ให้เข้าสู่กระเพาะอาหาร
  • ยานิโมดิปีนแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำนั้น สามารถให้ในช่วงระหว่างการระงับความรู้สึกหรือการผ่าตัด

การเก็บรักษา

  • ยาแคปซูล : เก็บให้พ้นจากแสงและช่องแช่แข็ง
  • ยาสารละลายสำหรับรับประทาน : เก็บให้พ้นจากแสง ห้ามแช่ตู้เย็น
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน : เก็บให้พ้นจากความชื้นและแสง
  • ยาสำหรับฉีด : เก็บให้พ้นจากแสงและช่องแช่แข็ง

เทคนิคการคืนรูปหรือการเตรียมการ

  • สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาแคปซูล อาจให้ยาสำหรับรับประทานได้ด้วยการใช้กระบอกฉีดยาดูดเอาเจลภายในแคปซูลออกมา และให้ผ่านทางสายให้อาหาร

ความเข้ากันของการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (IV compatibility)

  • ควรมีการศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต

ทั่วไป

  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของเกรปฟรุต ระหว่างการรักษา
  • ไม่แนะนำการรักษาสำหรับอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลางแบบมีแผล (traumatic subarachnoid hemorrhage) เนื่องจากยังไม่มีการพิสูจน์ประโยชน์

การเฝ้าระวัง

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรทราบว่ายานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนและควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะหรือใช้เครื่องจักรหากเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากตั้งครรภ์ ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของเกรปฟรุตระหว่างการรักษา

ขนาด นิโมดิปีน สำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับสิ่งที่สำคัญคือต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาน้ำสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานนิโมดิปีน ควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read