เทอร์บินาฟีน (Terbinafine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาเทอร์บินาฟีนใช้สำหรับ

ยาเทอร์บินาฟีน (Terbinafine) มักจะใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อราบางชนิดที่บริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ยานี้ยังอาจใช้สำหรับสภาวะอื่นตามที่แพทย์กำหนด

ยาเทอร์บินาฟีนเป็นยาต้านเชื้อรา ยานี้ทำงานโดยการฆ่าเชื้อราที่มีปฏิกิริยาไวต่อยา

วิธีการใช้ยาเทอร์บินาฟีน

ใช้ยาเทอร์บินาฟีนตามที่แพทย์กำหนด ควรอ่านฉลากยาเพื่อรับทราบคำแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง

วิธีการใช้ยาเม็ด สามารถรับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก รับประทานยาในเวลาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับโรคของคุณ คุณอาจจะยังไม่เห็นประโยชน์เต็มที่ของยาเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากหยุดการรักษา รวมถึงเวลาที่ใช้สำหรับให้เล็บที่สุขภาพดียาวขึ้น

วิธีการใช้น้ำยาทาเล็บ ทายาก่อนนอน เว้นเสียแต่แพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น ทำความสะอาดเล็บที่มีอาการและเช็ดให้แห้ง แล้วจึงทายาบางๆ

อย่าทาน้ำยาทาเล็บลงบนแผล หรือผิวหนังที่มีแผลหรือบาดเจ็บ

ใช้น้ำยาทาเล็บจนกว่าเล็บใหม่ที่สุขภาพที่จะยาวขึ้นมาเว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น โดยปกติคือ 6 ถึง 12 เดือนขึ้นอยู่กับโรคของคุณ

เพื่อให้การติดเชื้อของคุณหายไปอย่างสมบูรณ์ ควรใช้ยาเทอร์บินาฟีนจนครบกำหนดการรักษา ควรใช้ยานี้ต่อไปแม้ว่าอาการของคุณจะดีขึ้นก่อนที่จะเสร็จสิ้นการรักษา

การเก็บรักษายาเทอร์บินาฟีน

ยาเทอร์บินาฟีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเทอร์บินาฟีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเทอร์บินาฟีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเทอร์บินาฟีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาเทอร์บินาฟีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีภาวะสุขภาพอื่นๆ
  • หากคุณเคยมีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือตับ โรคลูปัส (lupus) โรคซึมเศร้า (depression) โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ิดหรือภาวะพึ่งพาแอลกอฮอล์ (dependence) หรือปัญหาเกี่ยวกับเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง (anemia)
  • หากคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ
  • หากคุณมีอาการวิงเวียนขณะที่กำลังใช้ยาเทอร์บินาฟีน ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าขับรถหรือทำกิจกรรมที่อาจจะไม่ปลอดภัย
  • หากคุณกำลังใช้ยาที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือหากคุณรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก เช่น กาแฟ ชา โกโก้ โคล่า หรือช็อกโกแลต

ยาเทอร์บินาฟีนนั้นจะมีใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อราเพียงเท่านั้น ยานี้จะไม่ได้ผลกับการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหวัด

อย่าใช้ยามากกว่าขนาดที่แนะนำหรือใช้ยานอนกว่าที่กำหนดโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ควรใช้ยาเทอร์บินาฟีนจนครบกำหนดการรักษา หากคุณใช้ยาไม่ครบกำหนดอาจทำให้ไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อไปได้อย่างสมบูรณ์ เชื้อราอาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้น้อยลง และทำให้รักษาการติดเชื้อนั้นได้ยากขึ้นในอนาคต

ผู้ป่วยที่ใช้ยาเทอร์บินาฟีนอาจจะเกิดปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรงมาก เช่น กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) หรือ โรคท็อกซิกอีพิเดอร์มัลเนโครไลซิส (toxic epidermal necrolysis) ที่มีทั้งอาการผื่นผิวหนัง โดยมีหรือไม่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ปอด ไต และ/หรือ หัวใจ ปฏิกิริยานี้สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ควรรับการรักษาในทันทีหากผิวของคุณมีอาการรอยแดง บวม แผลผุพอง หรือผิวลอก เป็นไข้ ตาแดงหรือระคายเคืองดวงตา มีแผลภายในปาก คอ จมูก หรือดวงตา หรือต่อมน้ำเหลืองบวม (โดยมีหรือไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นอื่นๆ)

ยาเทอร์บินาฟีนอาจลดความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ หรือหนาวสั่น

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยา เทอร์บินาฟีนก่อนรับการรักษาทราบการแพทย์ ทันตกรรม การรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือการผ่าตัด

เคยมีรายงานแจ้งพบอาการการรับรสชาติเปลี่ยนแปลง เช่น สูญเสียการรับรส หรือการได้กลิ่นเปลี่ยนแปลง เช่น สูญเสียการได้กลิ่น ในผู้ป่วยที่ใช้ยาเทอร์บินาฟีน อาการเหล่านี้อาจจะหายไปหลังจากหยุดใช้ยาเทอร์บินาฟีน แต่อาการเหล่านี้อาจจะยังคงอยู่เป็นเวลานาน (มากกว่า 1 ปี) หรืออาจจะกลายเป็นอาการถาวรได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีอาการการได้กลิ่นเปลี่ยนแปลง การรับรสเปลี่ยนแปลง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยที่ไม่ต้องการ วิตกกังวล อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่นมีอาการของโรคซึมเศร้า

ยาเทอร์บินาฟีนอาจจะทำให้คุณมีอาการแดดเผาได้ง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หลอดไฟอัลตราไวโอเลต หรือตู้อบผิวแทน จนกว่าคุณจะทราบว่าคุณมีปฏิกิริยาต่อยาเทอร์บินาฟีนอย่างไร ทาครีมกันแดดหรือสวมเสื้อผ้าป้องกันหากคุณอยู่นอกบ้านเป็นเวลานาน

ในนานๆ ครั้ง ยาเทอร์บินาฟีนอาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับที่รุนแรงหรือถึงแก่ชีวิตได้ หากอาการนั้นเกิดขึ้น ผู้ป่วยที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือเคยเป็นโรคตับเรื้อรังมาก่อนแล้วอาจจะมีอาการรุนแรงมากกว่า โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อสงสัยหรือข้อกังวลอื่นๆ เพิ่มเติม

น้ำยาทาเล็บนั้นสำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น อย่าให้ยาเข้าในดวงตา จมูก หรือปาก หากน้ำยาเข้าในบริเวณเหล่านี้ควรรีบล้างออกด้วยน้ำเย็น

คุณสามารถทายาทาเล็บทับบริเวณที่ทาน้ำยาทาเล็บได้

ควรสวมถุงมือขณะที่กำลังใช้น้ำหรือสารเคมีเพื่อหลีกเลี่ยงการเผลอล้างน้ำยาทาเล็บออกไป ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะล้างมือ ควรใส่สำลีไว้ในถุงมือด้วย

น้ำยาทาเล็บนั้นสามารถติดไฟได้ อย่าเก็บหรือใช้ยานี้ใกล้กับไฟหรือใช้ขณะสูบบุหรี่

คุณอาจต้องทำการตรวจในห้องทดลอง รวมถึงการทดสอบสมรรถภาพตับและการตรวจความสมบูร์ของเม็ดเลือดขณะที่กำลังใช้ยาเทอร์บินาฟีน ผลการตรวจเหล่านี้อาจใช้เพื่อเฝ้าระวังสภาวะของคุณหรือเพื่อตรวจหาผลข้างเคียง ควรไปตามนัดของแพทย์และห้องทดลองทุกครั้ง

ควรใช้ยาเทอร์บินาฟีนด้วยความระมัดระวังอย่างมากเมื่อใช้ยานี้กับเด็ก ยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยากับเด็ก

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเทอร์บินาฟีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเทอร์บินาฟีน

ยาทุกชนิดนั้นอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียง แต่คนจำนวนมากนั้นอาจจะไม่มีผลข้างเคียงหรือมีผลข้างเคียงระดับเบา โปรดติดต่อแพทย์หากผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปเหล่านี้ไม่หายไปหรือรบกวนคุณ

  • ท้องร่วง
  • มีแก๊ส
  • ปวดหัว
  • อาหารไม่ย่อย
  • ปวดท้องระดับเบา
  • คลื่นไส้

ควรรับการรักษาในทันทีหากมีผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ อาการคัน หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น เสียงแหบผิดปกติ)
  • แสบร้อน ชา หรือเป็นเหน็บ
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ (เช่น ซึมเศร้า ร้อนรน เศร้า รู้สึกไร้ค่า)
  • อาการของโรคลูปัส (lupus) อาการใหม่หรืออาการแย่ลง (เช่น ผดผื่นรูปผีเสื้อที่ใบหน้า ปวดข้อ ชัก สีผิวเปลี่ยน มีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดผิดปกติ)
  • ผิวซีดหรือเนื้อใต้เล็บซีด
  • มีอาการปวดหรืออาการกดเจ็บที่กล้ามเนื้อหรือข้อต่ออย่างรุนแรง
  • ปวดท้องอย่างรุนแรงหรือบ่อยครั้ง (โดยมีหรือไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน)
  • ปัญหาเกี่ยวกับการนอน
  • อาการของปัญหาเกี่ยวกับตับ (เช่น ปัสสาวะสีคล้ำ เบื่ออาหาร อุจจาระสีซีด คลื่นไส้อาเจียนอย่างหาสาเหตุไม่ได้หรือบ่อยครั้ง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ
  • เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • การมองเห็นหรือการได้ยินเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเทอร์บินาฟีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • อะมิโอดาโรน (Amiodarone) ไซเมธิดีน (cimetidine) ฟลูโคนาโซล (fluconazole) หรือคีโตโคนาโซล (ketoconazole) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงของยาเทอร์บินาฟีน
  • ยาไรแฟมพิน (Rifampin) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะลดประสิทธิภาพของยาเทอร์บินาฟีน
  • ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmics) เช่นยาฟลีเคไนด์ (flecainide) หรือยาโพรพาฟีโนน (propafenone) ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) เช่นเมโธโพรลอล (metoprolol) ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (dextromethorphan) ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มเอ็มเอโอไอ (monoamine oxidase inhibitors) เช่น ยาเซเลจิลีน (selegiline) ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ (selective serotonin reuptake inhibitors) เช่น ฟลูออกเซทีน (fluoxetine) หรือยาต้านซึกเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) หรือเดซิพรามีน (desipramine) เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงของยาเหล่านี้อาจจะเพิ่มขึ้นเพราะยาเทอร์บินาฟีน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น วาฟาริน (warfarin) เนื่องจากประสิทธิภาพของยาเหล่านี้อาจจะลดลงหรือความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะยาเทอร์บินาฟีน
  • ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporine) หรือ ยาทาม็อกซิเฟน (tamoxifen) เนื่องจากประสิทธิภาพของยาเหล่านี้อาจจะลดลงเนื่องจากยาเทอร์บินาฟีน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทอร์บินาฟีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเทอร์บินาฟีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเทอร์บินาฟีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อราที่เล็บ (Onychomycosis) – เล็บมือ

ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา

การติดเชื้อราที่เล็บมือ 6 สัปดาห์

การติดเชื้อราที่เล็บเท้า 12 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อราที่เล็บ – เล็บเท้า

ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา

การติดเชื้อราที่เล็บมือ 6 สัปดาห์

การติดเชื้อราที่เล็บเท้า 12 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกลากที่ศีรษะ (Tinea Capitis)

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกลากที่ลำตัว (Tinea Corporis)

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคสังคัง

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 ถึง 6 สัปดาห์

ขนาดยาเทอร์บินาฟีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคกลากที่ศีรษะ

อายุ 4 ปีขึ้นไป

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

น้ำหนักน้อยกว่า 25 กก. 125 มก. รับประทานวันละครั้ง

น้ำหนัก 25 ถึง 35 กก. 187.5 มก. รับประทานวันละครั้ง

น้ำหนักมากกว่า 35 กก. 250 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 6 สัปดาห์

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รายงาน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2563

จากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลอัพเดต ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2563 มาฝากกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
Coronavirus, COVID-19 มิถุนายน 4, 2020

สุดยอด วิตามินและอาหารเสริม สำหรับไมเกรน

วิตามินและอาหารเสริม สำหรับไมเกรน นั้นมีหลายชนิด เช่น เมลาโทนิน วิตามินบี 2 วิตามินดี ซึ่งแต่ละชนิดมีส่วนช่วยในเรื่องของไมเกรน แต่บางคนก็อาจไม่เหมาะสม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

ใครชอบทาลิปมันมาทางนี้! เช็กสิ คุณเข้าขั้น เสพติดลิปมัน หรือเปล่า

ใครที่ชอบทาลิปมัน ซื้อลิปมันบ่อยจนเพื่อนทัก ลองเช็กสิ คุณเข้าขั้น เสพติดลิปมัน แล้วหรือเปล่า และถ้าไม่อยากติดลิปมันควรทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้คุณแล้ว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

แนวทาง การบำบัดไมเกรน ด้วยแสงสีเขียว แนวทางใหม่ที่อาจช่วยบำบัดไมเกรนได้

การบำบัดไมเกรน ด้วยแสงสีเขียว เป็นการบำบัดที่ ให้ผู้ป่วยนั่งอยู่ในห้องที่มีแสงสีเขียว ที่ได้การกรองสีอื่นๆ ออกไปแล้ว ช่วยให้บางคนมีอาการปวดหัวไมเกรนดีขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

บทความแนะนำ

สมุนไพรคลายเครียด-ลดความกังวล-ป้องกันซึมเศร้า

สมุนไพรคลายเครียด ลดความกังวล ป้องกันซึมเศร้า ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020
เสพข่าวมากเกินไป-อันตราย-สุขภาพจิต

ระวัง เสพข่าวมากเกินไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพจิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020
วิธีรักษาและป้องกัน-ริมฝีปากไหม้แดด

ริมฝีปากไหม้แดด จนดำคล้ำ ปวดแสบร้อน รักษาและป้องกันยังไงได้บ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020
ประโยชน์ของ-เครื่องเดินวงรี-ข้อควรระวังในการใช้งาน

ประโยชน์ของ เครื่องเดินวงรี ที่รู้แล้วคุณจะหลงรักเครื่องออกกำลังกายนี้มากขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020