แมกนีเซียม ออกไซด์ (Magnesium Oxide)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ข้อบ่งใช้

ยา แมกนีเซียม ออกไซด์ ใช้สำหรับ

ยา แมกนีเซียม ออกไซด์ (Magnesium oxide) เป็นอาหารเสริมแร่ธาตุใช้เพื่อป้องกันและรักษาภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ แมกนีเซียมนั้นมีความสำคัญมากสำหรับการทำงานตามปกติของเซลล์ ประสาท กระดูก และหัวใจ โดยปกติแล้วการรับประทานอาหารอย่างสมดุลนั้นจะทำให้แมกนีเซียมในเลือดอยู่ในระดับปกติ

แต่ในบางสถานการณ์ร่างกายของคุณอาจจะสูญเสียแมกนีเซียมเร็วเกินกว่า ที่คุณจะได้รับแมกนีเซียมทดแทนในอาหารได้ทัน สถานการณ์เหล่านี้มีทั้งการใช้ยาขับปัสสาวะ เช่น ยาฟูโรเซไมด์ (furosemide) หรือไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (hydrochlorothiazide)หรือจากการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือจาก โรคพิษสุรา (alcoholism) หรือสภาวะอื่นๆ (เช่นท้องร่วงหรืออาเจียนอย่างรุนแรง กระเพาะอาหารหรือลำไส้มีปัญหากับการดูดซึม โรคเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี)

วิธีการใช้ยา แมกนีเซียม ออกไซด์

รับประทานยาแมกนีเซียมออกไซด์ตามที่กำหนด ควรทำตามวิธีการใช้ทั้งหมดบนบรรจุภัณฑ์ หากคุณมีข้อสงสัยโปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

ควรรับประทานอาหารเสริมแมกนีเซียมพร้อมกับมื้ออาหาร เพื่อลดอาการท้องไส้ปั่นป่วนและท้องร่วง เว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น

  • รับประทานยานี้พร้อมกับดื่มน้ำหนึ่งแก้ว (8 ออนซ์หรือ 240 มล.) เว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น กลืนยาแคปซูลออกฤทธิ์นานลงไปทั้งเม็ด อย่าบดหรือเคี้ยวเม็ดยาเนื่องจากอาจทำให้ยาออกฤทธิ์ทั้งหมดออกมาในคราวเดียวและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และไม่ควรแบ่งเม็ดยาออกฤทธิ์นานเว้นเสียแต่ว่าจะมีเส้นแบ่งยาและแพทย์หรือเภสัชกรสั่งให้คุณทำเช่นนั้น กลืนยาเต็มเม็ดหรือยาที่แบ่งแล้วลงไปโดยไม่ต้องบดหรือเคี้ยว
  • หากคุณใช้ยารูปแบบยาน้ำ ควรตวงยาด้วยอุปกรณ์สำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดาเพราะอาจจะได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง หากคุณใช้ยาในรูปแบบยาแขวนตะกอน ควรเขย่าขวดก่อนใช้ยาทุกครั้ง

รับประทานยาแมกนีเซียมออกไซด์เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา และง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกัน ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา ( อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยาบ่อยกว่าที่กำหนด แมกนีเซียมภายในเลือดมากเกินไปสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ )

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำนั้นไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น เช่น อาการตะคริว เหนื่อยล้า หงุดหงิด ซึมเศร้า หากคุณคิดว่าคุณอาจจะมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรง โปรดรับการรักษาในทันที

การเก็บรักษายา แมกนีเซียม ออกไซด์

ยาแมกนีเซียมออกไซด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยา แมกนีเซียม ออกไซด์ บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาแมกนีเซียมออกไซด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา แมกนีเซียม ออกไซด์

ก่อนใช้ยาแมกนีเซียมออกไซด์

  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ ยาลดกรดหรือยาระบาย หรือยาอื่นๆ
  • โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่คุณใช้ทั้ง ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเองหรือสมุนไพร โดยเฉพาะยาลดกรดหรือยาระบายอื่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (coumadin) ยาแอสไพริน ยาขับปัสสาวะ ยารักษาแผลเปื่อย เช่นยาไซเมทิดีน (cimetidine) อย่างทากาเมต (tagamet) ยารานิทิดีน (ranitidine) อย่างแซนแทค (zantac) และวิตามิน
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยเป็นโรคหัวใจ โรคไต หรือโรคลำไส้ หรือมีความดันโลหิตสูง
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะใช้ยาแมกนีเซียมออกไซด์โปรดติดต่อแพทย์ในทันที
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณต้องรับประทานอาหารที่มีเกลือต่ำ น้ำตาลต่ำ หรืออาหารพิเศษอื่นๆ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาแมกนีเซียมออกไซด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา แมกนีเซียม ออกไซด์

ยาทุกชนิดอาจจะทำให้เกิดผลขา้งเคียงได้ แต่คนจำนวนมากอาจจะไม่มีผลข้างเคียงหรือมีผลข้างเคียงในระดับเบา โปรดติดต่อแพทย์หากผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปเหล่านี้ไม่หายไปหรือรบกวนการใช้ชีวิตของคุณ

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • อาการแพ้ที่รุนแรง ผดผื่น ลมพิษ อาการคัน หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น อุจจาระเป็นสีดำคล้ายยางมะตอย คลื่นไส้ การตอบสนองช้า อาเจียนคล้ายกากกาแฟ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาแมกนีเซียมออกไซด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะยาแมกนีเซียมออกไซด์
  • ยาเพนนิซิลลามีน (Penicillamine) เนื่องจากประสิทธิภาพของยาอาจจะลดลง เพราะยาแมกนีเซียมออกไซด์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแมกนีเซียมออกไซด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแมกนีเซียมออกไซด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคอื่นอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ยานี้ได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ โดยเฉพาะ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาแมกนีเซียมออกไซด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal Ulcer)

  • ยาเม็ด 400 ถึง 800 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 241 ถึง 482 มก.) รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูล 140 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 มก.) รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการอาหารไม่ย่อย

  • ยาเม็ด 400 ถึง 800 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 241 ถึง 482 มก.) รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูล 140 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 มก.) รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

  • ยาเม็ด 400 ถึง 800 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 241 ถึง 482 มก.) รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูล 140 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 มก.) รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease)

  • ยาเม็ด 400 ถึง 800 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 241 ถึง 482 มก.) รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูล 140 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 มก.) รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (Hypomagnesemia)

  • ยาเม็ด 400 ถึง 800 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 241 ถึง 482 มก.) รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูล 140 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 มก.) รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาความผิดปกติของการหลั่งกรดทางพยาธิวิทยา (Pathological Hypersecretory Disorder)

  • ยาเม็ด 400 ถึง 800 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 241 ถึง 482 มก.) รับประทานวันละครั้ง
  • ยาแคปซูล 140 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 มก.) รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษานิ่วในไต

  • 140 ถึง 420 มก. (ธาตุแมกนีเซียม 84 ถึง 252 มก.) รับประทานวันละครั้ง เคยมีการใช้ยาแมกนีเซียมออกไซด์ร่วมกับยาไพริดอกซีน (pyridoxine) เพื่อป้องกันการกำเริบของนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในไต (calcium oxalate renal calculi)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการท้องผูก

  • ยาเม็ด (500 มก.) รับประทานวันละ 2 ถึง 4 เม็ด พร้อมกับดื่มน้ำขนาด 8 ออนซ์เต็มแก้ว
  • อาจรับประทานยาเม็ดก่อนนอนหรือแยกรับประทานระหว่างวัน

ขนาดยาแมกนีเซียมออกไซด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการท้องผูก

  • อายุ 12 ปีขึ้นไป
  • ยาเม็ด (500 มก.) รับประทานวันละ 2 ถึง 4 เม็ด พร้อมกับดื่มน้ำขนาด 8 ออนซ์เต็มแก้ว
  • อาจรับประทานยาเม็ดก่อนนอนหรือแยกรับประทานระหว่างวัน

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 400 มก. 420 มก.
  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน 140 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: พฤศจิกายน 22, 2019 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน