เทโมโซโลไมด์ (Temozolomide)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาเทโมโซโลไมด์ใช้สำหรับ

ยาเทโมโซโลไมด์ (Temozolomide) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งสมองบางประเภท ยาเทโมโซโลไมด์อยู่ในกลุ่มแอคิเลทติ้ง เอเจนท์ (alkylating agents) ยานี้ทำงานโดยการชะลอหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

วิธีการใช้ยาเทโมโซโลไมด์

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือ วันละครั้งตามกำหนดการรักษา ควรกลืนยาแคปซูลลงไปทั้งเม็ดพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว (8 ออนซ์หรือ 240 มล.) อย่าบด เคี้ยว หรือแกะเปิดยาแคปซูลออก หากคุณอาการหลังจากรับประทานยา อย่ารับประทานยาเพิ่ม ควรรอและรับประทานยาครั้งถัดไปตามกำหนดการปกติ เพื่อลดอาการคลื่นไส้และอาเจียนควรรับประทานยาเทโมโซโลไมด์ขณะท้องว่างหรือก่อนนอน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน โดยยึดเวลาของมื้ออาหารเป็นหลัก เช่น 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 3 ชั่วโมงหลังจากมื้ออาหาร ก็ควรรับประทานยาเวลาเดียวกันทุกวัน

ขนาดยาและตารางการรักษาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ ส่วนสูง น้ำหนัก และการตอบสนองต่อการรักษา ควรทำตามแนวทางการใช้ยาของแพทย์อย่างระมัดระวัง เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรทำเครื่องหมายไว้บนปฏิทินเพื่อเตือนความจำเวลาที่ควรใช้ยาครั้งถัดไป

แพทย์ยังอาจจะสั่งให้คุณให้คุณใช้ยาอื่น เช่น ยาปฏิชีวนะ) เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อหรือผลข้างเคียง ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับวิธีการใช้ยาทั้งหมดอย่างเคร่งครัด

อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยานี้บ่อยกว่าหรือนานกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้นและความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงจะเพิ่มขึ้นด้วย

หากยาแคปซูลนั้นเปิดออกหรือเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ ควรหลีกเลี่ยงการสูดดมยาหรือให้ยาสัมผัสกับผิวหนังของคุณ หากยาสัมผัสกับคุณควรล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาด เนื่องจากยานี้สามารถดูดซึมผ่านทางผิวหนังและปอดได้และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่อาจจะตั้งครรภ์ไม่ควรสัมผัสกับยานี้หรือสูดดมผงจากยาแคปซูล

การเก็บรักษายาเทโมโซโลไมด์

ยาเทโมโซโลไมด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเทโมโซโลไมด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเทโมโซโลไมด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเทโมโซโลไมด์

ก่อนใช้ยาเทโมโซโลไมด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาดาคาร์บาซีน (dacarbazine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับไต ปัญหาเกี่ยวกับตับ ปัญหาเกี่ยวกับเลือดออกหรือปัญหาเกี่ยวกับเลือด

ยาเทโมโซโลไมด์สามารถทำให้คุณมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นหรือทำให้อาการติดเชื้อที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ เช่น โรคอีสุกอีใส โรคหัด หรือไข้หวัดใหญ่ โปรดปรึกษาแพทย์หากคุณมีการติดชื้อเมื่อเร็วๆ นี้หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่เพิ่งรับวัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรใช้ของมีคมด้วยความระมัดระวัง เช่น มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรม เช่น กีฬาที่ต้องมีการสัมผัสซึ่งกันและกัน

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนได้ การดื่มแอลกอฮอล์หรือกการใช้กัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และควรปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชา

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ผู้หญิงและผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและมีรอยช้ำหรือเลือดออกง่ายขึ้น

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ คุณไม่ควรตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยานี้ เพราะยาเทโมโซโลไมด์อาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงควรสอบถามถึงวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือขณะที่กำลังใช้ยานี้ หากคุณหรือคนรักของคุณตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์ในทันทีเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยานี้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากโอกาสของความเสี่ยงต่อทารก จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเทโมโซโลไมด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเทโมโซโลไมด์

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร
  • มีแผลที่ปาก
  • การรับรสชาติเปลี่ยนแปลง
  • ท้องผูก
  • เหนื่อยล้า
  • วิงเวียน
  • นอนไม่หลับ
  • ปวดหัว

อาการคลื่นไส้อาเจียนนั้นอาจจะรุนแรงได้ ในบางกรณี แพทย์อาจจะสั่งยาให้คุณใช้เพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการคลื่นไส้และวิงเวียน

การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อ ไม่รับประทานอาหารก่อนการรักษา หรือจำกัดการทำกิจกรรมอาจจะช่วยลดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

การใช้ยานี้ อาจก่อให้เกิดอาการผมร่วงชั่วคราว แต่ผมจะกลับมายาวตามปกติหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา

ผู้ที่ใช้ยานี้อาจจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้นั่นเป็นเพราะว่าแพทย์ได้พิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง การเฝ้าระวังอย่างระมัดระวังจากแพทย์อาจจะช่วยลดความเสี่ยงได้

แม้ว่ายาเทโมโซโลไมด์จะใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็ง ในบางกรณียานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งประเภทอื่นได้ นอกจากนี้ ยาเทโมโซโลไมด์ยังมีส่วนในการไปลดการทำงานของไขกระดูก ผลนี้อาจนำไปสู่ภาวะจำนวนเซลล์เม็ดเลือดต่ำ เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ลดความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อ หรือทำให้เกิดรอยช้ำหรือเลือดออกง่ายขึ้น

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • เหนื่อยล้าผิดปกติ
  • ผิวซีด
  • มีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่นเจ็บคอไม่ยอมหาย เป็นไข้ หนาวสั่น)
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • อาการของตับเสียหาย (เช่น ปวดท้อง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ)

รับการรักษาในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังนี้

  • อาการชัก
  • การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่ ยากรดนาลิดิซิก (nalidixic acid)

ยาเทโมโซโลไมด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทโมโซโลไมด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเทโมโซโลไมด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเทโมโซโลไมด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเนื้องอกแอนนาพลาสติก แอสโตรไซต์โตมา (Anaplastic Astrocytoma)

ยารับประทาน

– ขนาดยาเริ่มต้น 150 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

– ขนาดยาปกติ 200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วันติดต่อกันสำหรับรอบการรักษา 28 วัน

ฉีดยาเข้าหลอดเลือดำ

– ขนาดยาเริ่มต้น 150 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 90 นาที วันละครั้ง

– ขนาดยาปกติ 200 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 90 นาที วันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วันติดต่อกันสำหรับรอบการรักษา 28 วัน

คำแนะนำ

-ควรเพิ่มขนาดยาไปที่ 200 มก./ตารางเมตร หากค่าต่ำสุดของค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลในวันที่ใช้ยา (วันที่ 29 หรือวันที่ 1 ของรอบถัดไป) นั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 100 × 10(9)/ลิตร

– ควรตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count) ในวันที่ 22 (21 วันหลังจากใช้ยาครั้งแรก) หรือภายใน 48 ชั่วโมงของวันนั้น และทุกสัปดาห์จนกระทั่งค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลนั้นมากกว่า 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่า 100 × 10(9)/ลิตร

– ไม่ควรเริ่มการรักษารอบถัดไปจนกว่าค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลและจำนวนเกล็ดเลือดนั้นจะมากกว่าระดับเหล่านี้

– ในการทดลองทางการแพทย์ ควรดำเนินการรักษาอย่างต่อจนถึงสูงสุด 2 ปี ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงระยะเวลาการรักษาที่ดีที่สุด

-อาจดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่องจนอาการรุนแรงขึ้น

การใช้งาน

โรคเนื้องอกแอนนาพลาสติก แอสโตรไซต์โตมาดื้อยาที่มีอาการรุนแรงขึ้นในสูตรยาที่ประกอบด้วยยาไนโตรโซยูเรีย (nitrosourea) และโพรคาร์เบซีน (procarbazine)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์เม (Glioblastoma Multiforme)

ใช้ร่วมกับการฉายรังสีบำบัดเฉพาะที่ (focal radiotherapy)

ยารับประทาน

75 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 42 วัน

ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ

75 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 90 นาที วันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 42 วัน

คำแนะนำ

– ไม่มีการลดขนาดยาที่แนะนำในช่วงระหว่างการใช้ยาร่วมกัน

– การระงับหรือหยุดการใช้ยาอาจจะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับความเป็นพิษ

– ควรดำเนินการรักษาอ่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 42 วันในช่วงระหว่างการใช้ยาร่วมกัน จนถึง 49 วัน หากตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดดังต่อไปนี้ หากค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลมากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 × 10(9)/ลิตร จำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 100 × 10(9)/ลิตร เกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไป (common toxicity criteria) ของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดนั้นน้อยกว่าหรือเท่ากันระดับ 1

– ควรตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดทุกสัปดาห์ระหว่างการรักษา

– จำเป็นต้องทำการป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมซิสติส (Pneumocystis pneumonia) ระหว่างการใช้ยานี้ร่วมกับการฉายรังสีบำบัด และควรจะทำการป้องกันต่อไปสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะจำนวนลิมโฟซัยต์น้อย (lymphocytopenia) จนกว่าหายดี

การรักษาด้วยยาเพียงชนิดเดียว

รอบที่ 1

ยารับประทาน

150 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วัน ตามด้วยหยุดการรักษานาน 23 วัน

ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ

150 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 90 นาที วันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วัน ตามด้วยหยุดการรักษานาน 23 วัน


รอบที่ 2-6

ยารับประทาน

200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วันแรกของแต่ละรอบการรักษา

ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ

200 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 90 นาที วันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วันแรกของแต่ละรอบการรักษา

คำแนะนำ

-เมื่อเริ่มต้นการรักษารอบที่ 2 ควรเพิ่มขนาดยาขึ้นมาที่ 200 มก./ตารางเมตร ถ้าหากเกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไปของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดในรอบที่ 1 นั้นน้อยกว่าหรือเท่ากันระดับ 2 (ยกเว้นอาการผมร่วง คลื่นไส้ และอาเจียน) ค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลมากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 x 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 100 x 10(9)/ลิตร

-ขนาดยายังคงอยู่ที่ 200 มก./ตารางเมตร สำหรับรอบที่ 2 จนถึง 6 นอกเสียจากว่าจะเกิดความเป็นพิษขึ้น

-หากไม่ได้เพิ่มขนาดยาตั้งแต่เริ่มต้นรอบที่ 2 ก็ไม่ควรเพิ่มขนาดยาในรอบหลังจากนั้น

-ควรตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดในวันที่ 22 หรือภายใน 48 ชั่วโมงของวันนั้นในแต่ละรอบและแต่ละสัปดาห์จนกระทั่งค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลนั้นมากกว่า 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่า 100 × 10(9)/ลิตร ไม่ควรเริ่มการรักษารอบถัดไปจนกว่าค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลและจำนวนเกล็ดเลือดนั้นจะมากกว่าระดับเหล่านี้

-การลดขนาดยาควรขึ้นอยู่กับค่าจำนวนเม็ดเลือดต่ำที่สุดและความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดที่รุนแรงที่สุดในระหว่างรอบก่อนหน้านี้

การใช้งาน

-เพื่อรักษาโรคมะเร็งไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์เมที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยร่วมกับการฉายรังสีบำบัดแล้วจึงการรักษาเพื่อประคับประคอง

การปรับขนาดยาสำหรับไต

อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา แต่ยังไม่มีการแนะนำแนวทางการปรับขนาดยาอย่างเฉพาะเจาะจง ควรระมัดระวัง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา แต่ยังไม่มีการแนะนำแนวทางการปรับขนาดยาอย่างเฉพาะเจาะจง ควรระมัดระวัง

การปรับขนาดยา

  • โรคมะเร็งไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์เม

การใช้ยาร่วมกัน

การระงับการรักษา

-ค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 และน้อยดว่า 1.5 x 10(9)/ลิตร

-จำนวนเกล็ดเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 10 และน้อยกว่า 100 x 10(9)/ลิตร

-เกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไปของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือด (ยกเว้นอาการผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน) ระดับ 2

หยุดการรักษา

-ค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลน้อยกว่า 0.5 x 10(9)/ลิตร

-จำนวนเกล็ดเลือดน้อยกว่า 10 x 10(9)/ลิตร

-เกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไปของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดระดับ 3 หรือ 4

ระยะการประคับประคองการรักษา

ลดขนาดยาลงมา 1 ระดับ

-ควรลดขนาดยาลงมาที่ 100 มก./ตารางเมตร ก่อนเกิดความเป็นพิษ

-ค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลน้อยกว่า 1.0 x 10(9)/ลิตร

-จำนวนเกล็ดเลือดน้อยกว่า 50 x 10(9)/ลิตร

-เกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไปของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดระดับ 3

หยุดการรักษา

-หากจำเป็นต้องลดขนาดยาลงมาต่ำกว่า 100 มก./ตารางเมตร

-หากยังคงเกิดเกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไปของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดระดับ 3 ขึ้นอีกครั้งหลังจากลดขนาดยา

-เกณฑ์ความเป็นพิษทั่วไปของความเป็นพิษที่ไม่เกี่ยวกับเลือดระดับ 4

  • โรคเนื้องอกอานาพลาสติก แอสโตรไซต์โตมา

การลดขนาดยา

-หากค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลต่ำกว่า 1.0 x 10(9)/ลิตร หรือจำนวนเกล็ดเลือดน้อยกว่า 50 x 10(9)/ลิตรในช่วงระหว่างรอบการรักษาใดๆ ควรลดขนาดยาของรอบถัดไปลงมา 50 มก./ตารางเมตร แต่ไม่ควรต่ำกว่า 100 มก./ตารางเมตร

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน

-ควรกลืนยาแคปซูลลงไปทั้งเม็ดพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว

-ควรมีความสอดคล้องของกับให้ยาโดยคำนึงถึงอาหาร

-เพื่อลดอาการคลื่นไส้และอาเจียน ควรรับประทานยาขณะท้องว่าง

-หากเกิดอาการอาเจียนหลังจากให้ยา ไม่ควรให้ยาครั้งอีกครั้งภายในวันนั้น

-ควรให้ยาก่อนนอน

การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ

– ดึงยาออกมาในปริมาณที่เหมาะสมและถ่ายเทยาเข้าไปในถุงสำหรับ infusion ขนาด 25 มล

-หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 90 นาทีโดยใช้เครื่องปั๊ม

-ควรล้างสายยางก่อนและหลังจากหยอดยาทุกครั้ง หยอดยาเข้าสู่หลอดเลือดดำเท่านั้น

-สามารถให้ยาในสายเดียวกันกับโซเดียมคลอไรด์ 0.9% สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำเท่านั้น

การเก็บรักษา

ยาสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

-ก่อนผสมยา ควรเก็บไว้ในตู้เย็น

-หลังจากผสมยาแล้ว ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิห้อง ยาที่ผสมแล้วควรใช้ภายใน 14 ชั่วโมงรวมเวลาในการหยอดยา

เทคนิคในการคืนรูปยาหรือเตรียมยา

ยาสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

-ทำให้ขวดยาอยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนคืนผสมยา

-ผสมยาโดยใช้น้ำเกลือสำหรับฉีด 41 มล. แล้วหมุนวนขวดเบาๆ อย่าเขย่าขวด

-ควรตรวจสอบขวดยาเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ หากมีฝุ่นละออง ไม่ควรใช้ยา

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-อาจให้ยาแก้อาเจียนก่อน จนถึง และ/หรือ หลังจากการให้ยา

-หากยาแคปซูลนั้นเปิดอยู่หรือเสียหาย ควรระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมหรือให้ยาสัมผัสกับผิวหรือเยื่อเมือก

ขนาดยาเทโมโซโลไมด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคเนื้องอกแอนนาพลาสติก แอสโตรไซต์โตมา

อายุน้อยกว่า 3 ปี: ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

อายุ 3 ปีขึ้นไปและยังไม่เคยได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด:

200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วัน ตามด้วยหยุดการรักษานาน 23 วัน

เคยได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด:

ขนาดยาเริ่มต้น 150 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาปกติ 200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วันแรกของรอบการรักษาแต่ละครั้ง

คำแนะนำ

-ควรเพิ่มขนาดยาในรอบที่ 2 สำหรับผู้ป่วยที่เคยรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหากไม่มีความเป็นพิษต่อเลือด

-หากค่าต่ำสุดของค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลในวันที่ใช้ยา (วันที่ 29 หรือวันที่ 1 ของรอบถัดไป) นั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 100 × 10(9)/ลิตร อาจเพิ่มขนาดยาไปที่ 200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 5 วันติดต่อกันต่อรอบการรักษา 28 วัน

-ในช่วงระหว่างการรักษา ควรตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดในวันที่ 22 (21 วันหลังจากใช้ยาครั้งแรก) หรือภายใน 48 ชั่วโมงของวันนั้น และทุกสัปดาห์จนกระทั่งค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลนั้นมากกว่า 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่า 100 × 10(9)/ลิตร ไม่ควรเริ่มการรักษารอบถัดไปจนกว่าค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลและจำนวนเกล็ดเลือดนั้นจะมากกว่าระดับเหล่านี้

-หากค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลนั้นต่ำกว่า 1.0 × 10(9)/ลิตร หรือจำนวนเกล็ดเลือดต่ำกว่า 50 × 10(9)/ลิตร ในช่วงระหว่างรอบใดๆ รอบการรักษาถัดไปควรลดขนาดยาลงมา 50 มก./ตารางเมตร แต่ไม่ควรต่ำกว่าขนาดยาต่ำสุดที่แนะนำที่ 100 มก./ตารางเมตร

-อาจดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่องจนอาการรุนแรงขึ้นหรือจนถึงสูงสุด 2 ปี

การใช้งาน

-สำหรับโรคมะเร็งไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์เมหรือโรคเนื้องอกแอนนาพลาสติก แอสโตรไซต์โตมาที่กำเริบหรือมีอาการรุนแรงขึ้น

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมะเร็งไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์เม

อายุน้อยกว่า 3 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

อายุ 3 ปีขึ้นไป

ยังไม่เคยได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วัน ตามด้วยหยุดการรักษานาน 23 วัน

เคยได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

ขนาดยาเริ่มต้น 150 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาปกติ 200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 5 วันแรกของรอบการรักษาแต่ละครั้ง

คำแนะนำ

-ควรเพิ่มขนาดยาในรอบที่ 2 สำหรับผู้ป่วยที่เคยรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหากไม่มีความเป็นพิษต่อเลือด

-หากค่าต่ำสุดของค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลในวันที่ใช้ยา (วันที่ 29 หรือวันที่ 1 ของรอบถัดไป) นั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่าหรือเท่ากับ 100 × 10(9)/ลิตร อาจเพิ่มขนาดยาไปที่ 200 มก./ตารางเมตร รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 5 วันติดต่อกันต่อรอบการรักษา 28 วัน

-ในช่วงระหว่างการรักษา ควรตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดในวันที่ 22 (21 วันหลังจากใช้ยาครั้งแรก) หรือภายใน 48 ชั่วโมงของวันนั้น และทุกสัปดาห์จนกระทั่งค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลนั้นมากกว่า 1.5 × 10(9)/ลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดนั้นมากกว่า 100 × 10(9)/ลิตร ไม่ควรเริ่มการรักษารอบถัดไปจนกว่าค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลและจำนวนเกล็ดเลือดนั้นจะมากกว่าระดับเหล่านี้

-หากค่าสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลนั้นต่ำกว่า 1.0 × 10(9)/ลิตร หรือจำนวนเกล็ดเลือดต่ำกว่า 50 × 10(9)/ลิตร ในช่วงระหว่างรอบใดๆ รอบการรักษาถัดไปควรลดขนาดยาลงมา 50 มก./ตารางเมตร แต่ไม่ควรต่ำกว่าขนาดยาต่ำสุดที่แนะนำที่ 100 มก./ตารางเมตร

-อาจดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่องจนอาการรุนแรงขึ้นหรือจนถึงสูงสุด 2 ปี

การใช้งาน

-สำหรับโรคมะเร็งไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์เมหรือโรคเนื้องอกแอนนาพลาสติก แอสโตรไซต์โตมาที่กำเริบหรือมีอาการรุนแรงขึ้น

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 18 ปี

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาผงสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หินร้อนบำบัด ศาสตร์แห่งการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่คุณควรรู้จัก

หินร้อนบำบัด (Hot Stone Massage) คือการนำหินเฉพาะที่ผ่านการเพิ่มความร้อนมาวางไว้ หรือนวดบนจุดต่าง ๆ ที่ปวดเมื่อยของร่างกาย เช่น กระดูกสันหลัง แขน ขา เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

เราจำเป็นต้องกิน อาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ หรือไม่?

เรามักได้ยินคำโฆษณาถึงประโยชน์และข้อดีของวิตามินและอาหารเสริมกันอยู่บ่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราจำเป็นต้อง  กิน อาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ ด้วยหรือ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

ไฟเบอร์ช่วยลดน้ำหนัก แต่ไฟเบอร์แบบไหนล่ะที่ดีต่อการลดน้ำหนักจริงๆ

ไฟเบอร์เป็นสารอาหารที่ได้จากผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมากมาย โดยเฉพาะประโยชน์ในข้อที่ว่า ไฟเบอร์ช่วยลดน้ำหนัก ได้ดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

สนทนากันผ่าน วิดีโอคอล ช่วยให้เราหายเหงาได้จริงไหม

วิธีแก้เหงาอย่างหนึ่ง เวลาที่ต้องอยู่คนเดียว หรือรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว ก็คือ การวิดีโอคอล ว่าแต่ วิดีโอคอล ช่วยให้หายเหงาได้จริงไหม ลองไปดูกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

บทความแนะนำ

ประโยชน์สุขภาพของน้ำมันอาร์แกน

ประโยชน์สุขภาพของน้ำมันอาร์แกน (Argan oil) น้ำมันสกัดสารพัดประโยชน์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 2, 2020 . 3 mins read
โรคพังผืดในไขกระดูก-อาหาร

โรคพังผืดในไขกระดูก (Myelofibrosis) เป็นแล้วควรดูแลอาหารการกินยังไงดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 2, 2020 . 2 mins read
โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม-cerebral-arteriovenous-malformation

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม (Cerebral arteriovenous malformation)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 2, 2020 . 1 min read
สิวบนหัว-สิวที่หัว-สาเหตุ-วิธีรักษา

สิวที่หัว กวนใจ ทำอย่างไร ให้หายไปจากศีรษะของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 2, 2020 . 2 mins read