แอพราโคลนิดีน (Apraclonidine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 30/07/2020 . 4 mins read
Share now

แอพราโคลนิดีน (Apraclonidine) เป็นยาหยอดตาที่ใช้เพื่อลดความดันในดวงตา สำหรับผู้ที่มีความดันตาสูง เช่น ผู้ป่วยโรคต้อหิน เพื่อป้องกันหรือชะลอการผ่าตัดดวงตา

ข้อบ่งใช้

แอพราโคลนิดีน ใช้สำหรับ

แอพราโคลนิดีน (Apraclonidine) เป็นยาหยอดตาที่ใช้เพื่อลดความดันในดวงตา สำหรับผู้ที่มีความดันตาสูง เช่น ผู้ป่วยโรคต้อหิน เพื่อป้องกันหรือชะลอการผ่าตัดดวงตา การลดความดันในดวงตายังอาจสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียการมองเห็นได้อีกด้วย ยาแอพราโคลนิดีนนี้ทำงานโดยการลดปริมาณของน้ำภายในดวงตา

วิธีการใช้ยาแอพราโคลนิดีน

ใช้ยาแอพราโคลนิดีนตามที่แพทย์กำหนด ควรอ่านข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับและทำตามแนวทางการใช้ยาอย่างเคร่งครัด

  • ใช้กับดวงตาเท่านั้น
  • ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนใช้ยานี้ สามารถสวมคอนแทคเลนส์กลับเข้าไปได้หลังจากผ่านไป 15 นาที อย่าสวมคอนแทคเลนส์ใส่กลับเข้าไป หากคุณมีอาการระคายเคือง หรือการติดเชื้อที่ดวงตา
  • อย่าให้ปลายขวดยาสัมผัสกับดวงตา เปลือกตา หรือผิวอื่น ๆ
  • เงยหน้าขึ้นและหยอดยาเข้าสู่ดวงตา
  • หลังจากหยอดยาแล้ว ให้หลับตาลง กดหัวตาค้างไว้ 1 ถึง 2 นาทีเพื่อกักเก็บยาไว้ในดวงตา
  • หากต้องใช้ยาสำหรับดวงตาข้างเดียวกันมากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 5 นาทีของการใช้ยาแต่ละชนิด

การเก็บรักษายาแอพราโคลนิดีน

ยาแอพราโคลนิดีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแอพราโคลนิดีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาแอพราโคลนิดีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา แอพราโคลนิดีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณมีความตั้งใจหรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารหรือส่วนผสมออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาแอพราโคลนิดีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณกำลังใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าบางชนิด เช่น ไอโซคาร์โบซาซิด (Isocarboxazid) ฟีเนลซีน (Phenelzine) หรือทรานิลไซโพรมีน (Tranylcypromine) หรือยารักษาโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เช่น เซเลจิลีน (Selegiline) หรือราซาจิลีน (Rasagiline)

โปรดแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั้งหมดของคุณทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์

หลีกเลี่ยงการขับรถและการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการความตื่นตัวหรือการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลกระทบต่อคุณอย่างไร

อย่าใช้ยานานกว่าที่แพทย์กำหนด

ควรทำการตรวจความดันภายในดวงตา และตรวจค่าสายตาตามที่แพทย์กำหนด

โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มสุราหรือใช้ยาอื่น หรือใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอื่น ๆ ที่อาจทำให้คุณทำอะไรช้าลง

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ คุณควรจะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ยาขณะตั้งครรภ์

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังให้นมบุตร คุณจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงต่อลูกของคุณ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาแอพราโคลนิดีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาแอพราโคลนิดีน

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ และรับการรักษาในทันที หากคุณมีสัญญาณหรืออาการ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก

  • สัญญาณของอาการแพ้ เช่น ผดผื่น ลมพิษ คัน รอยแดง บวม แผลพุพอง หรือผิวลอกโดยมีหรือไม่มีไข้ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอกหรือลำคอ หายใจติดขัด เสียงแหบผิดปกติ หรือมีอาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลำคอ
  • ค่าสายตาเปลี่ยน ปวดตา หรือระคายเคืองตาอย่างมาก
  • เปลือกตาบวม
  • มีสารคัดหลั่งจากดวงตา
  • รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งอยู่ในดวงตา
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ระคายเคืองที่ดวงตา
  • ตาแห้ง
  • ปากแห้ง
  • มีน้ำตามากขึ้น

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาแอพราโคลนิดีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใด ๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแอพราโคลนิดีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแอพราโคลนิดีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาแอพราโคลนิดีนสำหรับผู้ใหญ่

  • สำหรับโรคต้อหิน (Glaucoma) หยอดยาสารละลาย 0.5%  1-2 หยด ในตาข้างที่มีอาการ วันละ 3 ครั้ง
  • สำหรับภาวะความดันภายในดวงตาสูงหลังจากการผ่าตัด หยอดสารละลาย 1% 1 หยด ในตาข้างที่จะทำการผ่าตัด 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด และหยอด 2 หยด ทันทีหลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด

ขนาดยาแอพราโคลนิดีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสารละลาย ความเข้มข้น 0.5% และ 1%

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

มะเร็งจอประสาทตาในเด็ก (Retinoblastoma)

มะเร็งจอประสาทตาในเด็ก (Retinoblastoma) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นกับจอประสาทตาเรตินา (Retina) ซึ่งเป็นเยื่อบุบาง ๆ ที่อยู่ด้านในดวงตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria)

ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria) คือ รูม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน (วงกลมสีดำกลางดวงตา) ส่งผลให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็น มีไข้ ปวดศีรษะ เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ต้องตรวจอะไรบ้างถึงจะดี

การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรทำ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ แต่การ ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ควรตรวจอะไรบ้าง หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ตาบอดฉับพลัน สาเหตุที่ อยู่ๆ ก็ทำให้ มองไม่เห็น

ตาบอดฉับพลัน เป็นอาการสูญเสียการมองเห็นอย่างกะทันหัน ที่มักเกิดขึ้นที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง สาเหตุส่วนใหญ่นั้นเกิดมาจากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงดวงตาไม่เพียงพอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์