แนฟทิไฟน์ (Naftifine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 5 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ แนฟทิไฟน์

แนฟทิไฟน์ ใช้สำหรับ

แนฟทิไฟน์ (Naftifine) ใช้เพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า (athlete’s foot) อาการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ยานี้ช่วยกำจัดรอยแดง อาการคัน และผิวลอกเป็นแผ่น ยาแนฟทิไฟน์เป็นยาต้านเชื้อรา ออกฤทธิ์โดยการป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรา

วิธีการใช้ แนฟทิไฟน์

  • ยานี้ใช้เฉพาะกับผิวหนังเท่านั้น ทําความสะอาดและเช็ดบริเวณที่ต้องการให้แห้ง ทาแนฟทิไฟน์บางๆ ตรงบริเวณที่ต้องการรอบๆ แล้วนวดเบาๆ
  • ใช้ยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ล้างมือให้สะอาดหลังจากใช้งาน ห้ามพันแผลบริเวณนี้เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • ห้ามใช้ยานี้บริเวณดวงตา ปาก และด้านในอวัยวะเพศ หากยาได้สัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่ง ควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก
  • ห้ามทายานี้บ่อยหรือนานเกินกว่าที่กำหนด เพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้

ใช้ยานี้เป็นอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันกับทุกวัน

ใช้ยานี้ต่อไปจนกระทั่งครบกำหนดตามใบสั่งแพทย์ แม้อาการจะหายไปหลังจากเริ่มใช้ยาไม่กี่วัน การหยุดยาก่อนกำหนดสามารถทำให้การติดเชื้อกลับมาเป็นซ้ำได้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษา แนฟทิไฟน์

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งแนฟทิไฟน์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

แนฟทิไฟน์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแนฟทิไฟน์

  • ก่อนใช้ยาแนฟทิไฟน์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยาชนิดนี้หรือยาต้านเชื้อราอื่นๆ เช่น เทอร์บินาฟีน (terbinafine) สอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • ก่อนใช้ยานี้ โปรดแจ้งประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์กับแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ

ในช่วงการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้นและควรปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงและผระโยชน์กับแพทย์ก่อนเสมอ

ยานี้อาจซึมเข้าสู่น้ำนมแม่ที่ให้แก่บุตรได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

แนฟทิไฟน์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ แนฟทิไฟน์

  • อาจเกิดการระคายเคืองเล็กน้อยตรงบริเวณที่ใช้

หากอาการไม่หายไปหรือแย่ลง ควรแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรของคุณทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงอาจมี ได้แก่ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

แนฟทิไฟน์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งยาที่คุณใช้ทั้งหมด (ทั้งยาตามใยสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

แนฟทิไฟน์อาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

แนฟทิไฟน์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการใช้ยานี้

ขนาด แนฟทิไฟน์ สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกลาก

  • ครีม 1% : ทาบางๆ และนวดเบา ๆ บริเวณที่ต้องการและบริเวณโดยรอบ วันละ 1 ครั้ง
  • เจล 1% : ทาบาง ๆ และนวดเบาๆ บริเวณที่ต้องการและบริเวณโดยรอบ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
  • ครีม 2% : ควรทาบางๆ ในบริเวณที่มีอาการและบริเวณขอบโดยเข้าไปประมาณ 1/2 นิ้ว วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์

วิธีใช้

  • ครีม 1% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับโรคสังคัง และโรคกลาก เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes และเชื้อรา Epidermophyton floccosum
  • เจล 1% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับโรคสังคังและโรคกลาก เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes เชื้อรา T tonsurans และเชื้อรา E floccosum
  • ครีม 2% : ใช้สำหรับใช้รักษาโรคสังคังและโรคกลาก เนื่องจากเชื้อรา Trichophyton rubrum

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาสังคัง

  • ครีม 1% : ทางบางๆ และนวดเบาๆ บริเวณที่ต้องการและบริเวณโดยรอบ วันละ 1 ครั้ง
  • เจล 1% : ทาบางๆ และนวดเบาๆ บริเวณที่ต้องการและบริเวณโดยรอบ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
  • ครีม 2% : ควรทาบางๆ ในบริเวณที่มีอาการบวกบริเวณขอบออกไปประมาณ 1/2 นิ้ว วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์

วิธีใช้

  • ครีม 1% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับโรคสังคังและโรคกลาก เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes และเชื้อรา Epidermophyton floccosum
  • เจล 1% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับโรคสังคังและโรคกลาก เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes เชื้อรา T tonsurans และเชื้อราE floccosum
  • ครีม 2% : ใช้สำหรับใช้รักษาโรคสังคังและโรคกลาก เนื่องจากเชื้อรา Trichophyton rubrum

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเชื้อราที่เท้า

  • ครีม 1% : ทาบาง ๆ และนวดเบาๆ บริเวณที่ต้องการและบริเวณโดยรอบ วันละ 1 ครั้ง
  • เจล 1% : ทาบางๆ และนวดเบาๆ บริเวณที่ต้องการและบริเวณโดยรอบ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
  • ครีม 2% : ควรทาบางๆ ในบริเวณที่มีอาการบวกบริเวณขอบออกมาประมาณ 1/2 นิ้ว วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • เจล 2% : ควรทาบาง ๆ ในบริเวณที่มีอาการบวกบริเวณขอบออกมาประมาณ 1/2 นิ้ว วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์

วิธีใช้

  • ครีม1% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับน้ำกัดเท้า เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes และเชื้อรา Epidermophyton floccosum
  • เจล 1% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับน้ำกัดเท้า เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes เชื้อรา T tonsurans และเชื้อรา E floccosum
  • ครีม 2% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับน้ำกัดเท้า เนื่องจากเชื้อรา T rubrum
  • เจล 2% : ใช้กับการรักษาเฉพาะที่สำหรับน้ำกัดเท้า เนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytesและเชื้อรา E floccosum

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • ล้างมือให้สะอาดก่อน-หลังใช้ยา
  • ยาใช้เฉพาะที่ ห้ามใช้กับดวงตา ปาก หรือใช้ภายใน

ทั่วไป

  • ควรมียืนยันการวินิจฉัยโรคด้วยการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยตรงหรือโดยการเพาะเชื้อ
  • ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจใหม่อีกครั้ง หากอาการไม่ดีขึ้นหลังจากการรักษาด้วยยาสูตร 1% เป็นเวลา 4 สัปดาห์

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ใช้ยาให้ห่างจากบริเวณดวงตา จมูก ปาก 
  • ปรึกษากับแพทย์หากมีอาการระคายเคืองหรือรู้สึกไวเกิดขึ้นหลังจากทีใช้ยานี้

ขนาดยาแนฟทิไฟน์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาสังคัง

อายุ 12 ปีขึ้นไป

ครีม 2%: ควรทาบางๆ ในบริเวณที่มีอาการและบริเวณขอบโดยเข้าไปประมาณ 1/2 นิ้ว งันละครั้ง เป็นเวลาสองสัปดาห์

วิธีใช้

ใช้สำหรับรักษาโรคสังคังเนื่องจากเชื้อรา T rubrum

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคเชื้อราที่เท้า

อายุ 12 ปีขึ้นไป

ครีม 2% : ควรทาบาง ๆ ในบริเวณที่มีอาการและบริเวณขอบโดยเข้าไปประมาณ 1/2 นิ้ว วันละครั้ง เป็นเวลาสองสัปดาห์

เจล 2% : ควรทาบาง ๆ ในบริเวณที่มีอาการและบริเวณขอบโดยเข้าไปประมาณ 1/2 นิ้ว วันละครั้ง เป็นเวลาสองสัปดาห์

วิธีใช้

ครีม 2% : ใช้สำหรับรักษาน้ำกัดเท้าเนื่องจากเชื้อรา T rubrum

เจล 2% : ใช้สำหรับรักษาน้ำกัดเท้าเนื่องจากเชื้อรา T rubrum เชื้อรา T mentagrophytes และเชื้อรา E floccosum

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ที่แน่ชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาในสูตร 1% สำหรับผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยาในสูตร 2% สำหรับผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 12 ปี

รูปแบบของยา

แบบการใช้งานมี ดังนี้

  • ยาแบบครีมทาเฉพาะที่
  • ยาแบบเจลทาเฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานแนฟทิไฟน์ควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เชื้อราสีดำ ภัยจากสิ่งรอบข้าง ที่ควรหลีกเลี่ยง ก่อนเกิดโรคภูมิแพ้

เชื้อราสีดำ (Black mold) คือราชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นสีดำ เกาะกลุ่มกันเป็นก้อน และมักเติบโตได้รวดเร็วในสภาวะอากาศที่อบชื้น เช่น ห้องน้ำ พรมเช็ดเท้า เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin

ประโยชน์ต่อสุขภาพดีๆ ของ ถั่วลิสง ที่คุณรู้แล้วจะต้องหลงรัก

ถั่วลิสงนั้นนอกจากจะมีรสชาติอร่อย ยังอุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ถั่วลิสง ให้ประโยชน์อะไรบ้าง มาหาคำตอบร่วมกันกับบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

โลหิตเป็นพิษ หรือภาวะพิษจากการติดเชื้อ อันตราย! เป็นแล้วโอกาสตายสูง

โลหิตเป็นพิษ (ติดเชื้อในกระแสเลือด) หรือภาวะพิษเหตุติดเชื้อ เป็นภาวะอันตรายที่อาจร้ายแรงถึงชีวิต เราเลยมีอาการที่ควรรู้ และวิธีป้องกันโลหิตเป็นพิษมาฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง

ผ้าเช็ดตัว แหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ที่หลายคนมักจะมองข้าม

ผ้าเช็ดตัว อาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ที่เราทุกคนมองข้าม และทำให้เชื้อโรคกลับมาสู่ร่างกายของเราที่คิดว่าสะอาดปลอดภัยแล้วก็เป็นได้

Written by พลอย วงษ์วิไล