เทสโทสเตอโรน (Testosterone)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

Know the basics

ยาเทสโทสเตอโรนใช้สำหรับ

ยาเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ใช้กับผู้ชายและเด็กผู้ชายเพื่อรักษาภาวะที่เกิดจากการขาดฮอร์โมนชนิดนี้ เช่น ภาวะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้ากว่าปกติ (delayed puberty) ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (impotence) หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลอื่นๆ ยานี้ยังสามารถใช้ได้ในผู้หญิงเพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านมที่ลุกลามไปยังส่วนอื่นในร่างกาย

วิธีการใช้ยาเทสโทสเตอโรน

แพทย์จะเป็นผู้ให้ยานี้โดยการฉีดยาหรือฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง

การเก็บรักษายาเทสโทสเตอโรน

ยาเทสโทสเตอโรนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเทสโทสเตอโรนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเทสโทสเตอโรนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเทสโทสเตอโรน

คุณไม่ควรใช้ยาเทสโทสเตอโรนหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคหรืออยู่ในภาวะดังต่อไปนี้

  • โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • โรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย
  • โรคหัวใจขั้นร้ายแรง
  • โรคตับขั้นรุนแรง
  • โรคไตขั้นรุนแรง
  • หากคุณตั้งครรภ์หรืออาจจะตั้งครรภ์

เพื่อให้แน่ใจว่ายาเทสโทสเตอโรนนั้นปลอดภัยสำหรับคุณ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะต่อมลูกหมากโต
  • โรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • เคยเป็นโรคหัวใจกำเริบ โรคหลอดเลือดสมอง หรือลิ่มเลือด
  • ระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือดชนิดหนึ่ง) สูง
  • โรคมะเร็งเต้านม (ในผู้ชายหรือในผู้หญิงที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง [hypercalcemia])
  • โรคตับหรือโรคไต
  • หากคุณเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงหรือมีอาการป่วยอื่นๆ
  • หากคุณกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) ยาคูมาดิน (Coumadin) หรือยาแจนโทเวน (Jantoven)

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์เสมอเพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเทสโทสเตอโรน

  • อาการปวด
  • รอยแดง หรือบวมที่บริเวณแขนหรือขา
  • การรับรสชาติเปลี่ยนแปลง
  • หายใจติดขัด
  • ปวดเต้านม
  • ไอ
  • ระคายเคืองที่เหงือกหรือปาก
  • เลือดออกตามไรฟัน
  • ร้องไห้
  • มีรอยด่างบนผิว
  • ท้องร่วง
  • หมดกำลังใจ
  • วิงเวียน
  • ปากแห้ง
  • เต้านมโต
  • กลัวหรือประหม่า
  • รู้สึกเศร้าหรือรู้สึกว่างเปล่า
  • ปวดเหงือกหรือมีแผลที่เหงือก
  • ตอบสนองไวหรือมีการแสดงออกทางอารมณ์เกินจริง
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดท้อง หรือรู้สึกไม่สบายที่ท้อง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเทสโทสเตอโรนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

  • ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่นยาวาฟาริน)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทสโทสเตอโรนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเทสโทสเตอโรนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคมะเร็ง (เช่นโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชาย โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก)
  • ลิ่มเลือด (เช่นที่ขา ปอด)
  • โรคหัวใจ (เช่น หัวใจล้มเหลว ปวดหน้าอก หัวใจวาย) โรคหลอดเลือดสมอง
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea)
  • โรคเบาหวาน

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเทสโทสเตอโรนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้ากว่าปกติในเพศชาย

  • สำหรับยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ยาเทสโทสเตอโรน เอแนนเทต (Testosterone Enanthate) 50 ถึง 200 มก. ทุกๆ 2 ถึง 4 สัปดาห์ เป็นเวลา 4 ถึง 6 เดือน
  • สำหรับยาสำหรับฝัง 2 เม็ด (แต่ละเม็ดมียาเทสโทสเตอโรนขนาด 75 มก.) ฝังใต้ผิวหนังทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน ระยะเวลาการรักษา 4 ถึง 6 เดือน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม

สำหรับยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ยาเทสโทสเตอโรน เอแนนเทต 200 ถึง 400 มก. ทุกๆ 2 ถึง 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ (hypogonadism) ในผู้ชาย

สำหรับยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

  • ยาเทสโทสเตอโรน อันเดคาโนเอตต (Testosterone Undecanoate) 750 มก. (3 มล.) ตามด้วย 750 มก. (3 มล.) หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ แล้วจึงใช้ยาในขนาด 750 มก. (3 มล.) ทุกๆ 10 สัปดาห์หลังจากนั้น
  • ยาเทสโทสเตอโรน เอแนนเทต และไซไพโอเนต (Cypionate) 50 ถึง 400 มก. ทุกๆ 2 ถึง 4 สัปดาห์

สำหรับยาสำหรับฝัง 2 ถึง 6 เม็ด (ในแต่ละเม็ดมีขนาด 75 มก.) ฝังใต้ผิวหนังทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน

ขนาดยาเทสโทสเตอโรนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสำหรับฉีดและยาสำหรับฝัง

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดอาจมีดังนี้

  • มองเห็นไม่ชัด
  • ปวดหัว
  • ชัก
  • พูดไม่ชัด
  • ไม่สามารถพูดได้อย่างเฉียบพลันและรุนแรง
  • ตาบอดชั่วคราว
  • อ่อนแรงที่แขนหรือขาด้านหนึ่งของร่างกายอย่างเฉียบพลันและรุนแรง

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 5 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read