ริสเพอร์ดาล® (Risperdal®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้

ริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน) ใช้สำหรับ

ริสเพอร์ดาล® (Risperdal®) เป็นยาในกลุ่มของยาต้านอาการทางจิตรุ่นที่ 2 (atypical antipsychotics) ยานี้ทำงานโดยการเปลี่ยนการทำงานของสารตามธรรมชาติบางชนิดภายในสมอง

ริสเพอร์ดาล® ใช้เพื่อรักษาอาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น

  • โรคจิตเภท (Schizophrenia) อาการป่วยทางจิตที่ทำให้เกิดอาการกระวนกระวายใจหรือความคิดที่ผิดปกติ หมดความสนใจในชีวิต และอารมณ์ที่รุนแรงหรือไม่เหมาะสม
  • ช่วงอารมณ์คลุ้มคลั่ง (Episodes of mania) คลุ้มคลั่ง ตื่นเต้นผิดปกติ หรือหงุดหงิด) หรือมีช่วงอารมณ์ผสมผสาน (มีอาการของช่วงคลุ้มคลั่งและซึมเศร้าพร้อมๆ กัน)
  • โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) จิตอารมณ์คลุ้มคลั่งและซึมเศร้า (manic depressive disorder) ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดช่วงอารมณ์ซึมเศร้า ช่วงอารมณ์คลุ้มคลั่ง และช่วงอารมณ์ผิดปกติอื่นๆ
  • ปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม เช่น ก้าวร้าว ทำให้ตนเองบาดเจ็บ และอารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของผู้ที่เป็นโรคออทิซึม (autism) ซึ่งเป็นสภาวะที่ทำให้เกิดพฤติกรรมซ้ำๆ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ยาก และมีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสาร

วิธีการใช้ริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน)

สำหรับยาเม็ดแบบรับประทาน คุณควรจะ

  • รับประทานริสเพอร์ดาล®ตามที่แพทย์กำหนด ในเรื่องเกี่ยวกับ ขนาดยาและตารางการใช้ยา
  • ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลบนฉลากยาที่คุณไม่เข้าใจ
  • ใช้หลอดหยดยาที่แถมมา เพื่อตวงริสเพอร์ดาล®รูปแบบสารละลายสำหรับรับประทาน คุณสามารถรับประทานยาสารละลายนั้นพร้อมกับน้ำเปล่า น้ำส้ม กาแฟ หรือนมไขมันต่ำ อย่ารับประทานยาสารละลายพร้อมกับชาหรือน้ำอัดลม
  • อย่าดันเม็ดยาแตกตัวสำหรับรับประทานออกมาจากแผงยา ควรเช็ดมือให้แห้งและลอกแผ่นฟอยด์บนแผงยาออก แกะยาออกมาแล้ววางบนลิ้นอย่างรวดเร็ว เม็ดยาจะค่อยๆ ละลาย และสามารถกลืนลงไปได้พร้อมกับหรือปราศจากน้ำ อย่าเคี้ยวหรือบดเม็ดยา

การเก็บรักษาริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน)

ริสเพอร์ดาล® ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ริสเพอร์ดาล® บางชนิดอาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งริสเพอร์ดาล®ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน)

ก่อนใช้ยานี้ คุณควรจะทราบว่า

  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม (dementia) ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองที่ส่งผลกระทบกับความจำ ความคิดอย่างชัดเจน การสื่อสาร และการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และยังอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และลักษณะนิสัย ที่กำลังใช้ยาระงับอาการทางจิต (ยารักษาอาการป่วยทางจิต) เช่น ริสเพอร์ดาล® อาจจะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตระหว่างการรักษาเพิ่มขึ้น
  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม อาจจะมีโอกาสมากกว่าที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (mini stroke) ระหว่างการรักษา
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณต้องรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน
  • ริสเพอร์ดาล® อาจทำให้คุณง่วงซึม อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร
  • คุณอาจจะมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) ขณะที่กำลังใช้ยานี้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นโรคเบาหวานอยู่
  • หากคุณเป็นโรคจิตเภท คุณมักจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน มากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคจิตเภท และใช้ริสเพอร์ดาล® หรือยาที่คล้ายคลึงกัน ที่อาจจะเพิ่มความเสี่ยงนี้
  • ริสเพอร์ดาล® อาจทำให้ร่างกายของคุณเย็นลงได้ยากขึ้นเมื่อร่างกายร้อนหรืออุ่นขึ้นจากที่ร่างกายเย็นมาก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณวางแผนที่จะออกกำลังกายอย่างหนัก หรือเปิดรับอุณภูมิสูงหรือต่ำ
  • ริสเพอร์ดาล® อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด และหมดสติเมื่อคุณลุกขึ้นจากท่านอนเร็วเกินไป

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ริสเพอร์ดาล® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน)

ริสเพอร์ดาล® อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการเหล่านี้รุนแรงหรือไม่หายไป

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ท้องร่วง
  • ท้องผูก
  • แสบร้อนกลางอก
  • ปากแห้ง
  • น้ำลายเพิ่มขึ้น
  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • ปวดท้อง
  • วิตกกังวล
  • กระสับกระส่าย
  • ร้อนรน
  • ฝันมากกว่าปกติ
  • นอนหลับได้ยากหรือนอนหลับไม่สนิท
  • เต้านมโตขึ้นหรือมีสารคัดหลั่งจากเต้านม
  • ประจำเดือนมาช้าหรือขาดประจำเดือน
  • สมรรถภาพทางเพศลดลง
  • มีปัญหากับการมองเห็น
  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ
  • ผิวแห้งหรือเปลี่ยนสี
  • ปัสสาวะติดขัด

ผลข้างเคียงบางอย่างอาจจะรุนแรง หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ หรือเกิดผลข้างเคียงที่อยู่ในส่วนของคำเตือนที่สำคัญ หรือส่วนของข้อควรระวังพิเศษ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

  • เป็นไข้
  • กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
  • สับสน
  • ชีพจรเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • เหงื่อออก
  • การเคลื่อนไหวของใบหน้าหรือร่างกายผิดปกติ
  • หมดสติ
  • อาการชัก
  • การเคลื่อนไหวเชื่องช้าหรือเดินลากขาไปมา
  • ผดผื่น
  • ลมพิษ
  • คัน
  • หายใจติดขัดหรือกลืนลำบาก
  • อวัยวะเพศชายแข็งตัวแบบมีอาการปวดหรือนานหลายชั่วโมง

ริสเพอร์ดาล® อาจทำให้เด็กมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ และอาจทำให้เด็กชายหรือวัยรุ่นชายมีขนาดเต้านมใหญ่ขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงในการใช้ยานี้กับเด็ก

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ริสเพอร์ดาล® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants)
  • ยาคาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine) อย่างเทเกรทอล (Tegretol)
  • ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) อย่างทากาเมต (Tagamet)
  • ยาโคลซาปีน (Clozapine) อย่างโคลซาริล (Clozaril)
  • ยาโดพามีน อะโกนิสต์ (Dopamine agonists) เช่น ยาโบรโมคริปทีน (bromocriptine) อย่างพาร์โลเดล (Parlodel) ยาคาเบอร์โกลีน (cabergoline) อย่างดอสทิเน็กซ์ (Dostinex) ยาเลโวโดพา (levodopa) อย่างโดพาร์ (Dopar) หรือลาโรโดพา (Larodopa) ยาเพอร์โกไลด์ (pergolide) อย่างเพอร์แมกซ์ (Permax) และยาโรพินิโรล (ropinirole) อย่างเรควิป (Requip)
  • ยารักษาโรควิตกกังวล ความดันโลหิตสูง หรืออาการชัก
  • ยารักษาอาการป่วยทางจิต
  • ยาพารอกเซทีน (Paroxetine) อย่างพาซิล (Paxil)
  • ยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) อย่างลูมินอล (Luminal) หรือซอลโฟทอน (Solfoton)
  • ยาฟีนีลโทอิน (Phenytoin) อย่างไดแลนทิน (Dilantin)
  • ยาควินิดีน (Quinidine) อย่างควินากลูต (Quinaglute) หรือควินิเดกซ์ (Quinidex)
  • ยารานิทิดีน (Ranitidine) อย่างแซนแทค (Zantac)
  • ยาไรแฟมพิน (Rifampin) อย่างไรฟาดิน (Rifadin) หรือไรแมคเทน (Rimactane)
  • ยากล่อมประสาท
  • ยานอนหลับ
  • ยาคลายเครียด (Tranquilizers)
  • กรดวาโพรลิก (Valproic acid) อย่างเดพาโคต (Depakote) หรือเดพาเคน (Depakene)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์สามารถเพิ่มอาการง่วงซึมที่เกิดจากยานี้ได้ อย่าดื่มสุราขณะที่กำลังใช้ริสเพอร์ดาล®

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ริสเพอร์ดาล® อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) ความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการเคลื่อนไหวลำบาก การควบคุมกล้ามเนื้อลำบาก และการทรงตัวลำบาก
  • ภาวะคอเลสเตอรอลสูง (Dyslipidemia)
  • เซลล์เม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำหรือจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในเลือดลดลง
  • กลืนลำบาก
  • โรคมะเร็งเต้านม
  • อาการปวดเค้นหน้าอก (Angina)
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
  • โรคหัวใจล้มเหลว
  • โรคหัวใจวาย
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • อาการชัก
  • โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคตับ
  • โรคเบาหวาน

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน) สำหรับผู้ใหญ่

โรคจิตเภท (ขนาดยาต่อวัน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2 มก.
  • การปรับขนาดยา 1-2 มก.
  • ขนาดยาเป้าหมาย 4-8 มก.
  • ช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ 4-16 มก.

โรคอารมณ์สองขั้วช่วงอารมณ์คลุ้มคลั่ง (ขนาดยาต่อวัน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2-3 มก.
  • การปรับขนาดยา 1 มก.
  • ขนาดยาเป้าหมาย 1-6 มก.
  • ช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ 1-6 มก.

อาการหงุดหงิดในโรคออทิสติก (autistic disorder) (ขนาดยาต่อวัน)

ขนาดยาเริ่มต้น

  • 25 มก. สามารถเพิ่มขนาดยา 0.5 มก. ใน 4 วัน (น้ำหนักตัวน้อยกว่า 20 กก.)
  • 5 มก. สามารถเพิ่มขนาดยา 1 มก. ใน 4 วัน (น้ำหนักตัวมากกว่าหรือเท่ากับ 20 กก.)

การปรับขนาดยาหลังจากวันที่ 4 ของการให้ยา ปรับทุกๆ 2 อาทิตย์ขึ้นไป

  • 25 มก. (น้ำหนักตัวน้อยกว่า 20 กก.)
  • 5 มก. (น้ำหนักตัวมากกว่าหรือเท่ากับ 20 กก.)

ขนาดยาเป้าหมาย

  • 5 มก. (น้ำหนักตัวน้อยกว่า 20 กก.)
  • 1 มก. (น้ำหนักตัวมากกว่าหรือเท่ากับ 20 กก.)

ช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ 0.5-3 มก.

ขนาดยาของริสเพอร์ดาล® (ยาริสเพอริโดน) สำหรับเด็ก

โรคจิตเภท วัยรุ่น (ขนาดยาต่อวัน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.5 มก.
  • การปรับขนาดยา 0.5-1 มก.
  • ขนาดยาเป้าหมาย 3 มก.
  • ช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ 1-4 มก.

โรคอารมณ์สองขั้วช่วงอารมณ์คลุ้มคลั่ง เด็กและวัยรุ่น (ขนาดยาต่อวัน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.5 มก.
  • การปรับขนาดยา 0.5-1 มก.
  • ขนาดยาเป้าหมาย 1-2.5 มก.
  • ช่วงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ 1-6 มก.

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 6 มก. 8 มก. 10 มก. ยาสารละลาย (ยาน้ำ) 1มก./ 1มล. และยาเม็ดแบบแตกตัว (ยาเม็ดละลายอย่างรวดเร็วภายในปาก) สำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ทำความรู้จักกับ ภาวะสิ้นยินดี ความผิดปกติทางอารมณ์ที่เฉยชากับทุกสิ่ง

หากเราเคยมีความรู้สึกเฉยๆโดยเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้ทั้งเศร้าหรือยินดีแต่อย่างใดนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงทางจิตใจที่เรียกว่า ภาวะสิ้นยินดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

คิดมาก หวาดระแวง เป็นปัญหาสุขภาพจิตหรือเปล่า

ความ หวาดระแวง (paranoia) เป็นความคิดและความรู้สึกเสมือนกับว่าคุณถูกคุกคาม และมักกังวลว่าจะได้รับอันตราย ถูกทำร้าย แม้ว่าความจริงจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พิมพร เส็นติระ

พฤติกรรมและอาการแปลกๆ สัญญาณเบื้องต้นที่อาจนำไปสู่ โรคจิตเภท

โรคจิตเภท จะทำให้ผู้ป่วยมีความคิด ความรู้สึก และการกระทำที่ผิดปกติไปจากเดิม แต่ละคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไม่เหมือนกัน และอาการนั้นสามารถเป็นๆ หายๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เธียรธัช มีโภคา

โรคชอบสะสมสิ่งของ ไม่ใช่เรื่องของนักสะสม แต่เป็นความบกพร่องทางจิต

โรคชอบสะสมสิ่งของ เป็นโรคที่คนๆ หนึ่งชอบสะสมสิ่งของเป็นจำนวนมากและเก็บมันอย่างไร้ระบบระเบียบ แม้ว่าสิ่งของเหล่านั้นจะไร้ประโยชน์แล้วก็ตาม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา

บทความแนะนำ

โรคฝันร้าย-ปัญหาการนอนหลับ-อาการ-สาเหตุ

โรคฝันร้าย ไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะมันอาจส่งผลต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020 . 4 mins read
โรคศพเดินได้-อาการทางจิต

โรคศพเดินได้ อาการทางจิต ที่หลงคิดว่าตัวเอง ตายไปแล้ว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020 . 2 mins read
โรคอลิซในดินแดนมหัศจรรย์-โรคทางจิต

จากจอหนัง สู่ชีวิตจริง! โรคอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ ที่คุณควรรู้จัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 6, 2020 . 2 mins read
โรคหลายบุคลิก

ทำความเข้าใจ โรคหลายบุคลิก อาการทางจิตที่มาพร้อมความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มกราคม 6, 2020 . 4 mins read